Epsilon’ s blog

พฤศจิกายน 8, 2005

มิตรภาพสำคัญกว่าสถานการณ์ # 2

Filed under: econ school, my life, people — epsilon @ 11:34 pm

“สิ่งที่มีค่าที่สุดของการทำงานร่วมกันคือ ความสัมพันธ์”


เมื่อวานเราเข้าไปรายงานตัวกับ role model ในโอกาสที่กลับมาทำงานเต็มเวลาอีกครั้ง หลังจากโยกโย้มาพักใหญ่ เข้าไปคุยอะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมด ความในใจที่มีต่อองค์กร ระบบ คน และวิถีชีวิตในอนาคต ทุกอย่างที่เคยเป็นปม ข้อสงสัย คลุมเครือ ได้รับการชี้แนะ อธิบาย และสอนให้เด็กอย่างเรา รู้จักโตกับเค้าซะที ก็อย่างนี้ไงล่ะถึงอยากทำงานด้วย นี่แค่วันแรกก็ทำเอาเรารู้สึกว่าจะได้ความรู้เกินเงินเดือน ประโยคที่ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงได้ใจทุกๆ คนที่ทำงานด้วยและไม่มีใครปฏิเสธถ้าเค้าเอ่ยปาก ก็คือ “เวลาที่เราทำงานร่วมกันความสำเร็จก็คือผลของงานที่เสร็จตามเป้าหมายแต่สิ่งที่มีค่าที่สุดของการทำงานร่วมกันคือความสัมพันธ์ มิตรภาพที่เกิดขึ้นสำคัญกว่าสถานการณ์ โดยเฉพาะผู้ร่วมงานนั้นเป็นครูของเราด้วยแล้ว ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นยิ่งพิเศษเข้าไปใหญ่”

งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้ the great man ที่โทรมาชวนเราไปช่วยงานที่ Computer farm ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้ยินประโยคที่เรารอคอย มันนานนานจนลืมไปแล้วว่าเราต้องการสิ่งนี้เราถึงมาที่นี่ และยังอยู่ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ใครต่อใครโทรมาตามให้ไปช่วยงาน เสียง role model ดังก้องอยู่ในหัวเราตลอดคืนนั้น “ไม่ให้ไป มาทำอันนี้ มาช่วยพี่แล้วก็ช่วย the great man ด้วย” น้ำตาไหลไม่หยุด กว่าสองชั่วโมง ภาพเหตุการณ์ตั้งแต่เราเริ่มรู้จักกัน เป็นลูกศิษย์อาจารย์ เป็นเพื่อนร่วมงานผุดขึ้นมาในหัว ภาพของใครต่อใครที่เราเคยทำงานด้วยเต็มไปหมด จนทำให้เราแน่ใจว่า สิ่งที่เราเคยเข้าใจ มันไม่ใช่ แต่สิ่งที่เรารอคอยคือสิ่งนี้ การได้ทำงานกับ role model โดยตรง ไม่ต้องผ่านใครอีก หรือถ้าผ่านก็คือ the great man คนที่เรายอมรับในความสามารถอย่างสนิทใจ ที่ผ่านมาเราไปช่วยงานคนโน้นคนนี้ทั่วสารทิศ จนแทบจะเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะงานนั้นช่วยแบ่งเบาภาระของ role model ที่จ่ายออกไป แต่เราไม่ต้องการทำงานกับคนอื่นอีก ประเภทกบเลือกนาย ไม่ได้เจ้านายที่อยากทำงานด้วยก็ไม่ยอมทำ แต่ถ้าได้ทำงานกับคนที่อยากทำด้วย แค่เป็นเด็กติดตามคอยถือเอกสารก็ยอม เพราะแค่เราได้มีโอกาสสังเกตสิ่งที่เค้าทำ คิด และพูดออกมาก็มีประโยชน์มหาศาล เหมือนกับกำลังเรียนอยู่ในมหาลัยชีวิต อยู่ใกล้คนดี และเก่งเนี่ย (อาจ) จะฉลาดได้ชั่วข้ามคืน

วันนี้ ได้ fw mail จากเพื่อน อ่านแล้วโดน กำลังฝึกให้ตัวเองเป็นแบบนี้อยู่พอดี

7 Thinking method to be genius ”
การเป็นคนเก่ง ไม่ใช่ความโชคดีของพันธุกรรมหรอกนะ อยู่ที่การฝีกขัดเกลาสมองและหัวใจของคุณต่างหาก แล้วคุณจะมีความปราดเปรื่องในแบบฉบับของคุณเป็นคนเก่ง ที่สามารถจัดการกับชีวิตของตนเองได้อย่างลงตัว


คิดในทางบวก
มองโลกในแง่ดี และทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลัง ด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ทำตัวให้สดชื่น มีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ จะช่วยให้คุณสามารถที่จะจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาได้อย่างอยู่มือ



มีศรัทธาในตัวเอง
ถ้าแม้แต่ตัวคุณเอง ยังไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะมีมนุษย์หน้าไหนล่ะ จะเชื่อในความเก่งของคุณ อยากให้ใครๆ เขาชื่นชอบและทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจตัวเองก่อน


ขอท้าคว้าฝัน
ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเท่ากับความตั้งใจจริง และทุ่มสุดตัวหรอกนะ ความกระหายอันแรงกล้า ที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมาย นั่นแหละเป็น แรงผลักดันที่จะทำให้คุณสานฝันสู่ความจริงได้


ค้นหาบุคคลต้นแบบ
ใครก็ได้ที่คุณชื่นชม เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา เผื่อว่าเราจะได้ไอเดียแจ๋ว ๆ มาปรับใช้ให้ชีวิตก้าวโลดสู่ความสำเร็จกับเขามั่ง


เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส
คนที่มีรอยยิ้ม ระบายไว้บนใบหน้า เสมือนประตูที่เปิดกว้าง ให้ใครๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจาติดต่องาน ก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จ มากกว่าคนที่หน้าตาแบกโลกนะ นอกจากนี้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยังสร้างความเบิกบาน และคลายทุกข์ แถมยังเป็นยาอายุวัฒนะชั้นอ๋อง ที่ทำให้เราดูเป็นวัยสะรุ่นตลอดกาล รู้อย่างนี้แล้ว..หัดติดรอยยิ้มไว้ที่มุมปากกันเป็นประจำนะ


เรียนรู้จากความผิดพลาด
ก็สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จะเป็นอะไรเชียวถ้าเราจะทำอะไร แล้วจะยังไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้ เพียงแต่ขอให้ทำเต็มที่ และเปิดใจให้กว้าง ยอมรับความจริง หันมาทบทวน ดูว่ามีขั้นตอนไหนที่ผิดพลาดไป… เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม


ทะนุถนอมมิตรสัมพันธ์เก่าๆ
คงไม่มีใครที่จะอยู่อย่างมีความสุข โดยปราศจากเพื่อนหรือมิตรที่รู้ใจหรอกนะ แม้ว่าในชีวิตแต่ละวันของคุณจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม คุณควรจะมีเวลาให้กับเพื่อนซี้ ที่รู้จักมักจี่กันมานานซะบ้าง แวะไปหากัน เมื่อโอกาสอำนวย ชวนกันออกมาทานข้าวในช่วงวันหยุด ส่งการ์ดปีใหม่ หรือร่อนการ์ดวันเกิดไปให้ เผื่อในยามที่คุณเปล่าเปลี่ยวหงอยเหงา เศร้าทุกข์ใจ ก็ยังมีเพื่อนแสนซื้ ไว้พื่งพา และให้กำลังใจกันได้นะ

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: