Epsilon’ s blog

พฤศจิกายน 28, 2005

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 6:43 pm

ฟังเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 10 ที่มีลำตัดการเมืองสุดเจ๋งมาร่วมแจมให้บรรยากาศคึกคัก
(ครั้งนี้สนธิกับสโรชายิงสัญญาณสดมาจากวัดหลวงตามหาบัว เพื่อความปลอดภัย)
อยู่ๆ ก็นึกถึงเพลง ถั่งโถมโหมแรงไฟขึ้นมาซะอย่างนั้น

..โค่นล้ม สังคมแบบเก่า
..เพื่อเรา ประชาชาติไทย
มาร่วมกันดันกงล้อประวัติศาสตร์
สู่เอกราชจริงแท้ และสดใส
………ถั่งโถมโหมแรงไฟ

เพื่อก้าวไกลแห่งสังคมอุดมการณ์….

เพลงที่เราจะร้องกันทุกคืนเวลาที่นั่งอยู่รอบกองไฟ ช่วงเวลาสิบกว่าคืนที่ออกค่าย ไม่เคยมีคืนไหนที่เราจะไม่ร่วมกันร้องเพลงนี้ มันเหมือนเพลงประจำค่ายที่เราร้องช่วงดึก ๆ ซักห้าทุ่มหรือเที่ยงคืนก่อนเข้านอน สำหรับพวกอยู่ดึก (พวกแก่ ๆ ทั้งนั้น) ร้องเพลงนี้แต่หัวค่ำเดี๋ยวเด็กใหม่มันจะตื่นกลัวนึกว่าเราหัวรุนแรงซะป่าว ๆ

เราจะเริ่งร้องเพลงชมรมที่ต่อกัน 4 เพลงรวด
เราอาสาพัฒนาใจเริงร่าและสามัคคี..
…มีไม้กระดาน มีบ้าน มีหลังคา มีเสาเอามา ไม่รอช้าสร้างบ้านเรา
มีฆ้อนตะปู ตีตอกดังไม่เบา มีกบเลื่อยแต่งเสาแต่งกระดานตามต้องการ
…ยามอาทิตย์สีแดง สาดส่องแสงทั่วหล้า ปลุกหัวใจชาวประชา…
…รักเธออยู่สุดใจ โถใครจะมาห้ามฉัน รักจริง ๆ ไม่ใช่ใฝ่ฝัน รักเธอนั้นจนหมดหัวใจ..


ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหาความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไรไปมากมาย
สุดท้าย ให้กระดาษฉันแผ่นเดียว


เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง
หรือจะมุ่งการศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา
เอาตัวรอดเท่านั้นฤา
แท้ควรสหายคิด
ตั้งจิตร่วมยึดถือ
รับใช้ประชาคือ
ปลายทางเราที่เล่าเรียน

คนหนุ่มสาว
มาเถิด
กลับบ้านเกิดที่เคยเนาว์
คืนบ้านเก่าที่เจ้าเกิดกาย…

วันเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนไป
สุขสดใสไม่เคยเดินตาม..

ไกลโอ้ไกลจากโพ้นขอบฟ้า
เราจากมาด้วยการก้าวย่าง
จากกลิ่นฟาง รอยยิ้มเจ้าเอย..

ร้อยดาวร้อยเดือนมา
ร้อยเดือนมาเรียงเป็นวง
ร้อยใจสายใยยาว
กูเกี่ยวดาวมาไว้ดิน..

ถ้าหากฉันเกิดเป็นนกที่โผบิน
ติดปีกบินไปให้ไกลไกลแสนไกล
จะขอเป็นนกพิราบขาว
เพื่อชี้นำชาวประชาสู่เสรี..

ตะวันส่องใส แดดฉายลงมา ทาบทาทิวทุ่ง
กลิ่นลมผ่านโปรย เหมือนโปรยกลิ่นปรุงดอกฟางฟอมลอย..

ภูบ่สูงแต่ว่าห้วยมันลึก
ภูบ่ลึกแต่ว่าเมืองมันไกล
ภูบ่เล็กแต่ว่าฟ้ามัน ใหญ่
นกเขาไฟพาใจเรามา …

ฉันเหมือนนกบาดเจ็บ
ที่บินหลงฟากฟ้า
เมฆดำมืดมิดหนาตา
มอง หาหนทางไม่มี..


ฟ้าผ่องเพ็ญงามเด่นดังสวรรค์…


ฝนโปรยโรยอ่อน ตะวันรอน รอน
วิหคจรคืนสู่รัง…


นึกไม่ออกแล้ววววววววววว
อันนี้เท่าที่ร้องกันอยู่ทุกคืน ๆ นั่งบนพื้นหญ้า มีกองไฟ กีตาร์ บองโก้ ไข่เขย่า แล้วก็… เวลาดีหนึ่งทุ่มตรงถึงเที่ยงคืนทุกคืน

คิดถึงค่ายจัง

งานรับปริญญาปีที่เราต้องทำซุ้มให้รุ่นพี่ชมรม เราก็คิดกันว่าจะเอาไงดี และแล้วเมื่อเวลาจวนเจียน เราก็ได้ ประโยคโปรยหัวจากอดีตประธานค่ายรุ่นวัตถุโบราณให้เขียนป้ายยักษ์หน้าชมรม เอาไว้ให้พี่ๆ มาถ่ายรูปกัน
“จะมีซักกี่ครุยที่ลุยโคลน”


ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: