Epsilon’ s blog

ตุลาคม 13, 2008

ของโปรด

Filed under: my life, recommended, web site — Tags: , — epsilon @ 9:15 am

ของโปรดประจำเดือนนี้ของเอปซี่

.

อาหารเช้า: ปลาทูทอดกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ คลุกน้ำปลา

ทอดครั้งละห้าตัว แล้วเก็บเข้าตู้เย็นไว้ เวลาจะทานก็เอามาวางบนจานข้่้าว เอาเข้าไปเวฟพร้อมๆ กัน หมดแล้วก็ทอดใหม่ วนไปวนมาอย่างนี้

อร่อยดี มีประโยชน์ ถูกด้วย

ปลาทูเป็นปลาแช่แข็งมาจากเวียดนาม หรือไม่ก็อินเดีย  ถุงละประมาณ หกปอนด์ มีหกถึงแปดตัว แล้วแต่ขนาด

หาซื้อได้ตามร้านจีน หรือร้านไทย ทั่วไป (แต่เอปซี่ยังไม่เคยไปเหยียบร้านไทยเลย ไปแต่ร้านจีนง่ะ)

.

.

อาหารเย็น: แกงป่าเนื้อ

ติดใจแกงป่าหมู ร้านทางขึ้นแก่งกระจาน

เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่าอร่อยที่สุดในชีวิต อืม อร่อยจริง

คิดถึงเพื่อนก็เลยสั่งมาลองดู  อืม เด็ด

ทานได้ทุกวัน ทานมาเดือนนึงแล้ว

(อยู่เมืองไทย ไม่ทานเนื้อ แต่มาอยู่ที่นี่เปลี่ยนใจทานเพื่อความสะดวกในการดำรงชีวิต  แล้วก็พบว่า การไม่ทานเนื้อ ไม่มีนัยสำคัญกับการเป็นคนดี = เป็นคนดีได้  ทั้งๆ ที่ทานเนื้อทุกวันเนี่ยแหละ)

.

.

social network : twitter

เล่าสั้นๆ ว่าเป็น microblog เขียนครั้งละไม่เกิน 140 ตัวอักษร

เขียนไปเรื่อยๆ แล้วคนที่ follow เรา เค้าก็จะเห็นว่าเราเขียนอะไรบ้าง

เช่นเดียวกับที่คนเรา follow อยู่  เราก็จะรู้ว่าเค้าเขียนอะไรบ้าง

เอปซี่เลยไป follow สำนักข่าวต่าง ๆ BBC,CNN, FT, NYT,ประชาไท และอื่นๆ รวมไปถึงเพื่อนที่ใช้ twitter อยู่

สำนักข่าวต่างๆก็จะ tweet หัวข้อข่าวเข้ามา พร้อมกับลิงค์ข่าว ถ้าเราจะอ่านข่าวเต็ม

เป็นอันว่าเอปซีึ่ได้รับข่าวอัพเดทตลอดเวลา ทั้งจากสำนักข่าว และจากเพื่อนๆ ที่เรา follow อยู่

ตั้งใจจะเขียนเรื่อง twitter จริงจังซักโพสต์  เพราะมีประโยชน์มาก และอยากให้มาใช้กัน

เอาเป็นว่า ถ้าอยากลองใช้ดู  แวะไปดูของเอปซี่ก่อนได้ที่

http://twitter.com/parichat

ตุลาคม 9, 2008

ECON TU-International Conference “The Future of Economic Integration in Asia”

Filed under: econ school, recommended — epsilon @ 12:50 am

ข่าวฝากประ่ชาสัมพันธ์จากคณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ
งานสัมมนาหัวข้อน่าสนใจ  เผื่อใครสนใจและสะดวกไป

รบกวนช่วยกระจายข่่าวด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

คณะ เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ Japan Bank of International Cooperation (JBIC) จัดสัมมนาวิชาการนานาชาติหัวข้อ “The Future of Economic Integration in Asia” ในวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2551 ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนสปาร์ค

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดของงานและกำหนดการของการสัมมนาทั้ง 2 วันได้ที่เว็บไซต์ http://www.econ.tu.ac.th/interconference
รายละเอียดของกำหนดการหลัก

http://www.econ.tu.ac.th/?action=&type=content&menu=169&pgmenu=171&lang=en&link=

Concurrent Sessions

http://www.econ.tu.ac.th/?action=&type=content&menu=169&pgmenu=177&lang=en&link=

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการสัมมนาได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยลงทะเบียนออนไลน์ที่

http://www.econ.tu.ac.th/interconference/register/

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2551

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทรศัพท์ 02-613-2404 หรือทางอีเมล์ interconference@econ.tu.ac.th

กำหนดการค่ะ

Thursday 20 November 2008
8:30 Registration
9:00 Opening Session
Opening Remarks by Dean, Faculty of Economics, Thammasat University
Welcome Remarks by Representative of JBIC
Guest Remarks by Ambassador of Japan (TBC)
9:15 Keynote Address on “Future of Economic Integration in Asia” by Dr. Surin Pitsuwan, ASEAN Secretary General
10:00 Coffee Break
10:30 Panel Discussion : “Challenges of Economic Integration in Asia”
Dr. Takatoshi Ito, Professor, University of Tokyo
Dr. Rajiv Kumar, Chief Executive, Indian Council for Research on International Economic Relation (ICRIER)
Dr. Hadi Soesastro, Executive Director, Centre for Strategic and International Studies (CSIS)
Dr. Chalongphob Sussangkarn, Distinguished Fellow, TDRI
*Dr. Nipon Poapongsakorn, President, TDRI
12:00 Guest Talk by Dr. Masahiro Kawai, Dean, Asian Development Bank Institute (ADBI)
12:20 Lunch
13:30 Concurrent Sessions Part I on (more details)
I) Financial Integration
II) Regional Factor Movement and FDI
III) Competitiveness-Business Opportunities and Challenges
IV) Challenges of Sustainability-Growth, Resources,and Environment
15:00 Coffee Break
15:30 Concurrent Sessions Part II on (more details)
I) Financial Integration
II) Regional Factor Movement and FDI
III) Competitiveness-Business Opportunities and Challenges
IV) Challenges of Sustainability-Growth, Resources,and Environment
17:00 Break
18:00 Dinner
Guest Remarks by Mr. Fumihiko Namekawa, President of Toshiba International Foundation
Dinner Talk by M.R. Pridiyathorn Devakula, Former Minister of Finance and Former Governor of Bank of Thailand

Friday 21 November 2008
9:00 Summary of the First Day by Dr. Supruet Thavornyutikarn, Faculty of Economics, Thammasat University,Thailand
9:10 Guest Address by Dr.Tarisa Watanagase, Governor of Bank of Thailand
9:40 Break
10:00 Panel Discussion on “Sharing Benefits of Asian Economic Integration”
Dr. Narongchai Akrasanee, Chairman, EXIM Thailand
Dr. Fukunari Kimura, Professor, Keio University, Japan
Ms. Kobkarn Wattanavrangkul, Chairperson, Toshiba Thailand
Mr. Fukujiro Yamabe, President, Japanese Chamber of Commerce, Bangkok
*Dr. Veerathai Santiprabhob, Executive Vice President, Siam Commercial Bank (SCB)
11:30 Closing Remarks by
Representative of JBIC
Dean, Faculty of Economics, Thammasat University
12:00 Lunch

กรกฎาคม 25, 2008

The soundtracks of my love / เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม

Filed under: book, music, open, people, recommended, web site — epsilon @ 1:12 pm

เราเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบ The soundtracks of my love / เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม (พี่เอ๋)

เรายุ่งๆ ไม่ได้เข้าบล็อคพี่เอ๋นานมากกกกกกก เอาเป็นว่าหลายเดือน (ไม่ได้เข้าบล็อคคนอื่นด้วยเหมือนกัน อย่าเพิ่งน้อยใจนะ) พอเข้าไปก็ตะลุยอ่านอย่างเมามัน แล้วก็พบว่าพี่เอ๋มีหนังสือเล่มใหม่เล่มนี้ โอ้วววว อยากอ่านที่สุด

เหมือนสวรรค์เป็นใจ จากนั้นไม่กี่วันเราก็ได้รับเมล์จากเพื่อนว่าจะมาทำงานที่ Nottingham สองสัปดาห์ เจอกันหน่อยไหม๊ หุหุ เสร็จเรา ข้าพเจ้าเลยเมล์รายชื่อหนังสือออกใหม่ที่อยากอ่าน อันประกอบไปด้วย

เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม

october เล่ม 7 โดย open

ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้ตรอมตรม โดย ภาณุ ตรัยเวช

โลกจิต โดย แทนไท ประเสริฐกุล

ไปให้เพื่อน(รุ่นพี่) ซื้อให้ หลังจากที่หนังสือขึ้นเครื่องบินเดินทางมาอังกฤษ เราได้รับคำอธิบายจากเพื่อนว่า หนังสือที่สั่งได้ครบทุกเล่ม แต่ เพลงรักประกอบชีวิต หาซื้อไม่ได้เลย หมดเกลี้ยงไม่มีซักร้าน (เศร้าอ่ะ)

เพื่อนเราเลยใช้วิธิี อ่านของตัวเองให้จบแล้วฝากเล่มของตัวเองมาให้ (เออ ฉลาดดีว่ะ)

แถมเล่าให้ฟังว่า ซื้อตอนไปงานหนังสือ ไม่รู้หรอกว่านิ้วกลมเป็นใคร ไม่เคยอ่าน แต่ที่ร้านเค้าแนะนำว่ากำลังดัง ขายดีมาก คนเขียนแจกลายเซ็นอยู่ตรงนั้น ซื้อแล้วไปให้เค้าเซ็นซิ่

เดาซิ ว่าเพื่อนเราทำไง

เพื่อนเราก็มองไปในกลุ่ม่ฝูงชนก้อนมหึมา จ่ายเงินค่าหนังสือแล้วเดินจากมา !!

อ้าว ก็ไม่รู้จัก ขี้เกียจไปเบียด – ตรูจะบ้าตาย !

เอาเป็นว่า เราแกะกล่องพัสดุที่ Nottingham แล้วก็อ่านคำนำของหนังสือทุกเล่มบนรถไฟ

แล้วก็หยิบ เพลงรักประกอบชีวิต มาอ่านเนื้อข้างใน ประมาณสองบท จากนั้นก็หลับยาวเกือบสองชั่วโมง มาถึงลอนดอน

วันนี้หลังจากตื่นเช้ามาก เพราะนอนไม่หลับ ก็เลยหยิบ เพลงรักประกอบชีวิตขึ้นมาอ่าน

อ่าน อ่าน อ่าน แบบว่า ลุ้น ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ เขินอาย และมีความสุขไปกับชีวิตรักของพี่เอ๋

รวดเดียวจบ !

ร้องไห้ ตอนที่พี่เอ๋ ร้องไห้ด้วยอ่ะ อิน

(ชิงชิง ผู้หญิงที่ใส่ใจในทุกความรู้สึก, เอ๋เอ๋ ผู้ชายที่อ่อนไหวกับทุกรายละเอียด)

ดีใจกับพี่เอ๋ด้วย ที่ได้เจอ และมีคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข รักเค้า และ เค้าก็รักพี่เอ๋เหมือนกัน

เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างลงตัว

ทั้งในเรื่องแนวทางการดำเนินชีวิต และ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ รายละเอียดปลีกย่อยของความรู้สึก

พี่เอ๋ เชื่อไหม๊ ว่า หลายๆ เพลงที่เป็นเพลงสำคัญของพี่เอ๋ ก็เป็นเพลงสำคัญของ เราด้วยเหมือนกัน

อ่านแล้วก็อึ้งอ่ะ เพลงนี้เราก็เคยได้รับ เพลงนั้นเราก็เคยเป็นฝ่ายให้

อ่านแล้วก็คิดถึงวันเวลาดีๆ ของตัวเอง ^_^

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ถึงรู้สึกดีกับพี่เอ๋มากขึ้น ทุกครั้งที่อ่านตัวหนังสือที่พี่สารภาพว่าพี่น้ำตาไหล พี่ร้องไห้

รู้สึกว่าจริงใจดี รู้สึกอะไรก็แสดงออกมา ซึ้ง ดีใจ เสียใจก็น้ำตาไหล เป็นเหมือนกันเลย

แต่พี่เป็นผู้ชายที่กล้ายอมรับว่าตัวเอง น้ำตาไหล เพราะซึ้งใจแฟนที่เข้าใจ เพราะคิดถึงแฟนที่เพิ่งห่างกัน

จริงใจได้อีก ชอบชอบ

รู้ไหม๊ประโยคที่ชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้คืออะไร

เฉลยค่ะ

ถ้าจะเปลี่ยนไป ก็ขอให้แต่ละคนได้เปลี่ยนตามทันกัน

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวความรักของพี่ให้อ่าน ทำให้วันนี้มีความสุขมากๆเลยค่ะ หัวใจพองโต และที่สำคัญ อยากเขียนบล็อคขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ทิ้งไปนานมากแล้ว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

หมายเหตุ

ภาพประกอบอันแสนจะน่ารักในแต่ละบท เป็นลายเส้นฝีมือ ชิงชิง คุณแฟนของพี่เอ๋ นิ้วกลมหล่ะ

ฟังเพลงประกอบหนังสือ ได้ที่นี่ค่ะ

และ bonus tracks by Stamp* & Roundfinger

พฤษภาคม 2, 2008

ลด ละ เลิก ปรับ เปลี่ยน

Filed under: my life — epsilon @ 2:09 am

เอปซี่เปลี่ยนไปหลายเรื่อง

 

ลด

ลดเวลาที่ใช้คอมและอินเตอร์เน็ตลง  จากเดิม ไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมงต่อวัน เป็นใช้เท่าที่จำเป็น เคยมีบางวันใช้แค่ห้านาที แค่เช็คเมล์เท่านั้น  ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน

 

ละ

ละจาก MSN จากที่เคยออนไลน์ตลอดเวลา และคุยเอ็มเยอะมากกกกกก  ตอนนี้เดือนนึงออนไม่ถึงห้าครั้งเฉพาะเวลาที่ต้องการคุยกับใครบางคนที่เรารู้ว่าเค้าน่าจะออนเอ็มอยู่  ถ้าเข้าไปไม่เจอคนที่อยากคุยด้วย ก็จะออฟไลน์ไปเลย

 

เลิก

เลิกดื่มของมึนเมามาพักใหญ่ ดื่มน้ำส้มแทน 

เคยแพ้แอลกอฮอล์ กินแล้วคันตัวเป็นสีแดงก็เลยไม่แตะแอลกอฮอล์เลย  มาอยู่ลอนดอนลองกินหมดทุกอย่าง เบียร์ ไวน์ เหล้า ดันกินได้ไม่แพ้ ไม่เมา  สนุกใหญ่ละทีนี้  แต่ไม่รู้ทำไมก็เบื่อขึ้นมาเฉยๆ ไม่อยากกินแล้ว กลัวร่างกายทรุดโทรมก่อนวัย  ก็เลยเลิกกิน  ไม่แตะเลย ไปผับไปปาร์ตี้ กินน้ำส้มเท่านั้น!

 

ปรับ

ปรับตัวเข้ากับอากาศสี่ฤดูในวันเดียวกของลอนดอนได้แล้ว ไม่ป่วยไม่ไข้อีกเลย หลังจากกินวิตามินซีทุกเช้า  พกร่มทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ใส่เสื้อผ้าหลายชั้นไว้ใส่เข้าถอดออกตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปในหนึ่งวัน

 

เปลี่ยน

เปลี่ยนจากมนุษย์บ้าเทคโนโลยี มาเป็น บ้ารักษาสุขภาพแทน ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงซื้อ iphone ตั้งแต่วันแรกที่ออก  แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า จนป่านนี้เอปซี่ยังไม่ได้ซื้อมาใช้ เพราะคิดว่าเอาเงินไปซื้อครีมบำรุงผิว วิตามิน กับอาหารดีๆ ดีกว่า   ถ้ามีเวลาว่างเมื่อก่อนจะเล่นเน็ต  แต่ตอนนี้ เลือกนอนพักผ่อนแทน ต้องรักษาสุขภาพกันหน่อย

เมษายน 12, 2008

หายซื่อบื่อ

Filed under: my life, recommended, web site — epsilon @ 1:28 am

เราเพิ่งสังเกตุว่า slide.com  กับ multiply.com สามารถดึงภาพจาก flickr.com ได้เลย :P

วันนี้เราเลยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีแชร์ไฟล์รูป มาทำสไลด์ไปขึี้น iamepsie.hi5.com กับ epsie.muliply.com 

ถ้าอยากดูรูปที่เราไปเที่ยวมา ก็แวะไปดูได้เลยนะคะ

ชนะนมวัว

Filed under: around london, my life — epsilon @ 1:11 am

อยากเล่าให้ฟังว่าเราท้องเสียทุกวันเกือบสิบวัน

เป็นเพราะเราดื่มนมวัว!!!

 

ต้องเท้าความให้ฟังก่อน ว่าตอนเราอยู่เมืองไทย เราดื่มนมถั่วเหลืองมาตลอดช่วงสามปีหลัง 

เพราะอ่านเจอจากที่ไหนซักแห่งว่าโปรตีนจากพืชถูกดูดซึมและย่อยง่ายกว่าโปรตีนจากสัตว์  ฉะนั้นควรดื่มนมถั่วเหลือง

เราก็เอาเลย ดื่มแลคตาซอย กับ ไวตามิลค์ตลอด  วันนึงประมาณ 3 กล่องได้มั๊ง ดื่มแทนน้ำอ่ะ แช่ไว้เต็มตู้เย็น

 

มาอยู่ที่นี่หาซื้อยากต้องไปหิ้วจากโซโห (ไชน่าทาวน์) แล้วนมวัวที่ขายอยู่ที่เทสโก้กับมาร์คก็เป็นนมสด ซึ่งต้องแช่ตู้เย็น  และตู้เย็นบ้านเก่าเราเล็ก เล็กประมาณตู้เย็นแช่เครื่องสำอางค์  ไม่มีที่จะแช่  ก็เลยไม่ได้ดื่มนมเลยเป็นเวลานานมากๆ  

 

จนเราย้ายมาบ้านใหม่ มีตู้เย็นขนาดครอบครัวใหญ่  เราก็ยังขึ้เกียจเดินไปซื้อมาดื่มอีก ซื้อแต่น้ำส้ม กับน้ำผลไม้รวมกับของอื่นก็หนักจะแย่  แต่ว่าช่วงหลังเราเริ่มรู้สึกปวดท้อง เหมือนจะเป็นโรคกระเพาะ ก็เลยคิดว่าต้องมีนมติดบ้านไว้ซะแล้ว  ไม่งั้นแย่แน่

 

เราซื้อเลยขนาดใหญ่สุด 6 pint มาดื่ม แล้วเราก็ท้องเสียตลอดหลังจากดืมนมเข้าไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

เราเล่าให้เพื่อนฟัง  เพื่อนเราบอกว่าเกิดจากร่างกายอยู่ในระหว่าการปรับตัวย่อยนมวัวอยู่  เพราะมันไม่ชิน  ไม่เคยย่อยมาสี่ปี  ต้องค่อยๆ ดื่ม อดทนให้ร่างกายปรับตัวว่ามันจะต้องเจอสิ่งนี้และมันต้องจัดการให้ได้

 

เราเลยดื่ม วันละสองแก้วโต เช้า ก่อนนอน  ยอมท้องเสีย  จนตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ไม่ท้องเสียอีก 

ดีใจจัง ^.^  

 

 

 

 

 

 

 

เมษายน 6, 2008

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ก็เจอแต่สิ่งดีงาม

Filed under: around london, book, music, my life, open, recommended — epsilon @ 3:12 am

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนบล็อคให้อ่านกันเท่าไหร่  ส่วนใหญ่เข้ามาเขียนแล้วก็เซ็ตให้มันเป็นส่วนตัว ไว้อ่านคนเดียวน่ะ

 

จริงๆ แล้วก็มีเรื่องที่น่าจะเขียนหลายเรื่อง  อย่าง เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเราได้มีโอกาสไปอิตาลีกับสเปน  ได้เห็นได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง  แต่ก็นะ แปะไว้ก่อน  แค่อัพรูปขึ้น flickr ส่งไปให้เพื่อนดูก็เหนื่อยแล้ว ยังไม่ได้ทำสไลด์ขึ้น hi5 เลย อาทิตย์หน้าเราก็จะไปสวิสอีก  เอาไว้ฮึดทำทีเดียวเลยแล้วกัน (ถ้าไม่ขีึ้เกียจซะก่อน)

มีเรื่องหลายเรื่องให้คิด และต้องทำ  เอาเถอะ ทุกอย่างน่าจะผ่านไปด้วยดี

ขอบคุณกำลังใจ ความเข้าใจ และคำแนะนำ จากพี่ๆ เพื่อนๆ ขอบคุณที่ดีแสนดีต่อกันมาตลอด

ขอบคุณนะคะ

 

 

ตื่นเต้นกับการรอคอยหนังสือใหม่ที่ฝากเพื่อนไปซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือ  งานเขียนคุณวรพจน์ กับพี่คนชายขอบจัดพิมพ์โดยโอเพ่นบุคส์ทั้งหมด อีกสองวันเราก็จะได้อ่านแล้ววว คุณนายแม่ของคุณเพื่อนจะบินมาที่นี่  (แล้วเราจะไปสวิสด้วยกันน่ะ)  

 

ช่วงนี้อากาศลอนดอนประหลาดมาก  อาทิตย์ที่แล้วหิมะตก ทั้งๆที่กำลังเข้าช่วง spring อาทิตย์นี้อยู่ๆ ก็อุ่นขึ้น แดดเปรีี้ยง ผสมฝนตก     ส่วนวันพรุ่งนี้พยากรณ์อากาศเค้าว่าจะติดลบ  เฮ้ออออ  นี่ละนะลอนดอน

[ถึงเวลาจริง วันนี้ ที่ว่าจะติดลบ หิมะตกตั้งแต่หกโมงเช้า สิบโมงแล้วก็ยังตกอยู่ ตกหนักจนเมืองเหงาๆ เมืองนี้กลายเป็นสีขาว]

 

เมื่อคืน เจอเพลง เพราะอะไร ของพี่ป้าง แต่ร้องใหม่โดยโมเดิร์นด็อกโดยบังเอิญ ก็เลยนั่งฟังอยู่สองวันแล้ว เพราะจัง

เธอเคยถามกับฉัน ที่ฉันรักเธอ ว่าอยากจะรู้รักเพราะอะไร 
กลับไปคิดไปค้น ใคร่ครวญมากมาย ไม่เจอ…คำตอบ 
ที่ผ่านมานั้นไม่คิดอยากรู้ที่มา และไม่เคยหาเหตุผลใดๆ 
แค่ตัวฉันเพียงรู้ ว่าเป็นสุขใจเมื่ออยู่เคียงกัน 

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน 
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ 
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ 
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม 

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน 
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ 
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ 
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม 

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ  ก็เจอแต่สิ่งดีงาม 

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ  ได้เจอแต่สิ่งดีงาม

 

 

กุมภาพันธ์ 22, 2008

รักแห่งสยาม / the love of Siam ~~ พลังแห่งรักหลากมิติ

Filed under: movie, my life, recommended — epsilon @ 3:41 am

เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว

เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด มองไปรอบกาย หัวใจก็พลันหวาดกลัว

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทางเมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป

ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์

วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์

เนื้อเพลง : คืนอันเป็ํนนิรันดร์ (คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลงค่ะ)

ขับร้อง : เพชร ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์

เพลงประกอบภาพยนตร์ : รักแห่งสยาม

 

 

เราเพิ่งผ่านคืนอันเป็นนิรันดร์ คืนที่เราคิดทบทวนเรื่องหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง’เค้า’

ใช่  ’เค้า’  คนเดียวกับที่เราเขียนถึงใน entry ก่อนหน้านี้ (ขอโทษ มิตรรักแฟนบล็อคที่เข้ามาอีกครั้งแล้วหาไม่เจอ  - เราเซ็ตให้เป็น private ไปแล้ว ขออนุญาตอ่านซ้ำคนเดียวนะคะ :P )

 

….

เราควรจะบังคับหัวใจตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้  

รู้จักอดทนกับการเก็บความรู้สึกคิดถึงไว้กับหัวใจตัวเอง 

รู้จักอดทนกับการไม่บอกว่ารักทุกครั้งที่อยากบอกว่ารัก 

รู้จักอดทนเก็บซ่อนความรู้สีกที่เกิดขึ้นไว้แค่ในหัวใจของเราเอง

(เพราะมันอาจจะทำให้เค้าคุ้นชิน รอคอย และหวั่นไหวได้)  

บางครั้งเราควรจะเลือก ‘ทางที่คิดว่าดีที่สุด’  สำหรับ  ’คนอื่นๆ’ บ้าง

ไม่ใช่เลือกเฉพาะทางที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเองเท่านั้น 

.

.โต้ง : เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้  แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ

มิว : ขอบคุณนะ

.

เราเองก็คงจะเป็นคนรักของเค้าไม่ได้  

และเช่นกัน  ไม่ได้หมายความว่่าเราไม่ได้รักเค้า

การที่เราตั้งใจจะไม่แสดงออกถึงความรู้สึกอ่อนไหวใดๆ

ไม่ได้หมายความว่า เราไม่รู้สึก  

เพียงแต่เรามุ่งมั่นที่จะร้อยโยงความรู้สึกไว้กับเหตุผล

และให้น้ำหนักกับเหตุผลมากกว่า

ก็เท่านั้นเอง…  

.

 

 ปีนี้เราฉลองวาเลนไทน์หมู่ด้วยการดูหนังรักแห่งปี 2007  รักแห่งสยาม

 

เคยมีใครซักคนที่ร้องไห้เพราะดูหนังรักแล้วโทรหาคุณด้วยความคิดถึงไหม๊

หนังรักที่ทำให้้คนรักที่อยู่ห่างไกลกันร้องไห้ไม่หยุดตอนที่ดูหนังจบ และโทรข้ามทวีึปมาย้ำว่าต้องดูหนังเรื่องนี้ให้ได้

หนังรักที่ทำให้ความรู้สึกและสมองทำงานไปพร้อมๆ กัน ว่าความรักหลากมิติที่เราทุกคนเผชิญอยู่เป็นความรักที่มีคุณค่าและควรทะนุถนอมจริงๆ

หนังรักที่ทำให้เรารู้สึกเข้มแข็งหลังจากดูหนังจบ แต่หลังจากนั่งฟังเพลงประกอบหนังอีกหลายรอบ กลับรู้สึกว่าหัวใจเปราะบางของเราแตกสลายไปกับความรักที่มากเกินไป (ให้ตายเถอะ เราร้องไห้แบบหยุดไม่อยู่เกือบสองชั่วโมง)  และเมื่อฟังเพลงประกอบหนังไปอีกหลายรอบ  เรากลับรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง 

หนังรักที่ทำให้เราโทรไปหาน้องที่เมืองไทย  ฝากซื้อหนังเรื่องนี้เป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้ป๊าม้าดูให้ได้นะ –  ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

ขอบคุณทุกๆ ความรักที่มีให้กันเสมอมา 

 

หมายเหตุ   2 บทความที่เราอ่านหลังจากดูหนังจบ และ เพลงประกอบหนังค่ะ

1. รักแห่งสยาม:ตราบใดมีรักย่อมมีหวัง คอลัมน์ ดูหนังอย่างคนป่วย โดย คุณวิวัฒน์  เลิศวัฒน์วงศา

2. รักแห่งสยาม : The Power of Love โดย คุณ Merveillesxx

3. Ost. the love of siam playlist  

 

มกราคม 8, 2008

ร่วมใจสร้างขาเทียมด้วยฝากระป๋องน้ำอัดลม+เบียร์

Filed under: around london, my life — epsilon @ 4:15 am

image026.jpg

ภาพข้างบน เป็นจำนวนฝากระป๋องน้ำอัดลม และฝากระป๋องเบียร์ที่เราและเพื่อนๆ ช่วยกันเก็บรวบรวม แล้วฝากน้องที่บินกลับไป holiday เมืองไทย ไปบริจาคที่โรงพยาบาล(อะไรก็ได้) เพื่อสมทบร่วมทำขาเทียม

ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะร่วมสร้างขาเทียมมักจะเป็นข้ออ้างในการดื่มเบียร์ที่บ้านเสมอ
อ้าวววว ก็ถ้าไปดื่มที่ผับก็ได้เป็นแก้วกับเป็นขวด ฝากกระป๋องก็สะสมได้น้อยน่ะซิ่ หุหุ

มกราคม 7, 2008

2008-01-01 at London Eyes and Big Ben with Spider Man !!!

Filed under: around london, my life — epsilon @ 2:14 am

หลังจากปาร์ตี้ fancy dress for counting down ข้ามปีใหม่ผ่านไป
วันต่อมาเรากับเพื่อนๆ ก็ไปหม่ำพิซซ่าแล้วก็ไปถ่ายรูปที่ London Eyes กับ Big Ben กัน

ด้วยอารมณ์อยากสนุก เพื่อนเราก็เลยหอบชุดสไปเดอร์แมนที่เมื่อวานใส่ในงานปาร์ตี้ไปถ่ายรูปด้วย (จริงๆ แล้วมีสไปเดอร์แมนในงานสามตัว ตัวสีแดงที่เห็นในรูป สีดำ แล้วก็ สีแดงจิ๋ว (เด็ก 4ขวบ))

ถ่ายรูปออกมาแล้วก็ตลกดี น่ารักไปอีกแบบ ว่ามะ

กระทู้เก่า »

บลอกที่ WordPress.com .