Epsilon’ s blog

กุมภาพันธ์ 15, 2006

สื่อมวลชนเพื่อสาธารณะ

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 12:54 am

Epsilon ชวนอ่าน

>> ทักษิณกับพวก โดย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

เพิ่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้ระหว่างทานข้าวสามมื้อในวันนี้
หนังสือเล่มเล็กเหมาะมือ แต่เนื้อหาข่าวเจาะแน่นเอี๊ยดด้วยความรู้ มุมมองของการเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ ของผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ย้อนเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ ที่เราเคยอ่านข่าวผ่านๆ ให้เห็นมุมมองหลายๆ ด้าน หลายๆ มิติ มาร้อยโยงเกี่ยวข้องแบบเป็นภาคต่อ และเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของตรรกะความคิดของฝั่ง ทักษิณกับพวก กับ ผู้เขียน ผู้เป็นสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ ‘สื่อมวลชนเพื่อสาธารณะ’ มาโดยตลอด

นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์น่าจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือประกอบการเรียน ว่าด้วยเรื่องจรรยาบรรณของนักสื่อสารมวลชน

ความเห็นส่วนตัว จากที่อ่านงานเขียนของคุณประสงค์มาระยะเวลาหนึ่ง รู้สึกว่างานเขียนและวิธีคิดของท่านน่าจะถือเป็นแบบอย่างให้กับนักข่าวที่เป็นคนรุ่นหลังได้ การรวบรวมและจับแต่ละประเด็น แต่ละเหตุการณ์มาเรียงร้อยกันจนทำให้คนอ่านจากที่เสพเฉพาะข่าวที่รายงานความเป็นไปเฉยๆ รู้สึกได้ถึงความต่างของคุณภาพงานข่าว คนอ่านฉลาดขึ้นทันตาด้วยข้อมูลที่ได้เสพ

อาชีพสื่อมวลชนที่หอมหวลของเด็กวัยรุ่น จะมีซักกี่คนที่จินตนาการว่าอยากจะเป็นผู้สื่อข่าวแบบที่คุณประสงค์เป็น ภาพโดยทั่วไปของผู้สื่อข่าวที่เด็กๆ เข้าใจ คือผู้สื่อข่าวที่แต่งตัวสวยๆ หล่อ ๆ ไปยืนถือไมค์สัมภาษณ์ดารา เรื่องข่าวลือว่ากิ๊กกับคนนั้นคนนี้ เรื่องความเห็นว่า คิดอย่างไรกับข่าวที่ว่า ดาราคู่นั้นเลิกกัน รักกัน อยากเป็นพิธีกรจะได้สวยๆ ออกทีวี ได้เจอดารานักร้อง

ช่วงนึงที่มีข่าวดาราสาวเบนโลป่องตามข่าวลือ มีการรวบรวมเนี้อข่าวละเอียดยิบเป็นซีรีส์ ให้มานั่งอ่านกัน ทำเหมือนข่าวเจาะของคุณประสงค์เลย แต่ว่ามันช่วยยกระดับมันสมองยังไง เรายังสงสัยอยู่ ว่าทำไมต้องไปสนใจขุดคุ้ย ตามล้างตามเช็ดกันขนาดนั้น ก็รู้แล้วว่า she โกหก ก็ควรจะเลิกทำให้หล่อนเป็นข่าว ให้ไม่ต้องกลับเข้ามาในวงการ เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนอีก – หมายถึงเรื่องโกหก หน้าด้าน ๆ เหมือนอินโนเซนต์แบบตอนเข้าฉากละครน่ะ นักข่าวก็ยังจะยุ่งเรื่องหล่อนอีกข่าวมาวันต่อวัน มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิก สุดท้ายแล้วถ้าหล่อนกลับมาก็คงจะมีนิตยสารไปคว้าหล่อนและลูกมาขึ้นปกให้ค่าตัวแพงระยับ ให้หล่อนได้เชิดหน้าชูตาในสังคมต่อไปอีก ทั้ง ๆ ที่ สื่อมวลชนน่าจะคิดกันว่า ควรจะให้หล่อนได้มีพื้นที่ยืนอยู่ในวงการนี้อีกหรือไม่ คิดอย่างเดียวว่าหนังสือขายได้แน่ถ้าหล่อนขึ้นปก ถ้าได้หล่อนมาเล่นละครด้วยเรื่องแรกหลังจากมีลูก และหลังจากนั้นเราอาจจะได้เห็นหล่อนกับลูกเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้า เหอะๆ

เราใจร้ายไปหรือเปล่า เด็กไปไม่เกี่ยวอะไรด้วย เด็กไม่รู้เรื่อง เรื่องแล้วไปแล้ว ไม่รู้เหมือนกันก็หล่อนดันเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นแบบอย่างที่เด็กๆ เฝ้ามองการกระทำ แล้วดันทำตัวไม่ดี ให้เด็กมันเอาไปอ้างข้างๆ คู ๆ ว่าแก่ขนาดนั้นยังคุมกำเนิดไม่ได้ ท้องเจ็ดเดือนแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองท้อง แล้วเด็กอย่างหนูเกิดท้องขึ้นมาจะมาด่าทำไม

เห็นข่าวเรื่องนักร้องคู่รักข้ามค่ายเตียงหัก ที่นักข่าวขับรถวนตามทั้งฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง จนเธอต้องหลบเข้าไปวนรถอยู่ในหมู่บ้านของเพื่อน และสุดท้ายไม่กล้าขับรถออกไปไหนเพราะกลัวนักข่าวตาม นี่เชื่อเค้าเลย ไม่รู้จะพยายามทำข่าวแบบนี้ให้มันได้อะไร รุกล้ำความเป็นส่วนตัวของคนอื่น มากถึงมากที่สุด

เป็นนักข่าวนี่ก็คงลำบากใจเหมือนกัน ว่าจะนั่งทำข่าวเจาะ ข่าวอาชญากรรม ข่าวเศรษฐกิจที่มันยากๆ ดีหรือว่าจะไปเป็นนักข่าวสายบันเทิง สบายสมองดี

ในแวดวงสื่อสารมวลชนจะมีซักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ทำงานแบบที่คุณประสงค์ทำ
ทำให้คนอ่านเห็นว่า คนเขียนข่าว เป็นกลาง ไม่ได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลก็รีบท้วงติง ตะโกนบอกให้สังคมรับรู้ และร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง งานข่าวที่แข็งแรงในเนื้อหา ส่งผลต่อสังคมมากนักต่อนัก ถ้าสื่อมวลชนไม่ทำหน้าที่เสนอข่าวสารตามที่ควรจะเป็นให้สังคมรับรู้ แล้วยุคที่ทุนครอบงำสื่อ เราจะได้รู้ความจริงที่ควรรู้กันซักกี่เปอร์เซ็นต์

…..

นั่งดูคนค้นคน- ขอโทษทีเราหา ตัวอักษรแบบที่ชื่อรายการเขียนไม่เจอบนแป้นพิมพ์
ตอนอำลาวิทยุ BBC ภาคภาษาไทย
ดูไปก็น้ำตาซึม ขนาดเราไม่ได้ฟังต่อเนื่อง แว้บไปแว้บมาบ้าง นั่งดูรายการนี้แล้วยังอดใจหายไม่ได้ ได้ข่าวมาพักใหญ่แต่ก็จำไม่ได้แม่นยำว่ารายการวันสุดท้ายวันที่เท่าไหร่

13 มกราคม 2006 คือวันสุดท้ายที่ออกอากาศจากลอนดอนส่งตรงถึงประเทศไทย สื่อที่ทำหน้าที่ของสื่ออย่างเต็มภาคภูมิ เปิดพรมแดนความรู้ให้คนฟัง ส่งข้อเท็จจริงของเนื้อหาข่าวสู่ผู้ฟัง สร้างวัฒนธรรมการฟังวิทยุ BBC จากรุ่นสู่รุ่น ถ้า BBC ไม่ใช่ของจริง คงไม่สามารถผูกใจคนฟังให้บอกต่อแนะนำจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ สู่รุ่นลูกได้

อำลาอาลัย วิทยุBBC ภาคภาษาไทย ที่มีอายุยืนยาวกว่า 64 ปี
(ออกอากาศตั้งแต่ปี 1941 – 2006)

คำถามทิ้งท้ายจากทีมงาน BBC ที่กรุงลอนดอน
‘สื่อมวลชนไทย จะวางตัวอย่างไรเพื่อให้เป็นสื่อมวลชนเพื่อสาธารณะอย่างที่ BBC เคยเป็น ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน’

3 ความเห็น »

  1. สรุปรวบยอดความคิดได้สามพยางค์ครับ
    “จรรยาบรรณ”
    หากทุกสายอาชีพมีจรรยาบรรณ และทำตามหน้าที่อย่างเต็มกำลัง และความสามารถแล้ว

    ชาติจะเจริญครับ มาก ๆ ด้วย

    สุขสันต์วันวาเลนไทน์ และมาฆบูชาครับ

    ความเห็น โดย pariNYa — กุมภาพันธ์ 15, 2006 @ 1:10 am

  2. 1.”แหม่มท้อง หนักหัวผม”

    เป็นชื่อบทความของอ.วรากรณ์ ในหนังสือรวมเล่มชื่อ NICHE โดยมีอาจารย์ปิ่นเป็นบรรณาธิการ

    2. ลักษณะเด่นของ BBC ภาคภาษาไทยคือความกระชับ และไม่เยิ่นเย้อ (อาจมาจากข้อจำกัดด้านเวลา)

    คุยคุ้ยข่าวก็ได้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อวันเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกว่ามันเยิ่นเย้อแฮะ

    3. ยังไม่ได้สุขสันต์วันวาเลนไทน์แด่คุณ epsie เลย

    ขอให้คนที่คุณ epsie “รัก” เห็นค่าแห่ง “รัก” และถนอม “รัก” นั้นไว้ตลอดไปครับ

    ความเห็น โดย natsima — กุมภาพันธ์ 15, 2006 @ 12:51 pm

  3. แหม่มท้อง หนักหัวผม > อ่านตอนที่อ.เขียนลงมติชนแล้วค่ะ ถูกใจอย่างแรง

    ขอบคุณทั้งสองท่านสำหรับคำอวยพรและขอให้คำอวยพรเหล่านั่นกลับไปที่ท่านด้วยนะคะ

    ขอให้มีความสุขเพิ่มขึ้นทุกๆ วันค่ะ🙂

    ความเห็น โดย Epsilon — กุมภาพันธ์ 18, 2006 @ 5:44 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: