Epsilon’ s blog

มกราคม 12, 2006

แล้วเราก็หากันจนเจอ

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 7:22 pm

เราเกิดมาในบ้านหลัง(เก่าริมคลอง)เดียวกัน
พ่อเค้าเป็นพี่ชายพ่อเรา
พี่เค้าโตกว่าเราหนึ่งปี
เราโตกว่าเค้าหนึ่งปี

เราโตมาด้วยกัน
เราเล่นกันมาตั้งแต่เด็กจนโต
เราต่างย้ายบ้านแยกกันตอนเกือบจบประถม
เรามาอยู่ด้วยกันอีกครั้งตอนที่เราเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัย
เค้าเป็นคนขี้อ้อนและเอาใจเก่งสารพัด
ทำอาหารเก่งมาก อร่อยมาก ทุกอย่างประยุกต์ได้หมด
(บางทีอาจจะเป็นผลจาก DNA เพราะตระกูลเค้า(ป้าสะใภ้)ทำอาหารอร่อยมากกันทุกคน)
เค้าเป็นคนร่าเริง มีเรื่องทำให้เราขำกันได้ตลอด
วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2549 เค้าแต่งงาน กับผู้หญิงที่เค้ารักมากที่สุดในชีวิตรองจากแม่
ผู้หญิงที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกว่าสองปี
ผู้หญิงที่ทำให้เค้าเปลี่ยนไปเป็นคนใหม่ที่รับผิดชอบชีวิตส่วนตัวและเรื่องครอบครัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผู้หญิงที่เข้ากับทุกๆ คนในครอบครัวใหญ่ของพวกเราได้เป็นอย่างดี
ผู้หญิงที่ช่วยแบ่งเบาภาระทุกๆ อย่างในบ้านจากป้าได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้น เรื่องทำกับข้าว
ผู้หญิงที่รักหมามากเหมือนทุก ๆคนในบ้าน หรืออาจจะมากกว่าเพราะเราไม่เคยเอาหมาไปนอนด้วย แต่เธออนุญาตให้เจ้าอมยิ้มขึ้นไปนอนบนเตียงกับเธอด้วย
ผู้หญิงคนนี้ชนะใจน้องชายเราและชนะใจทุก ๆ คนในบ้าน ญาติและทุกคนที่ได้เจอ ชอบและเอ็นดูเธอทุกคน
พวกเรา พี่ๆ น้องๆ และญาติ ๆ ไปรวมตัวกันที่บ้านในหมู่บ้านต.รวมโชค โชคชัย 4 ลาดพร้าว เพื่อตรียมงานพิธีแต่งงานให้เค้า
พี่ชายคนโตทำ VTR ให้ใช้เพลงหากันจนเจอเป็นเพลงประกอบ พวกเรารุมดูด้วยความชื่นชม ว่าพี่เราทำเหรอเนี่ย เค้าใช้โปรแกรม Flash และประมวลภาพของสองคนนี้เข้าด้วยกันเหมือนๆ กับงานแต่งงานทั่วไปที่เราเคยเห็น แต่พวกเราก็รู้สึกว่ามันสวยมากจริงๆ เพราะพี่ชายทำให้ พี่ชายที่รู้จักทุก ๆ ภาพที่ใส่ลงไปในนั้นว่าน้ำหนักความรู้สึกของแต่ละภาพเป็นยังไง
ตีสอง รับตัวเจ้าสาว
เจ็ดโมงเช้า ทำบุญเลี้ยงพระ
สิบเอ็ดโมง ยกน้ำชาตามประเพณีจีน
อากง ที่ปีนี้อายุ 94 ปีแล้วแต่ยังแข็งแรงเพราะไปทำสวนหลังบ้านทุกวัน เป็นคนรับน้ำชาและอวยพรให้เป็นคนแรก อากงเขียนภาษาจีนใส่กระดาษมาและอ่านเสียงดังมากอวยพรให้
เรารู้สึกว่าน้ำตามันเอ่อ ๆ จนเกือบจะล้นออกมา เจ้าบ่าวก็เหมือนกัน
ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างแต่ก็รู้สึกว่าอากงตั้งใจที่จะอวยพรให้หลานชายซะเหลือเกิน
เจ้าบ่าวขอกระดาษแผ่นนั้นจากอากงและบอกว่าจะเอาไปใส่กรอบเก็บไว้เป็นที่ระลึก
พวกเรารีบเตือนให้เอาไปถ่ายเอกสารซะก่อน เพราะอากงอาจจะเก็บไว้ใช้อีกหลายงาน หลานๆ เริ่มโตกันแล้ว (ฮา)
ตามธรรมเนียมก็ต้องมีผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นไปอวยพร
พิธีกร(คุณอาของเจ้าสาว) ขอให้การันตีเจ้าบ่าวให้ด้วย
ป๊าเราก็เลยขึ้นไปกล่าวรับรองเรื่องเจ้าบ่าวทำอาหารอร่อยมากซะ – ฮากันครืน
เพราะเป็นที่รู้กันว่าเจ้าบ่าวนี่สุดยอดพ่อครัว ส่วนเจ้าสาวไม่เป็นเลยต้มมาม่าเป็นอย่างเดียว(เรื่องจริง ไม่ได้โม้)
หลังจากนั้น
เจ้าบ่าวก็กล่าวขอบคุณพ่อแม่แขกเหรื่อ
และสุดท้ายขอบคุณคุณพ่อคุณแม่เจ้าสาวที่ยกลูกสาวให้ – ฮากันทั้งงาน
เจ้าสาวก็กล่าวขอบคุณตามธรรมเนียม
และสุดท้ายขอบคุณเจ้าบ่าวที่ขอแต่งงาน – ฮา(เสียงดังกว่าเก่า)กันอีกครั้ง
พวกเราพี่ๆ น้องๆ ญาติๆ นั่งอยู่ข้างล่างเวที
น้ำตาของความดีใจที่น้องเราแต่งงานก็ไหลออกมาแบบไม่ได้นัดหมาย
มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มๆ ยิ้มทั้งน้ำตา
น้องเราแต่งงานแล้วนะ แต่งงานแล้วจริงๆ
แล้วอยู่ๆ พิธีกรก็คงจะนึกสนุก เลยสัมภาษณ์เจ้าบ่าวว่าเจอเจ้าสาวที่ไหนช่วยเหล่าประวัติความรักให้ฟังหน่อย
บรรดาเพื่อนๆ และพวกเราที่รู้ประวัติก็ได้แต่ฮากันครืน
สองคนนั้นก็ยืนม้วนอยู่บนเวที ไม่รู้จะเล่ายังไง
เจอกันที่ร้านบุษบาครับ วันนี้เจ้าของร้านก็มาด้วย มากันทั้งร้านเลยครับ
(บุษบาเป็นผับเล่นดนตรีสดที่มีวงเจ๋งๆ ไปเล่น ว่ากันว่าดีที่สุดของย่านอตก.-สมัยที่สองคนนี้เจอกัน แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่หรือเปล่า – ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างล่างก็คงจะไม่รู้หรอกว่าร้านบุษบาเป็นร้านอะไร )
เจ้าสาวเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าของร้าน ช่วยเก็บเงิน ทำบัญชีอยู่ที่ร้าน
เห็นว่าขยันดีก็เลยจีบครับ – ฮา
หลังจากเสร็จงานกลับไปบ้านที่รวมโชค เลยได้รูปเก่าๆ มาอีกชุดนึงหลังจากที่รูปตอนเด็ก ๆ ของพวกเรากระจัดกระจายเพราะย้ายบ้าน
ตอนเห็นรูปครั้งแรกก็ยังงง ๆ ถามว่าใคร พอบอกว่าสาวที่ใส่ชุดสีชมพูบานเย็นคนนี้เป็นเรา
เหอ ตอนเด็กๆ หนูหน้าตาเป็นแบบนี้เหรอ
พี่ชายคนที่ทำ VTR คือคนที่ยืนอยู่ขวา
ส่วนเจ้าบ่าวที่เพิ่งแต่งงานไปก็คนที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ไม้ไผ่ไง
……….
เพลงหากันจนเจอ เป็นเพลงที่เราฟังครั้งแรกแล้วชอบเลย แบบลงไปน็อคเลยอ่ะ
พอได้ซีดีมาก็จัดการแปลงไฟล์แล้วส่งเมล์ไปให้เพื่อนฟังซะทั่ว
กรี๊ดมากกกกก
จำได้ว่าได้ฟังเพลงนี้หลังจากได้ฟัง Love Story จากปากเพื่อนสาวที่ติดเกาะอยู่อีกซีกโลกนึง อยู่เมืองไทยเป็นทอมแต่ดันไปพบรักที่อังกฤษ แล้วอย่างนี้จะไม่อยากให้ไปมั่งได้ไงล่ะ (ฮา)

2 ความเห็น »

  1. it’s absolutely you!
    no doubt since the evidences are so strong!

    ha ha

    Joinsungz

    >> from reply mail

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 14, 2006 @ 9:32 pm

  2. นอกจากเพื่อนที่รู้จักกันแล้วแลกกันอ่านบล๊อกแล้ว
    ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอคนที่มาอ่านผมบ่นได้โดยบังเอิญ
    ขอบคุณพระเจ้าแห่งบล๊อกและคุณ

    เพิ่งอ่านอันแรกจบ ยังเหลืออีกหลายอัน
    ดีใจที่ได้มาอ่าน
    บ่นได้น่าฟัง (เขียนได้น่าอ่าน)
    ขอบคุณครับ

    ความเห็น โดย north — มิถุนายน 13, 2006 @ 11:52 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: