Epsilon’ s blog

ธันวาคม 18, 2005

ติว ติว และติว

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 7:12 pm

กลับบ้านนอกอาทิตย์นี้ไม่ได้นั่งฟังน้องสาวตัวแสบเล่าเรื่องวีรกรรมเพื่อน ๆ เหมือนทุกครั้ง
เจ้าหล่อนกำลังง่วนกับการอ่านหนังสือเพราะกำลังจะสอบเก็บคะแนน 15 เปอร์เซ็นต์

เป็นเรื่องปกติที่คุณเธอนั่งอ่านหนังสือจนถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง

เธอเรียนจีนธุรกิจที่มหาลัยinter เรียนบริหารธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ เรียนภาษาจีนเป็นแบบ จีนแปลเป็นอังกฤษ สรุปแล้วเธอต้องสามารถ ทั้งวิชาบริหาร ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เล่นเอาเจ้าหล่อนต้องขยันแบบไม่มีวันหยุดมาเกือบสองปี ท่องศัพท์จีนวันละไม่ต่ำกว่า 50 ตัว ทำความเข้าใจบริหารธุรกิจ และภาษาอังกฤษ (ที่ยังไม่ ‘คล่อง’ ซะที -เจ้ก็เหมือนกัน) เหมือนคุณเธอเรียน 3 สาขาวิชายังไงไม่รู้

วิชาที่ได้ดีที่สุดคือภาษาจีนเพราะเกือบทุกคนเริ่มนับ 1 พร้อม ๆ กัน รองมาคือวิชาคำนวณที่เธอชอบมากจนเกือบจะเลือกเรียนบัญชี แต่ที่ทิ้งกันห่างฉลุยและเธออยู่อันดับท้าย ๆ คือภาษาอังกฤษ

เรียนไปบ่นไปว่าไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนน้องชายฝาแฝดที่เรียนนิเทศน์ศิลป์ วันๆ ก็นั่งวาดรูป ถ่ายรูป ออกแบบโน่นนี่มาให้ดู ไม่ต้องมานั่งอ่านหนังสือกองโตอย่างเธอ

ย่องเข้าไปดูว่าอ่านวิชาอะไรอยู่ อะจ๊าก finance นี่หน่า แต่ทำไมชีทที่อ่านมันห้วนขนาดนี้
หยิบชีทขึ้นมาดู ได้ความว่าเป็นชีทที่ร.ร.สอนพิเศษที่หล่อนและเพื่อน ๆ ไปเรียนเพื่อติวกันมา

เรียนมหาลัยก็ต้องกวดวิชาด้วย เอากะเค้าซิ
อ้าว เจ้ ก็เรียนในห้องไม่รู้เรื่องเลย แล้วใครๆ เค้าก็ไปติวกันทั้งนั้น ไม่ไปก็ไม่ in ดิ่
อะไรกันเนี่ยยย

หยิบชีทที่หล่อนอ่านเสร็จแล้วมาพลิกดู มันก็แค่สรุป key word สำคัญๆ แล้วก็วงเล็บแปลเป็นภาษาไทยไว้ให้ แปลแบบตามศัพท์ภาษาอังกฤษแต่ไม่ใช่ศัพท์ finance ความหมายก็ไม่ชัด คนอ่านจะไปรู้เรื่องอะไร ไม่อธิบายความเลย

อ่านชีทแล้วรู้เรื่องเหรอ
ไม่รู้อ่ะ ไม่รู้ตั้งแต่ในห้องที่เรียน ห้องที่ติว อ่านชีทก็ไม่รู้เรื่อง แต่พยายามจำอยู่เผื่อมีอะไรไปเขียนได้มั่ง
อืม ฟังหล่อนตอบ แล้วอึ้งไป (ไม่รู้เรื่องไมไม่โทรมาถาม ไอ้เด็กบ้า)


เที่ยงคืนแล้ว แต่ขืนปล่อยไว้อย่างนี้คงไม่รอดแน่
มานี่เลย ชั้นติวให้ เริ่มตั้งแต่บทแรก ติวไปก็ด่าคนเขียนชีท คนที่มันเปิดโรงเรียนกวดวิชาไป ไมมันไม่มีจรรยาบรรณความเป็นครูเลยเนี่ย เขียนชีทอย่างงี้ออกมาได้ไง ใครจะไปรู้เรื่อง (เจ้ เค้าอธิบายตามชีทเนี่ยแหละ แค่นี้จริง ๆ ฮึม ๆ)

ติวไป หล่อนก็อ๋อ เป็นระยะๆ
โห รู้งี้ถามเจ้ดีก่า เออ เอากะมัน

แล้วแบบนี้เรียนจบไปจะรู้เรื่องเหรอ จบแล้วจะได้อะไรมั่งเนี่ย
(หล่อนบอกติวแบบนี้เกือบทุกวิชา)
ก็มันเรียนหนัก ได้หน้าลืมหลัง จีนก็ต้องอ่านต้องท่อง ภาษาอังกฤษก็งู ๆ ปลาๆ แถมเรียนวิชาบริหารอีก บางอย่างก็ไม่เข้าใจ แล้วจะให้ทำยังไง แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ติวเรียนแบบที่เค้าสรุปให้ เก็งข้อสอบให้ก็คงไม่รุ่ง

ระหว่างเทศนาน้องตัวแสบ ป๊าเห็นห้องนอนยังเปิดไฟเลยเข้ามาแจม
ถามคำถามเดิมกับคุณเธอ
(คำถามที่ถามลูกทุกคน แล้วก็ให้ไปคิด ไปเลือกกันเอาเอง)
ว่าจะเรียนแค่ให้สอบผ่านได้คะแนนดีๆ หรือจะเรียนให้ได้ความรู้ที่เราควรจะรู้
ท่องๆ ไปให้ได้คะแนน แต่ไม่เข้าใจแก่นแท้ของวิชาที่เรียนแล้วหนูเรียนจบจะได้ประโยชน์อะไร

หล่อนก็ตอบเรื่องเรียนหนัก เหมือนเดิมแล้วก็เฉไฉ วกมาที่เรา
เจ้ ออกจากงานมาเปิดโรงเรียนติวเหอะ เจ้ติวรู้เรื่องสุด ๆ รับรองรวยเละ ห้องนึงเรียนกันร้อยกว่าคน วิชายาก ๆ เค้าลงกันสองสามรอบ แถมตอนนี้นะเค้าอัดเป็น DVD ให้เรียนเป็นรอบๆ ไปเรียนตอนไหนก็ได้ เจ้ไม่ต้องยุ่งยากมาสอนทุกครั้งด้วย

เออ เอากะมันซิ

ป๊าคิดเหมือนหนูมะ ว่าไม่ควรทำ ถึงจะรวยก็เหอะ มันช่วยทำให้ไอ้เด็ก ๆ พวกนี้ไม่ค่อยตั้งใจเรียนในห้อง คิดว่าจะมาติวข้อสอบ (ข่าวว่าเจ้าของโรงเรียนส่งคนไปเรียนทุกคอร์ส แถมให้รางวัลสำหรับคนที่จดข้อสอบออกมาให้ด้วย – จะได้รวบรวมแนวข้อสอบไว้ให้รุ่นต่อๆไป)

โห่ เจ้ก็คิดว่าทำบุญให้เด็กดิ่ ยังไงเด็กมันก็ต้องไปเรียนอยู่แล้วแต่ เจ้เปิดสอนแบบที่ทำให้เด็กมันเข้าใจมากกว่าโรงเรียนเดิม เด็กมันก็ได้ความรู้จริงๆ ไปไง

ไม่ ไว้สอบ mid term กะ final ชั้นมาติวให้หล่อนละกัน

ง่วงแล้ว นอนเหอะ

3 ความเห็น »

  1. ตอนแรกที่เห็นสถาบันรับติวนักศึกษามหาวิทยาลัยตอนประมาณปี 2540 ผมยังนึกขำในใจว่าใครมันจะมาเรียน(วะ?) ภูมิปัญญาขนาดมาเรียนอุดมศึกษาแล้วเนี่ยนะยังจะมาหวังติวอีก..

    ปรากฏว่าด้วยวัฒนธรรมการ “เรียนนอกห้อง” ของเด็กไทยตั้งแต่ปฐมวัย ทำให้การค้นคว้าด้วยตัวเองเป็นอะไรที่ทำได้ลำบากมาก

    โปรดยืนสงบนิ่งเพื่อการศึกษาของชาติ 1 นาทีครับ..

    แล้วหลังจากนั้นก็มาคิดกันเถอะว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้าง

    ปล. คุณ Epsilon เขียนแนวนี้สนุกดีนะครับ เรื่องเก่าๆ อ่านแล้วออกเหงาๆ มากกว่า

    ความเห็น โดย natsima — ธันวาคม 21, 2005 @ 7:13 pm

  2. อ่านแล้ว สิ้นหวังยังไงไม่รู้ คุณธรรม จรรยาบรรณ มันตายไปแล้วมั้ง คุณค่าของการศึกษาไม่ได้สอนให้เรารู้อะไรจากใครบอกใครสอนอย่างเดียว เพราะสมองไม่ได้มีหน้าที่เป็นเครื่องถ่ายเอกสารนะว้อย

    ลองอ่านดู
    http://babbirdbird.blogspot.com/2005/11/education-circus.html

    บอกไม่ถูกเหมือนกัน

    ช่วงนี้ ยุ่งๆนะ ไม่ค่อยได้แวะมาอ่าน ขอโทษด้วย
    ขอเก็บตกทีหลัง

    ความเห็น โดย joinsungz — ธันวาคม 22, 2005 @ 4:48 pm

  3. คุณ natsima
    blog เก่า เหงาแล้วก็เศร้ากว่านี้อีกค่ะ

    ตอนนี้ไม่เหงา ไม่เศร้าแล้ว มีเรื่องให้ขำได้ทุกวัน (ทำงาน) แต่ถ้าขืนเขียนเล่าในบล็อค สำนักเราอาจจะหมดความขลัง เพราะมีแต่เรื่องฮา ฮา มีช็อตเด็ดให้เก็บแต้มสะสมกันทุกวัน

    joinsungz
    การอ่านบล็อคเราถือเป็นหน้าที่ไปแล้วเหรอ ไม่ว่างก็ไม่เป็นไรซะหน่อย มีเวลาก็แวะมาเยี่ยมมาเยือนละกัน แล้วจะแวะไป (ถ้า insungz up blog)

    ความเห็น โดย epsilon — ธันวาคม 23, 2005 @ 9:11 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: