เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด มองไปรอบกาย หัวใจก็พลันหวาดกลัว
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์
ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทางเมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป
ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์…
เนื้อเพลง : คืนอันเป็ํนนิรันดร์ (คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลงค่ะ)
ขับร้อง : เพชร ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์
เพลงประกอบภาพยนตร์ : รักแห่งสยาม
เราเพิ่งผ่านคืนอันเป็นนิรันดร์ คืนที่เราคิดทบทวนเรื่องหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง’เค้า’
ใช่ ’เค้า’ คนเดียวกับที่เราเขียนถึงใน entry ก่อนหน้านี้ (ขอโทษ มิตรรักแฟนบล็อคที่เข้ามาอีกครั้งแล้วหาไม่เจอ - เราเซ็ตให้เป็น private ไปแล้ว ขออนุญาตอ่านซ้ำคนเดียวนะคะ
)
….
เราควรจะบังคับหัวใจตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้
รู้จักอดทนกับการเก็บความรู้สึกคิดถึงไว้กับหัวใจตัวเอง
รู้จักอดทนกับการไม่บอกว่ารักทุกครั้งที่อยากบอกว่ารัก
รู้จักอดทนเก็บซ่อนความรู้สีกที่เกิดขึ้นไว้แค่ในหัวใจของเราเอง
(เพราะมันอาจจะทำให้เค้าคุ้นชิน รอคอย และหวั่นไหวได้)
บางครั้งเราควรจะเลือก ‘ทางที่คิดว่าดีที่สุด’ สำหรับ ’คนอื่นๆ’ บ้าง
ไม่ใช่เลือกเฉพาะทางที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเองเท่านั้น
.
.โต้ง : เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ
มิว : ขอบคุณนะ
.
เราเองก็คงจะเป็นคนรักของเค้าไม่ได้
และเช่นกัน ไม่ได้หมายความว่่าเราไม่ได้รักเค้า
การที่เราตั้งใจจะไม่แสดงออกถึงความรู้สึกอ่อนไหวใดๆ
ไม่ได้หมายความว่า เราไม่รู้สึก
เพียงแต่เรามุ่งมั่นที่จะร้อยโยงความรู้สึกไว้กับเหตุผล
และให้น้ำหนักกับเหตุผลมากกว่า
ก็เท่านั้นเอง…
.
.
ปีนี้เราฉลองวาเลนไทน์หมู่ด้วยการดูหนังรักแห่งปี 2007 รักแห่งสยาม
เคยมีใครซักคนที่ร้องไห้เพราะดูหนังรักแล้วโทรหาคุณด้วยความคิดถึงไหม๊
หนังรักที่ทำให้้คนรักที่อยู่ห่างไกลกันร้องไห้ไม่หยุดตอนที่ดูหนังจบ และโทรข้ามทวีึปมาย้ำว่าต้องดูหนังเรื่องนี้ให้ได้
หนังรักที่ทำให้ความรู้สึกและสมองทำงานไปพร้อมๆ กัน ว่าความรักหลากมิติที่เราทุกคนเผชิญอยู่เป็นความรักที่มีคุณค่าและควรทะนุถนอมจริงๆ
หนังรักที่ทำให้เรารู้สึกเข้มแข็งหลังจากดูหนังจบ แต่หลังจากนั่งฟังเพลงประกอบหนังอีกหลายรอบ กลับรู้สึกว่าหัวใจเปราะบางของเราแตกสลายไปกับความรักที่มากเกินไป (ให้ตายเถอะ เราร้องไห้แบบหยุดไม่อยู่เกือบสองชั่วโมง) และเมื่อฟังเพลงประกอบหนังไปอีกหลายรอบ เรากลับรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง
หนังรักที่ทำให้เราโทรไปหาน้องที่เมืองไทย ฝากซื้อหนังเรื่องนี้เป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้ป๊าม้าดูให้ได้นะ – ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ขอบคุณทุกๆ ความรักที่มีให้กันเสมอมา
หมายเหตุ 2 บทความที่เราอ่านหลังจากดูหนังจบ และ เพลงประกอบหนังค่ะ
1. รักแห่งสยาม:ตราบใดมีรักย่อมมีหวัง คอลัมน์ ดูหนังอย่างคนป่วย โดย คุณวิวัฒน์ เลิศวัฒน์วงศา
2. รักแห่งสยาม : The Power of Love โดย คุณ Merveillesxx
3. Ost. the love of siam playlist