Epsilon’ s blog

มกราคม 16, 2006

My Big Sister

Filed under: econ school, my life, people — epsilon @ 4:59 pm

ปีใหม่เราส่ง sms ไปหาอวยพรและทักทาย’เธอ’
เราไม่ได้โทรไปสวัสดีปีใหม่เธอ
เพราะคิดว่าเธอคงไปต่างประเทศเหมือนทุก ๆ ครั้งที่มีวันหยุดยาว

วันนี้เราโทรหาเธอเพื่อเชิญเธอมาฟังการบรรยายพิเศษของ Prof.Ariel Rubinstein
ก่อนที่จะส่งข้อมูลไปทางเมล์และจดหมายกระดาษ
เพราะเรารู้ว่าเธอชอบ Game Theory
เธออ่านหนังสือ Game Theory เหมือนหนังสืออ่านเล่น เหมือนเราอ่านเรื่องสั้น

เราสวัสดีปีใหม่เธอและเล่าเรื่องราวส่วนตัวให้เธอฟัง
เธอฟังอย่างตั้งใจและให้ข้อคิดที่ดีมาก ๆ มีประโยชน์มากๆ เหมือนทุกครั้งที่เราโทรไปเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง
เราขอบคุณเธอเหมือนเคย และถามเธอว่าเป็นยังไงบ้าง
เธอบอกว่าเธอคิดถึงเรา และตั้งใจจะโทรหาเราเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แต่ก็ไม่ได้โทรเพราะกลัวว่าเราจะยุ่งๆ อยู่
(เรายุ่งเป็นปกติ แต่เราก็ยินดีให้เธอเรียกใช้เสมอมา สายสัมพันธ์ระหว่างเราไม่เคยขาดหาย)
เราก็คิดถึงเธอเหมือนกัน ตั้งใจจะโทรหาแต่ก็ไม่ได้โทร เพราะเรารู้ว่าเธอยุ่งมากกว่าเรามาก
เรารอให้ข้อมูลเรื่องการมาของ Prof. Rubinstein ลงตัวแล้วค่อยโทรหาเธอ

เราถามเธอว่าคิดถึงเราเรื่องอะไร มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่า แล้วทำไมไม่โทรมา ถึงเรายุ่งแค่ไหน เราก็ยินดีรับใช้เธออยู่แล้ว

เธอตอบกลับมาด้วยเสียงนิ่ง ๆ “น้องเราเพิ่งเสีย”

เรายืนอึ้ง ตัวชาวาบ เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่อก

งานเพิ่งเสร็จได้ 3 วัน เราคิดถึงคุณเพราะน้องเราเสียกลางวัน ชุลมุนมาก เราอยากให้คุณมาช่วยเก็บเงิน แต่เราก็เกรงใจเลยไม่ได้โทร

เราพูดอะไรไม่ออก ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไหวติง

อย่างเดียวที่นึกขึ้นได้คือแสดงความเสียใจกับเธอ เพราะเราคิดว่ามันคงเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่สำหรับพี่สาวคนโตอย่างเธอที่น้องสาวมาด่วนจากไปอย่างนี้

ตอนนี้เราดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องห่วง

ดูแลตัวเองดี ๆ เราไม่สามารถรับการสูญเสียมากกว่านี้ได้แล้ว

เราคุยกันอีกนิดหน่อย พยายามปรับน้ำเสียงให้ดีขึ้นแล้ววกกลับมาที่เรื่อง Prof.Rubinstein

เราอยากไปนะ จะได้ไปเจอคุณด้วย เราอยากเจอคุณ…

เราไม่อยากรอให้ถึงวันนั้นหรอก มันตั้งอีกตั้งเดือนกว่า เราอยากเจอเธอตอนนี้ เวลานี้ เดี๋ยวนี้ อยากเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึง อยากกอดเธอเพราะเรารู้ว่าเธออ่อนล้า ถึงแม้ว่าจะช้าไปตั้งสองสัปดาห์ก็ตาม

เธอโทรมา “มาเป็นผู้ช่วยเราได้ไหม๊”
หลังจากนั้นเราสองคนก็เริ่มรู้จักกันและกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เธอโทรหาเราทุกวันวันละหลาย ๆรอบ
บางครั้งเธอพูดติดตลกว่าโทรหาเราบ่อยกว่าแฟนอีก

เธอชอบสั่งงานทางอีเมล์
ทำให้เราต้องเช็คเมล์ทุกเช้าและก่อนเข้านอนเพราะเคยไม่เช็คมัวแต่ทำอย่างอื่นอยู่ปรากฎว่าคำสั่งยาวเป็นหางว่าวประมาณสิบข้อ

เราส่ง sms หากันบ่อย ๆ เพื่อคุยกันเรื่องงานเวลาที่เธอติดประชุมหรือติดธุระ

เธอถนัดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย
เธอพิมพ์ไทยไม่ได้

เธอบอกว่าชื่อเล่นเราเรียกยาก

เธอเลยเรียกเราด้วยชื่อจริงแทน หรือบางทีก็เรียกชื่อจริงแบบสั้น ๆ แค่สองพยางค์แรก

เธอเรียกเราว่าคุณ

(เหมือนเจ้านายคนปัจจุบันที่เรียกเราว่าคุณ ทั้ง ๆ ที่คนแถวนี่เค้าเรียกชื่อเล่นเราจนจำกันไม่ได้แล้วว่าเราชื่อจริงว่าอะไร)

เธออ่านเปเปอร์ทุกวัน เธอสั่งเราโหลดงานวิจัยที่เธอสนใจและปรินท์เข้าแฟ้มแยกเป็นเรื่องๆ ให้เธอได้เกือบทุกวัน
เราเปิดแฟ้มใหม่ให้เธอได้เรื่อยๆ จนวางเรียงรายเต็มห้องไปหมด
เธอสนใจหลายเรื่อง จนเรารู้สึกว่าอะไรจะ hyper ขนาดนี้
เธอชอบทำงานวิจัยมากกว่าสอนหนังสือ เธอว่าอย่างนั้น

เธอป๊อปมาก มีหนุ่มๆ ส่งดอกไม้มาให้เธอเป็นประจำ หลากหลายสไตล์ ตามแต่สไตล์ของหนุ่มคนนั้น แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นใครกันบ้างเพราะแต่ละคนห่อนามบัตรมาเป็นอย่างดี
วันเกิดเธอไม่ต้องพูดถึง ดอกไม้เรียงรายเต็มไปหมด ไม่นับที่ส่งไปที่บ้านเธออีก
มีหนุ่ม ๆมารุมจีบเธอเยอะแยะ
แต่สุดท้ายเธอก็แต่งงานกับเค้าคนนั้น
คนที่ใคร ๆ ก็เชียร์กันสุดโต่ง โดยที่เธอไม่รู้ตัว และเธอก็งงว่าข่าวรั่วไปได้ยังไง – ไม่ใช่เรานะ
วันแต่งงานเธอสวยมาก และใคร ๆก็บอกว่า อิจฉาเจ้าบ่าว

เธอขับรถทะเบียนเดียวกันทุกคัน แต่เธอก็มีรถคันโปรดที่เธอใช้ประจำ มักจะจอดที่เดิมเพราะเธอมาถึงคณะแต่เช้า
เธอมีตุ๊กตามารูโกะตัวยักษ์ที่หน้ารถ

เธอมีรถบังคับไว้เล่นในห้องทำงานเวลาเครียด ๆ

เธอชอบสีฟ้า

เธอชอบดูหนังมาก ดูทุกเรื่องโดยเฉพาะหนังเทศกาล หนังเกาหลี มีบางคนบอกว่าเธอเหมือนนางเอก My Sassy Girl
เธอชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น

เธอว่ายน้ำทุกเช้าและชอบตีกอล์ฟ

เธอชอบทานผลไม้มากโดยเฉพาะสาลี่และแอปเปิ้ลที่ปอกเปลือกแล้ว
เธอชอบทานน้ำส้มปั่น กับแป๊ปซี่แม๊กซ์
เธอชอบทานวิตามินซี
เธอทานกาแฟดำ

เธอชอบกอดหมอนเวลานั่งทำงานที่โต๊ะ

เธอชอบเขียนการ์ด
เธอชอบให้ของขวัญคนอื่น
เธอชอบทำให้คนอื่นประทับใจ

เธอมักซื้อขนมมาให้เราเป็นประจำถ้าเธอไปประชุมหรือสัมมนาที่โรงแรมกลับมาเธอจะโทรหาและยื่นถุงขนมให้

เธอซื้อของมาฝากทุกครั้งที่เธอไปต่างจังหวัดไปต่างประเทศ
ล่าสุดเธอส่งปากกา Harrods พร้อมการ์ดให้กำลังใจมาให้ หลังจากเธอกลับมาจากอังกฤษ

เธอมักมาในชุดสีขาวดำ แต่หลังจากแต่งงานเราได้เห็นเธอใส่สีแดงดำบ้างแล้ว

เธอสั่งงานเราเสร็จ เราจะเดินไปทำที่ Finlab แต่เธอคว้าข้อมือเราไว้ เธอบอกว่า อยู่ทำที่นี่ได้ไหม๊ คุณอยู่ใกล้ๆ แล้วเราอุ่นใจ
เธอบอกให้เราใช้ห้องเธอได้ตามสบาย เธอยกที่นั่งหน้าเครื่องคอมให้เรา และเธอนั่งคิดงานเงียบ ๆ ที่โต๊ะข้างๆ

เธอให้เราถือบัตรเอทีเอ็ม บอกรหัสบัตร และให้เรากดเงินให้เวลาที่เธอต้องการใช้เงินสด
เธอให้เราถือบัตรเครดิตไว้สำหรับทำธุรกรรมออนไลน์ให้เธอ
เราบอกเธอว่าอย่าไว้ใจใครขนาดนี้ แต่เธอก็บอกว่า เราไว้ใจคุณ

เธอเคยชวนให้เราไปทำงานกับเธอที่บริษัทส่วนตัว กลุ่มธุรกิจของครอบครัว แต่เราปฎิเสธ ถ้าเราไปทำงานกับเธอไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้จะเป็นยังไง

เธอไม่เคยดุแต่กลับทำเสียงดีใจเวลาที่โทรหาเราแล้วเราเดินเล่นอยู่สยามสแควร์ อยู่สยามเหรอ ซื้อของให้หน่อย ว่าแล้วเธอก็สั่งของกินที่เธอชอบและของที่จะไปฝากใครต่อใครอีกหลายรายการ

เธอให้เราจัดห้องให้ แต่พอเราจะอธิบายว่าเราจัดของอะไรของเธอไว้ตรงไหนบ้าง เธอกลับบอกว่าไม่ต้องหรอก เราอยากได้อะไรเดี๋ยวเราบอกคุณง่ายกว่า

เธอมีแว่นตาหลายอัน แต่เธอมักหามันไม่เจอ ไม่ใช่เพราะเธอไม่ค่อยใส่ แต่เพราะเธอทำของหายเป็นประจำต่างหาก

เธอบินไปต่างประเทศเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเป็นประจำ รวมถึงไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวบ่อยๆ

มีหลายคนชอบถามเรา ว่าอย่างเธอจะมีความทุกข์บ้างไหม๊ ดูเธอเพอร์เฟ็คไปหมด เราเล่าให้เธอฟัง เธอหัวเราะพร้อมกับส่ายหัว

ตามตำราโหราศาสตร์ ราศีพิจิกกับสิงห์เป็นราศีของเจ้านายกับลูกน้องที่เหมาะสมกันที่สุด
คนราศีพิจิกแพ้ทางให้กับคนที่เกิดราศีสิงห์
เราเกิดราศีพิจิก ส่วนเธอเกิดราศีสิงห์
เราขำ ปนตกใจตอนที่รู้เรื่องนี้
(ดูเหมือนตำรานี้จะแม่นไม่ใช่เล่น เพราะเราว่าเรากำลังแพ้ทางให้กับเจ้านายคนปัจจุบันที่เกิดราศีสิงห์เหมือนเธอแต่คนละรอบกัน-ตกใจนิดหน่อยตอนที่ท่านบอกว่าท่านเกิดราศีสิงห์ เจอเข้าให้แล้วไหม๊ล่ะ)

ช่วงเวลาที่เราได้ใกล้ชิดเธอ เธอสอนเรื่องการใช้ชีวิตให้เราอยู่บ่อยๆ เธอบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนเราเป็นน้องสาว
เธอเป็นคนที่เราคิดถึงเสมอมาทั้งในเวลาปกติและเวลาที่อยู่ระหว่างทางแยก ต้องตัดสินใจ
เธอให้คำแนะนำดีๆ เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เราเสมอ
เธอเป็นคนเดียวที่ถามเราเรื่องงานว่า “คุณมีความสุขกับงานที่ทำไหม๊” – คนอื่นมักถามเรื่องตำแหน่งกับเงินเดือน
ถ้าคุณมีความสุขกับงานนี้ก็ทำเถอะ ถึงผลตอบแทนในรูปรายได้จะไม่มากเท่ากับไปทำบริษัทข้างนอกก็ตาม
วันนึงเราทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมง มากกว่านอน ถ้าเราต้องทำในสิ่งที่ไม่มีความสุข ทำแล้วทรมานตัวเองก็อย่าทำเลย
ถ้ามั่นใจว่ามีความสุขกับงานนี้ก็ทำเลย

เธอให้กำลังใจและเป็นที่ปรึกษาให้เราทุก ๆเรื่องเสมอมา

เธอเป็นเหมือนพี่สาวคนโต เป็นBig sister สำหรับเรา

เรา ‘รัก’ เธอนะ

บทเรียนของเหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า

ถ้าเราคิดอะไร รู้สึกอะไร เราควรแสดงออกไปทันที

โดยเฉพาะการแสดงออกถึงความคิดถึง ห่วงใย รู้สึกดีๆ และรัก

เพราะการที่เราเก็บความรู้สึกเหล่านี้ไว้ในใจ

รวมๆ ไว้พูดหรือแสดงออกเมื่อเราคิดว่าจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

มันอาจจะสายเกินไป อย่างครั้งนี้ ช้าไปถึงสองสัปดาห์

คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราหรืออาจจะเป็นตัวเราจะด่วนจากไปก่อนวัยอันควรเมื่อไหร่ไม่รู้

ทำสิ่งดีๆ ต่อกันให้มากเท่าที่จะมากได้

แล้วคุณจะรับรู้ได้ถึงอานุภาพแห่ง’ความรัก’

………………………………….

ขอเชิญฟังการบรรยายพิเศษของ Prof. Ariel Rubinstein
เรื่อง “John Nash, A Beautiful Mind, and Game Theory”
วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 10.00-12.00 น.ห้อง 10201

ขอเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมเล่น Online Experiment ที่ http://gametheory.tau.ac.il/bangkok/ ก่อนเข้าร่วมฟัง โดยผลการทดลองนี้จะนำมาใช้ประกอบในการบรรยาย
(เปลี่ยนวันบรรยายจาก 9 กุมภาพันธ์ เป็น 22 กุมภาพันธ์ค่ะ – Confirm ล่าสุดค่ะ )
สำรองที่นั่งเข้าร่วมฟังการบรรยาย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

โทรศัพท์ 02-697-6632-3 โทรสาร 02-692-3168
E-mail: info@uc-utcc.org
ผู้เข้าฟังไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

หมายเหตุ

เวบไซต์ของ Prof.Ariel Rubinstein

http://arielrubinstein.tau.ac.il/

บทความและผลงานของ John Nash

รวมถึงรายละเอียดภาพยนตร์เรื่องA Beautiful Mind
http://www.nobel.se/economics/laureates/1994/nash-autobio.html
http://www.abeautifulmind.com/main.html
http://www.popular-science.net/nobel/nash.html

6 ความเห็น »

  1. ก่อนอื่นเลยต้องขอแสดงความเสียใจกับ “เธอ” ด้วยนะครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันยากที่จะเผชิญเสียเหลือเกิน….

    จริงๆก็แอบอ่าน blog ของคุณ Epsilon มาหลายกาลอยู่ แต่มิประจวบจังหวะเหมาะที่จะโพสต์ เลยถือโอกาสโพสต์ครานี้เลยละกัน

    แล้วผมจะแวะเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ ตามประสาคนว่างงาน เหอ เหอ

    ป.ล.

    งานที่หอการค้านี่ผมก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน ไม่ทราบว่าฟรีรึเปล่าหว่า…?? อิอิ

    ความเห็น โดย Mr.GELGLOOG — มกราคม 16, 2006 @ 8:04 pm

  2. สวัสดีค่ะ
    เราก็แอบไปอ่านบล็อกของคุณ gelgloog อยู่บ่อย ๆ จากตอนที่เห็น มุมมองจากพี่แก่ๆ น่ะค่ะ ดีมากเลยอ่ะ

    ฟรีค่ะ ฟรี มีขนมอร่อยๆ ให้กินด้วย
    ชวนเพื่อนๆ ที่สนใจมาด้วยนะคะ เดี๋ยวจะแยกใบให้เซ็นต์ชื่อต่างหาก ว่าเป็น Blooger (ฮา)

    สำรองที่นั่งได้เลย เพิ่งเข้าไปแก้เมล์สำรองที่นั่ง เดี๋ยวโปสเตอร์เรียบร้อยจะมาโพสต์อีกทีค่ะ

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 17, 2006 @ 12:17 pm

  3. เข้าไปเล่นเกม 7 ข้อแล้วครับ
    อยากรู้เฉลยจังเลย

    ความเห็น โดย natsima — มกราคม 18, 2006 @ 8:26 am

  4. อยากรู้ว่าจะเฉลยยังไงก็ต้องมาฟังซิ่คะ

    เพิ่งเขียนเพิ่มตอนท้ายอ่ะ ลองอ่านดูนะคะ

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 18, 2006 @ 12:36 pm

  5. เรารู้สึกดี เรารู้สึกถึงความผูกพันของคนสองคนที่เป็นหลายอย่างของกันและกันเป็นสิ่งที่มีค่าทางความรู้สึกและจิตใจเป็นอย่างยิ่ง เรารู้สึกดีมากจริงๆ
    ขอให้คุณ คุณ และคุณ มีมิตรภาพ ความรัก และความผูกพันที่มีค่าตลอดไป

    ความเห็น โดย joinsungz — มกราคม 24, 2006 @ 6:13 pm

  6. Thanks very much my lovely sister, take a good care na.

    Big Sister

    >> from reply mail

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 25, 2006 @ 5:56 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: