Epsilon’ s blog

มกราคม 28, 2006

ชักธงรบ ตอนที่ 1

Filed under: econ school — epsilon @ 10:41 pm

จะทำยังไงให้เด็กๆ เข้าใจว่าเศรษฐศาสตร์คืออะไร เรียนอะไร สอนอะไร เอาไปใช้ยังไง สำคัญยังไง ฯลฯ
เป็นหัวข้อปรึกษาหารือ ถกเถียง และระดมสมองแบบทวีความเข้มข้นตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาของสำนักเรา

ทำไมมันถึงถูกชูประเด็นขึ้นมาพูดคุยอย่างหนักหน่วงพอๆ กับประเด็นทางการเมืองที่ร้อนระอุอยู่ตอนนี้น่ะเหรอ
เพราะเราเริ่มเดินสายพบปะลูกค้ารุ่นใหม่ตามโรงเรียนมัธยมเพื่อชักชวนให้มาเรียนเศรษฐศาสตร์ที่สำนักเราน่ะซิ่

การเดินสายพบนักเรียนมัธยมเป็นวิธีการประชาสัมพันธ์ตัวเองวิธีหนึ่ง
ซึ่งเราเคยทำร่วมกับส่วนกลางของมหาวิทยาลัย (ปัจจุบันก็ยังทำ)
คือส่งอ.ตัวแทนจากคณะละ 1-2 คนไป ไปเดินสายร่วมกับอ.ตัวแทนจากคณะอื่นๆ
มีเวลาให้คณะละ 5-15 นาที แล้วแต่เวลาจะเอื้ออำนวย
ข้อดีมีหลายอย่าง และโรงเรียนก็ชอบแบบนั้นเพราะไม่ต้องหาคาบว่างให้มหาวิทยาลัยมาประชาสัมพันธ์กันบ่อยๆ
แต่ข้อเสียที่เกิดขึ้นก็คือ กลายเป็นว่าแต่ละคณะก็ต้องมาพรีเซนต์ตัวเองเพื่อที่จะดึงดูดเด็กให้มาเรียนที่คณะ
แต่ละคณะก็มีจุดขายต่างกัน อะไรๆ ของเราก็เด่นหมด ขายได้ทั้งนั้น แต่เจอคณะอื่นเค้าบอกว่าถ้าจบแล้วอยากได้เงินเดือนสองหมื่นอัพ ให้มาเรียนคณะเค้า (เรียนเพื่อให้ได้เงินเดือนสูง ๆ เฮ้ออออออออ) คณะเราก็เลยได้แต่หน้าจ๋อย😦

มาปีหลังๆ เราก็เลยทั้งเดินสายร่วมกับส่วนกลาง และเดินสายแบบลุยเดี่ยว
ข้อดีก็คือเรามีเวลามากขึ้นในการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับศศ. และโน้มน้าวให้เด็กๆ สนใจเรียนกับเรา
แต่ข้อเสียก็คือเด็กที่ไม่สนใจศศ. ส่วนหนึ่งที่รู้แล้วว่าตัวเองต้องการเรียนอะไร กับอีกส่วนหนึ่งคือเข้าใจผิดเกี่ยวกับศศ. จะไม่สนใจมาฟัง เฮ้ออออ

เข้าใจผิดเกี่ยวกับศศ.
เข้าใจว่าเรียนเกี่ยวกับตลาดหุ้น
(มันแค่ส่วนหนึ่งของสาขาการเงินเอง เผลอๆ จบการเงินแล้วยังไม่รู้เลยว่าตลาดหุ้นน่ะมันยังไงกันแน่)

เข้าใจว่าเรียนแล้วต้องไปทำงานแบงค์
(มันก็เป็นอาชีพหนึ่งของอีกหลายอาชีพที่จบศศ.จะทำได้)

เข้าใจว่าถ้าชอบคณิตศาสตร์ให้เลือกเรียนศศ.หรือไม่ก็บัญชี
(โห เลขที่ใช้ในศศ.กับที่ใช้ในบัญชีมันคนละเรื่องกันเลยนะน้อง)

เข้าใจว่าถ้าเรียนศศ.แล้วถ้าจะให้ดีต้องเรียนให้จบป.เอก
(มันก็จริงส่วนหนึ่งแต่จริงๆ แล้วพื้นฐานศศ.ไปเรียนต่อด้านอื่นได้อีกเยอะแยะไม่จำเป็นต้องเรียนศศ.ตรี โท เอกหรอก )

เข้าใจว่าถ้าอยากเป็นนักศศ.ที่เก่งๆ น่าจะเรียนตรีวิศวะแล้วค่อยต่อโทศศ.
(ไปเอามาจากไหนเนี่ย แค่บางคน(ที่เค้ารุ่งๆ )น่ะ ไม่ต้องตรีวิศวะก็เป็นนักศศ.ที่เก่งได้)

เข้าใจว่าถ้าเรียนศศ.แล้วต้องเป็นนักวิชาการพูดอะไรที่มันฟังยากๆ
(นักวิชาการก็มีหลายประเภท หลายคนก็พูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายฟังเข้าใจออก-เอหรือว่าเราเรียนศศ.เราเลยเข้าใจหว่า)

แถมตอนนี้เด็ก ๆ เค้าก็อยากเรียนอะไรที่มันสนุกๆ เรียนแล้วไม่เครียด แถมทำงานเป็นจ๊อบได้เงินง่ายๆ อย่างเรียนนิเทศน์ ศิลปะ อะไรเทือกนั้น การจะไปโน้มน้าวให้เด็กหันมาสนใจศศ.ก็เลยดูเป็นงานใหญ่ไม่ใช่น้อย

ตอนนี้มันกลายเป็นว่าโครงสร้างนักเรียนในปัจจุบันเลือกเรียนต่อในสายศิลปะและสังคมวิทยามากขึ้น (ถึงแม้ว่าศศ.จะอยู่ในสายสังคมศาสตร์แต่เด็กๆ เค้าก็ไม่เลือกเรียนหรอกนะ เค้ารู้สึกว่ามันค่อนไปทางวิทยาศาสตร์มากกว่า ก็สังคมที่ไหนเค้าเรียนเลขกันหนักหน่วงขนาดนี้ล่ะ) ช่วงอนาคตหลังจากนี้ไปประเทศไทยก็จะมีเด็กที่จบด้านนิเทศน์ ศิลปะกันมากขึ้น ส่วนเด็กที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ก็จะหายากขึ้นทุกที เอาไว้อีกหน่อยพอค่าตัวนักวิทยาศาสตร์แพงขึ้นตามหลัก Demand-Supply เราอาจจะได้เห็นเด็กๆ แย่งกันเข้าคณะสายวิทยาศาสตร์ ด้วยเหตุผลว่าจบแล้วได้เงินเดือนดี เฮ้อออออ

เดี๋ยวนี้วิศวกรก็หันเหมาเรียนการเงิน เรียนศศ.กันมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ ตรีวิศวะโท MBA / Finance /Economics

เพื่อนบางคนก็บอกว่าสนใจมานานแล้ว แต่จังหวะช่วงตัวเองเอนท์น่ะ ถ้าเด็กเก่งต้องติดวิศวะ ก็เลยเลือกวิศวะ แล้วก็สะสมความรู้ด้านตลาดเงินตลาดทุนมาเรื่อยจนมาเรียนต่อโท ไม่ไปเป็นวิศวกรอย่างที่ตัวเองเรียนมาแล้ว บ้างก็จบวิศวะ ทำงานอยู่โรงงานไปซักพัก รู้สึกชีวิตไม่ค่อยซาบซ่า วันๆ เจอแต่สาวโรงงาน กะคนงานก่อสร้าง เลยมาเรียนต่อแนวนี้ดีกว่า จบแล้วได้ทำงานในออฟฟิศที่มีสาวๆ น่ารักๆ รายล้อมดูชีวิตจะมีความสุขกว่า

ไม่รู้เหมือนกัน ใครใคร่เรียนอะไรก็เรียนแล้วกัน จะไปห้ามไม่ให้เปลี่ยนแนวทางดำเนินชีวิตก็คงไม่ได้ เพราะเราเองก็ยังอยากจะเปลี่ยนไปเรียนท่องเที่ยวเลย อยากเรียนไปเที่ยวไป จะได้ไม่ต้องมานั่งอยู่หน้าจอคอมทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ เฮ้ออออ (อีกที)

กลับมาเรื่องเด็กๆ อีกครั้ง
ตอนนี้จากโจทย์เดิมว่าเราจะทำยังไงให้เด็กเลือกเรียนศศ.กับสำนักเรา (ซึ่งมันก็หินอยู่แล้ว)
คณาจารย์เลยต้องทำการบ้านโจทย์ที่กว้างกว่าเดิมว่าเราจะทำยังไงให้เด็กเข้าใจว่าศศ.คืออะไร แล้วเลือกที่จะเรียนศศ. สำนักไหนก็ได้ – ใจกว้างมะ (ตอนนี้เราแค่หวังว่าถ้าเค้าพลาดหวังจากการเข้าเรียนศศ.ที่ 2 สำนักเก่าแก่ เค้าจะเลือกเราเป็นตัวเลือกแรก แต่ต่อไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เด็กๆ ต้องคิดถึงเราเป็นอันดับหนึ่งก่อนสำนักอื่น ต้องทำให้ได้ ๆ กำลังวางแผนการรบอยู่)

ปกติภาระงานสอน ทำวิจัย เป็นที่ปรึกษาให้เด็ก ก็หนักหน่วงพออยู่แล้ว
ตอนนี้เพิ่มงานเดินสายประชาสัมพันธ์ลูกค้าอีกอ.แต่ละท่านก็เลยเหนื่อยกันมากกกกก
แต่มันก็เป็นเหมือนกิจกรรมเพิ่มความสัมพันธ์ในคณะที่สนุกสนานเพราะมีเดิมพันที่ยอดเด็กที่จะเข้ามาเรียนในปีหน้า (เวลาที่ได้รับคำตอบว่าเลือกเรียนที่นี่เพราะประทับใจที่อ.ไปแนะแนวถึงที่โรงเรียน อ.ก็จะยิ้มกันแก้มปริ)

ค่อย ๆ เดินสาย ค่อยๆ เรียนรู้ปัญหา อุปสรรค และร่วมกันปรับกลยุทธ์ทุกวันๆ เพราะไปเจอกลยุทธ์เหนือเมฆของม.อื่นๆ แถมด้วยการปรับเปลี่ยนระบบการเรียน การรับนักศึกษาของทบวงเข้าไปอีก งานนี้ก็เลยกลายเป็นงานที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการเดินสาย เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการรบอย่างเมามัน

เราได้เห็นการประชุมกลุ่มย่อยๆ ทุกๆ วัน เล่าถึงอาการ ‘เก็บตก’ จากสถานการณ์เดินสาย แบบฮาๆ เห็นรายชื่อโรงเรียนมัธยมเต็มกระดาน และเห็นอาการเตรียมพร้อมด้วยการขนอุปกรณ์ประชาสัมพันธ์ใส่ท้ายรถกันคนละชุดสองชุดสำรองกรณีฉุกเฉิน ! ช่างรอบคอบเสียจริง

จะให้สอนอย่างเดียว ทั้งๆ ที่รู้ว่าอนาคตต่อไปนักเรียนที่จะมาเรียนกับเราน้อยลงทุกทีโดยไม่ทำอะไร ก็คงไม่ได้
งานนี้อ.ก็เลยต้องลุยกันเอง เพราะน้ำหนักความน่าเชื่อถือและความประทับใจที่เกิดขึ้นมันต่างจากส่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของมหาลัยไปมากนัก

ปีนี้เราเปิดปริญญาตรีและปริญญาเอกภาคภาษาอังกฤษเป็นรุ่นแรก
เท่ากับตอนนี้เรามี ป.ตรี ภาคไทย 4 สาขา ภาคอังกฤษ 1 สาขา
ป.โท ภาคไทย ป.โท ภาคอังกฤษ
และกันยายนปีนี้ เราก็จะเริ่มการเรียนการสอนปริญญาเอก inter program รุ่นหนึ่ง!
Ph.D.- M. ECON จำชื่อนี้ให้แม่นๆ แล้วจะกลับมาเล่าต่อว่าหลักสูตรนี้น่าเรียนยังไง
23 มีนาคม 2549 เราจะ Open House บอกกันแต่เนิ่นๆ จะได้ทำตัวให้ว่างไว้
…..

รายละเอียดเรื่องงานบรรยายพิเศษของ Prof. Ariel Rubinstein ปรมาจารย์ด้าน Game Theory เชิญค่ะ เชิญ
http://utcc2.utcc.ac.th/www/newsdetail.php

Blog ที่เคยเขียนถึงเรื่อง Game Theory
Stawhut ส่วนที่ 1.5: Robert Aumann … เท่าที่รู้จัก
Solow
วิถี – แห่ง – เกม
B.F.Pinkerton Nobel prize 2005 and other stuffs

ส่วนใครอยากอ่านเรื่องเศรษฐศาสตร์ มุมมองจากพี่แก่ๆ เชิญที่ Blog Mr.Gelgoog เลยค่ะ
ขวาสุดซอย ตรงLink ข้าใครอย่าแตะ ที่ฮอตฮิตติดลมบนที่เวบเด็กดีอันลือลั่นน่ะละค่ะ

ขอบคุณ ‘ต้นไม้’ ที่ส่งแผ่นดีวีดีมาให้ดูถึงบ้าน
A true love story
Heaven’s bookstore
Howl’s moving castle
Sayonara kuro
4 เรื่องแน่ะ ดูแล้วจะเมล์ไปเมาท์นะท่าน ขอบคุณ ขอบคุณ


อาทิตย์นี้ฟัง
หยุด/Since I Met You – Groove Riders ประมาณ ห้าสิบรอบ
A Lover’ s Concerto – Kelly Chen ประมาณ ร้อยรอบ

5 ความเห็น »

  1. ตอนสมัครเรียน M.Econ ที่ Middlesex U. เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยบอกว่าถ้ายูไม่ได้จบ B.Econ มาอ่ะนะ ยูก็ต้องมีงานอดิเรกประมาณว่าอ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์เป็นหนังสืออ่านเล่น

    เราเลยไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์

    ความเห็น โดย natsima — มกราคม 29, 2006 @ 7:43 pm

  2. มาเรียนที่สำนักเราแทนก็ได้ ถึงไม่ได้จบ B.Econ ก็ม่ายเป็นไร ลงรุ่น 1 เลย โท ควบ เอก ขนคะแนน TOEFL กับ GRE มาก็แล้วกัน ถ้าไม่หวั่นว่าต้องเรียนเป็นภาษาคณิตศาสตร์ 555

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 29, 2006 @ 8:08 pm

  3. อย่าว่าแต่คุณเลยนะ ผมก็เซ็งแหละ เศรษฐศาสตร์ดูจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกเข้าใจผิดไปมากมาย ผมว่าเรามาช่วยกันเหอะนะ พยายามสื่อสารให้น้องๆเค้ารู้ว่า เศรษฐศาสตร์มันคืออะไร

    จริงๆแล้วผมคิดว่าที่หอการค้านี่ถือว่าเป็นมหาลัยที่ค่อนข้างคุณภาพเหมือนกันนะ

    สังเกตุจากอาจารย์แต่ละท่านแล้วเก่งๆกันทั้งนั้น ตอนที่เรียนตรีที่วิชาเศรษฐกิจประเทศไทยที่ มศว ก็เคยทำเรื่องเชิญ อ.อัทธ์ พิศาลวานิช มาพูดนะ ประทับใจจ๊อดมาก แบบว่าเก่งหวะ ชาตินี้จะเป็นแบบเค้าได้มั๊ยเนี่ย เหอ เหอ

    แต่ที่อยากจะถามคุณเอปซี่ก็คือว่า ที่หอการค้านี้มีการเคลื่อนไหวทางด้าน political economy บ้างหรือเปล่าครับ เพราะเท่าที่สังเกตุมหาลัยเอกชนส่วนมากจะเป็นไปในทาง mainstream เสียส่วนใหญ่ เลยอยากทราบว่าในส่วนของเศรษฐศาสตร์กระแสอื่นๆ นี่มีการเรียนการสอนกันหรือไม่

    แล้วจะแวะเข้ามาเยี่ยมใหม่

    ความเห็น โดย Mr.GELGLOOG — มกราคม 30, 2006 @ 3:36 pm

  4. การเคลื่อนไหวทางด้าน political economy

    ที่นี่ไม่วิชาศศ.การเมืองให้เรียนซักวิชา (ถ้าเข้าใจไม่ผิด)

    เพราะเราคือมหาลัยที่เน้นการนำศาสตร์ทุกแขนงไปประยุกต์ใช้ในเชิงธุรกิจ

    แต่เห็นตัวอย่างจากท่านนายกแล้ว ยังเกรงว่ามหาลัยจะอุตริเปิดสาขาใหม่ ‘การเมืองธุรกิจ’ หวังว่าคงไม่มีใครคิดเรื่องนี้ได้ มีแค่เรากังวลไปคนเดียว ม่ายงั้นคงมีคนแห่มาเรียนกันเต็มไปหมด เพราะจบมาแล้ว ‘ผลตอบแทนสูง’

    ….

    ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช เป็นคนเก่งในคนเก่งอีกหลายคนที่สำนักเรามี ตอนนี้ท่านเป็นผอ.ศูนย์การค้าระหว่างประเทศ งานวิจัยล้นมือ มีเด็กจบใหม่มาสมัครเป็นลูกศิษย์ทำวิจัยเป็นทิวแถว

    ท่านจะมีงานใหญ่ เมษายนนี้ ใกล้ๆ แล้วจะมาประกาศให้ทราบอีกทีค่ะ

    นับจากนี้ไปคงเห็นการเคลื่อนทัพของสำนักเราบ่อยขึ้นเรือยๆ ปีนี้เป็นต้นไปจะมีอ.ใหม่ และอ.ที่ไปเรียนด้วยทุนมหาลัยทยอยกลับมาเป็นกำลังพลในการเคลื่อนทัพให้น่าจับตามองยิ่งขึ้น

    แล้วจะค่อยๆ ทยอยเล่าให้ฟัง ถ้ามีเวลา (ไม่ถือเป็นคำสัญญานะ เพราะบางอย่างก็เล่าไม่ได้จริงๆ มันเป็นกลยุทธ์อ่ะ)

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 31, 2006 @ 12:34 am

  5. ส่วนของเศรษฐศาสตร์กระแสอื่นๆ นี่มีการเรียนการสอนกันหรือไม่

    มีวิชาประหลาดๆ ที่อ.อยากสอนแต่มหาลัยในเมืองไทยไม่มี เปิดสอนใน Ph.D.-M. ECON หล่ะ

    อยากเรียนอะไร เสนอได้ เดี๋ยวเอาไปเสนอต่อ ประมาณว่าพลังโหวตของนักเรียนอ่ะ ‘ท่าน’คงหาคนในเครือข่ายมาสอนให้ได้ หรือไม่ก็หากูรูมาบรรยายพิเศษอย่างที่เราเชิญ Prof.Rubinstein มานั่นแล

    แต่พลังโหวตนี่หมายถึงเป็นนักเรียนเรานะ
    จะมาใช้สิทธิโหวตไหม๊ล่ะท่าน

    ความเห็น โดย Epsilon — มกราคม 31, 2006 @ 12:43 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: