Epsilon’ s blog

เมษายน 10, 2006

สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยตา

Filed under: book, econ school, people — epsilon @ 12:43 am

สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักเราจัดงาน The 1st UTCC Annual International Conference on “Frontier Research in Economics”

ใครที่พลาดงานวันนนั้น สามารถดาวน์โหลดเปเปอร์ไปอ่านได้จาก
http://www.uc-utcc.org/conference/

พวกเราก็เลยมีโอกาสได้พา ว่าที่ดร.เศรษฐศาตร์ จากสำนักชิคาโก ไปทัวร์ตลาดน้ำดำเนินสะดวก อุทยานร.2 และปิดทริปด้วยการ ฝึกจับหอยหลอด เป็นที่สนุกสนาน

ออกเดินทางจากกทม. หกโมงเช้า ถึง ตลาดน้ำ แปดโมงกว่า ๆ ลงเรือพายลำละ 7 คน ล่องไปตามคลองของตลาดน้ำดำเนินสะดวก ครั้งแรก ค่ะครั้งแรก ข้าพเจ้าและสมาชิกในทริปไปที่นี่เป็นครั้งแรก ตื่นตาตื่นใจ มีผลไม้ ของกินที่ทำกันสดๆ บนเรือ ทั้งก๋วยเตี๋ยวและขนมไทย ผลไม้เยอะมาก ชมพู่ ส้มโอ ลิ้นจี่ มะพร้าว มะม่วง ซื้อมะม่วงกวนของโปรดมาด้วย อร่อยมาก ๆ ของที่ระลึก มีขายทั้งในเรือและร้านสองข้างทางตลอดแนวคลอง บางร้านก็คือเอาของมานั่งขายหน้าบ้านตรงท่าน้ำ

เราได้แวะซื้อก๋วยเตี๋ยวมาหม่ำบนเรือ ตามด้วยน้ำมะพร้าวสด ๆ ทานไปชมสองข้างทางไป ช่างมีความสุขซะนี่กระไร ทานเสร็จก็เอาชามกับช้อนไว้ในเรือได้เลย เสร็จแล้ว เรือกับคนขายเค้าจะจัดการไปคืนกันเอง เพราะเค้ารู้จักกันหมด พ่อค้าแม่ค้าที่นี่เป็นชาวบ้านแถวนั้นจริงๆ ที่เก็บของจากสวน หรือทำของกินมาขาย ไม่ใช่คนต่างถิ่นที่ซื้อของมาขาย

พายเรือไปถึงที่ดูการสาธิตการทำน้ำตาลสด น้ำตาลปึก ไปดูต้นตาลของจริงว่าเป็นยังไง ของที่ระลึกประเภทที่ทจากไม้เยอะแยะไปหมด

ของบางอย่างที่ขายเป็นของที่ระลึกให้ชาวต่างชาติ ดูๆ ไปก็รู้สึกว่ามันคล้ายๆ กันไปหมดทุกที่ ตอนค่ำ พาแก๊งค์นี้ไปทานอาหาร นวดน้ำมัน และเดินช๊อป ที่ถนนข้าวสาร เรารู้สึกว่าของที่ขายอยู่ ประเภทไม้ แกะสลัก เครื่องเงิน ผ้าไทยต่างๆ มันเหมือนกับเราสามารถซื้อที่ไหนก็ได้ ซื้อที่ตลาดน้ำ ถ.ข้าวสาร ถ.สีลม สวนลุมไนท์บาร์ซ่า สวนจตุจักร เชียงใหม่ไนท์บาร์ซ่า จน เหมือนกับมันไม่เหลือเสน่ห์ของความเป็น สินค้าที่จะสามารถซื้อได้เฉพาะที่เท่านั้น

เราเคยฉุกคิดเรื่องนี้มาหลายครั้ง แล้วมันก็หายไป เรื่องของความที่มันมีอะไรๆ เหมือนกันไปหมดทุกที่ ไปทางไหนก็มีเซเว่น มีสตาร์บัค มีแมคโดนัล และตอนนี้ไปทางไหนก็มีของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวขายเหมือนๆ กันหมด

ก็คงจะเป็นข้อดีที่เราไม่ต้องไปไกลถึงแหล่งกำเนิดสินค้า สามารถซื้อของที่เราต้องการได้ในทุกๆ ที่ที่ไป แต่มันก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบเวลาที่เข้าไปร้านขายของชำท้องถิ่น กินกาแฟแบบที่ชาวบ้านแถวนั้นเค้ากิน ซื้อของที่ระลึกที่ชาวบ้านที่นั่นทำเอง และไม่มีขายที่อื่น ว่ามะ

ความน่ารักของว่าที่ดร.เศรษฐศาสตร์ อยู่ที่เค้าตั้งคำถาม และพยายามหาคำตอบกับทุกๆ เรื่องที่เค้าพบเจอ ในงานสัมมนาเค้าถามคำถามกับทุกๆ เปเปอร์ เสร็จงานแล้ว ก็ยังไปยืนเขียนสมการที่กระดานดำ ถกเถียงสิ่งที่เค้าต้องการคำตอบกันอีก ระหว่างพาไปเที่ยวก็ถามคำถามสารพัด ด้วยความสนใจอยากรู้ว่าเมืองไทยเป็นยังไง คนไทยคิดยังไง ทำไมอันนี้เป็นอย่างนั้น ทำไมเรียกอย่างนี้ เวลาคุยกันก็ใช้คำอธิบายทางทฤษฎีศศ. มาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น จนข้าพเจ้านั่งหัวเราะไม่หยุด

หวังว่าหลังจากเรียนจบแล้ว แต่ละคนจะยังคง บินกลับมา พรีเซนต์เปเปอร์ หรือมา เลคเชอร์ให้เราได้ทุกๆ ปี แวดวงวิชาการศศ.ไทยจะได้คึกคักขึ้น

…..

วันเสาร์ไปงานสัปดาห์หนังสือ ไปซื้อหนังสือที่ตั้งใจไว้ และหนังสือที่เจอแล้วก็อดซื้อไม่ได้ หลัง ๆ หนังสือในบ้านเราออกแบบรูปเล่มสวยงาม น่าอ่านขึ้นมาก เทคนิคการทำปกด้วยการยิงสปอร์ต (ทำตัวอักษรหรือภาพให้เป็นตัวนูน) ฮอตฮิตติดลมมาก หันไปทางไหนก็มีแต่ปกที่ทำแบบนี้

ที่อึ้งก็คือ เราซื้อหนังสือ ‘สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา’ หนึ่งในหนังสือชุด ‘Dhamma talk’ ที่ท่านอ. ว.วชิรเมธี พูดคุยกับคุณโตมร ศุขปรีชา และคุณวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ นอกจากทำปกแบบสปอร์ต ออกแบบสวย กระดาษน้ำตาล และทำเป็นซีรีส์ คือออกมาพร้อมกัน 3 เล่ม เล่มแรก ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือน พูดคุยกับอ.หมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เล่มที่ 2 ตื่นรู้อยู่ด้วยรัก พูดคุยกับนางแบบ โอเด็ต และ เข็ม กฤตธีรา เล่ม 3 ก็คือ สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา พูดคุยกับบก.หนังสือ แต่เราเลือกซื้อมาเล่มเดียว (ที่ตัวเองดูจากหัวข้อในสารบัญแล้วสนใจ) จ่ายเงินในราคาลดจากหน้าปก แล้วคนขายก็ถามว่าจะรับ Wrist band สีอะไรครับ มีให้เลือกเป็นสายหนังสีดำ กับสีน้ำตาลเข้ม เราเลือกสีน้ำตาลเข้มมา เป็นสายหนังที่พิมพ์ว่า ทุกข์กระทบ ธรรมกระเทือน ว.วิชรเมธี อืมมมม เท่ไม่เบา ข้าพเจ้าก็เลยใส่ซะเลย 555

หนังสือเล่มอื่นๆ เดี๋ยวจะมาอัพเพิ่มแล้วกัน ตอนนี้นั่งเขียนบล็อกอยู่บ้านนอกคอกนา จำชื่อบ่ได้น่ะ

มาอัพต่อ…
ซื้อหนังสืออะไรมามั่งหว่า

‘จินตนาการสำคัญกว่าวความรู้ Imagination is more important than knowledge’
หนังสือรวบรวมวาทะไอน์สไตน์ และเป็นสมุดโน๊ตในเล่ม เล้งมานานละ ได้ฤกษ์ซะที

‘เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์’ โดย ภาณุ ตรัยเวช
หนังสือที่ตั้งใจว่าต้องซื้อมาอ่านให้ได้จากงานนี้ เดินตรงดิ่งไปที่บูทนานมี
พอถามถึงหนังสือเล่มล่าสุดของคุณภาณุ
คนขายรีบบอก เล่มนี้เข้ารอบหนังสือซีไรท์ด้วยนะคะ มีลุ้นค่ะ
ว้าววววว ไม่ธรรมดานะเนี่ย
รีบอ่านด่วน

‘Word’ โดย อ.วรากรณ์ สามโกเศศ
รวมรวมน้ำจิ้มอาหารสมอง ที่อ.เขียนประกอบคอลัมน์อาหารสมอง ในมติชนสุดสัปดาห์
มาเป็นแพ็คคู่กับสมุดโน๊ตเล่มเล็กน่าใช้ (จนไม่กล้าใช้)
ใส่กล่องอย่างดี เหมาะเป็นของขวัญของฝาก

‘จาก Thaksinomics สู่ทักษิณาธิปไตย’โดย อ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์
ภาค 1 การเมืองระบอบทักษิณ
ภาค 2 การบริหารราชการแผ่นดิน
ภาค 3 เศรษฐกิจระบอบทักษิณ
ไม่ซื้อไม่ได้ ทำไมเพิ่งเห็นหนังสือชุดนี้ไม่รู้ ตกยุคไปเกือบปี

’30 วัน เล่ม 2′ โดยพี่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ยังไงก็ต้องซื้อ อ่านเล่ม 1 จนติดหนึบมาแล้ว เล่ม 2 คงสนุกแถมได้สาระไม่แพ้เล่มแรก

‘เซนอย่างมูซาชิ บทรักของนักกลยุทธ์ ‘
และ ‘36 เพลงดาบสยบมาร จิตสำนึกแห่งทางเลือกในยุคทักษิณครองเมือง’
โดยอ.สุวินัย ภรณวิลัย
ตามอ่านมูซาชิมาสองเล่ม มีภาคต่อมาแล้วจะไม่ให้อ่านยังไงไหว

‘To think well is good to think right is better’
คุณสฤณี อาชวานันทกุล เจ้าของบล็อกคนชายขอบพลังเหลือ ที่บอกเล่าเรื่องราวดีๆ และความรู้หลากหลายจนเป็นบล็อกท็อปฮิตที่ข้าพเจ้าปลีกตัวเข้าไปอ่านบ่อย ๆ มาพักหลังที่อุณหภูมิการเมืองคุกรุ่น บล็อกนี้เป็นบล็อกที่บอกเล่าเรื่องราวบรรยากาศการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรได้อย่างมีชีวิตชีวาที่สุดบล็อกหนึ่ง

จะอ่านหมดเมื่อไหร่เนี่ย epsie

6 ความเห็น »

  1. ช่วยด้วย
    อ่านไม่ได้อ่ะ
    ตัวเล็กกะจิ๋ว
    แต่ theme สวยแฮะ

    comment theme ซะงั้น

    ความเห็น โดย joinsungz — เมษายน 10, 2006 @ 5:06 pm

  2. View>text size>largest ซิ่จ๊ะ

    โพสต์ใหม่คราวหน้าจะทำให้มันตัวโตๆ กว่านี้ละกัน สัญญา

    ความเห็น โดย Epsilon — เมษายน 10, 2006 @ 7:58 pm

  3. เง่อ

    ท่าทางน่าสนุกนะเนี่ย

    ส่วนสัปดาห์หนังสือนี่ผมหมดสิทธิ์ บ่อจี๊มากมาย 55

    คนจนมีสิทธิ์มั๊บคราบบ

    ความเห็น โดย Mr.GELGLOOG — เมษายน 12, 2006 @ 12:24 am

  4. Happy Songkran ป้า epsie~

    มาเยี่ยม blog ทีไร ก็จะเจอ link ที่สนใจทุกทีไป

    คราวนี้ไปเยี่ยม “คนชายขอบ” มา

    เจอศัพท์ entropy, enthalpy แล้วคิดถึงสมัยหนุ่มเลยอ่ะ (เรียนไอ้ศัพท์สองตัวนี้อยู่ 4 รอบกว่าจะผ่าน !)

    ความเห็น โดย natsima — เมษายน 13, 2006 @ 8:50 am

  5. ช่วงนี้ เสี้ยนอยากอ่านหนังสืออยู่เหมือนกัน
    วันนี้ ไปเก็บมา 5 เล่ม
    new released น่าจะเป็น “วัฒนธรรมคนอย่าง ทักษิณ” โดย นิธิ เอียวศรีวงษ์ อ่าน back cover คุ้นๆว่าจะเคยอ่าน article ใน onopen รวมบทความตีพิมพ์ใน มติชน น่ะ แล้วจะรีบอ่าน

    เอิ้ก เอิ้ก

    ความเห็น โดย joinsungz — เมษายน 14, 2006 @ 9:03 pm

  6. ส่วนอะไรๆ ที่มันเหมือนกันไปหมด มันเป็นหน้าหนึ่งของสังคมการบริโภค มีความเป็น mass และ “แดกด่วน” ฟังดู เหมือนเก็บกด แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านระบบตลาดมาแล้ว เป็นเรื่องจริงที่สังคมเราเป็นอยู่ โหยหาอดีตเป็นเรื่องปกติ พ่อแม่เรา คนรุ่นเรา หรือลูกหลานเรา แต่ระดับมากน้อยคงแตกต่างกันไป ตามยุคสมัย แต่เดาเอาว่า โลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน อาจทำให้ลูกหลานเราโหยหาอดีตลดลง เพราะตื่นลืมตาก็ต้องตาลีตาเหลือกวิ่งตามโลกให้ทันคนอื่นเค้า

    ความเห็น โดย joinsungz — เมษายน 14, 2006 @ 9:34 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: