Epsilon’ s blog

พฤษภาคม 13, 2006

สันโดษ…เคล็ดลับของความสุข

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 9:54 pm

เวลามีตะกอนในใจ หรือความรู้สึกที่มันเหวี่ยงออกจากทางสายกลางมากๆ ก็ต้องหาทางจัดการกับสภาพจิตใจ
วิธีที่ข้าพเจ้าใช้บ่อยๆ คือพยายามระลึกถึงคำสอนทางศาสนา ‘ปล่อยวาง’
แต่ถ้าอยู่คนเดียวแล้วยังไม่สามารถขจัดความรู้สึกที่แบกอยู่จนเป็นทุกข์สาหัสได้
ก็จะไปวัด
ไปนั่งสมาธิ ฟังเทศน์ สนทนาธรรมกับหลวงพ่อ

….

วันหยุดเนื่องในวันพืชมงคล วันวิสาขบูชาที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าตัดสินใจไป วัดป่าสุนันทวราราม จ.กาญจนบุรี
ไปฟังธรรมจากหลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก
หลวงพ่อเป็นชาวญี่ปุี่นที่ออกเดินทางจากประเทศบ้านเกิดตอนอายุ 20 ปี
เพื่อค้นหาความหมายของชีวิตโดยคิดว่าการเิดินทางจะเป็นเครื่องมือในการช่วยค้นหาคำตอบนั้น
หลังจากเดินทางท่องเที่ยวและทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทำงานในประเทศต่างๆ จนถึงประเทศอินเดีย ท่านจึงเริ่มมีความสนใจในคำสอนของพุทธศาสนา จากนั้นก็เดินทางมาที่ประเทศไทย บวชเป็นพระที่วัดเบจมบพิตร ประมาณ 3 เดือน จากนั้นได้เดินทางไปจำพรรษาที่วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี และเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท
ช่วยบุกเบิกวัดป่านานาชาติ และปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสของวัดป่าสุนันทวราราม วัดสาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง ซึ่งได้รับการบริจาคที่ดินกว่า 1000 ไร่ จากคุณยายสุนัน (ปัจจุบันคุณยายอายุ 85 ปี ถ้าไปวัดช่วงวัดสำคัญทางศาสนาจะได้พบคุณยายทุกครั้ง) ผู้เลื่อมใสในคำสอนของหลวงพ่อชา ให้สร้างวัดในพื้นที่นี้และทำเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ (เนื่องจากพื้นที่วัดครอบคลุมพื้นที่เขา และป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลอย่างดี)


ก่อนเข้าวัดก็ตัดสินใจแวะโรงเรียนวัดใหม่ดงสัก แวะไปเยี่ยมครูรักษ์ กับครูจุ๋ม คนที่มีหัวใจเป็นครูอย่างแท้จริง
เดี๋ยวจะเล่าอีกทีเรื่องร.ร.และครูทั้งสองท่านนี้
เรื่องมันยาววววว (ติดไว้กี่เรื่องแล้วเนี่ย)

จากเดิมที่ว่าจะเล่ากิจกรรมที่ไปทำที่วัด
ขอเปลี่ยนเป็๋นสิ่งที่ได้จากวัดแทนละกัน

ไปนั่งสมาธิ เดินจงกลม เวียนเทียน ฟังธรรม จากหลวงพ่อ พระอาจารย์ และพระใหม่
สนุกสนานไม่เบื่อเลย การเทศน์ของพระที่นี่จะเล่าเนื้อหาธรรมที่ยากๆ ให้เข้าใจง่าย ยกตัวอย่างเป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เรามักจะเจอในชีวิตประจำวัน และก็มักจะเป็นเรื่องที่โดนใจโดยบังเอิญทุกทีซิ่น่า

ที่นี่จะมีช่วง Q & A ให้เขียนคำถามใส่กระดาษขึ้นมาถาม (หลวงพ่ออ่านภาษาไทยได้อ่ะ)
ช่วงนี้จะเป็นช่วงแห่งการรอคอยของข้าพเจ้าเลย เพราะจะเป็นอะไรที่ลุ้นว่าใครจะถามอะไรกันบ้าง
แล้วท่านจะตอบอย่างไร จะเชื่อมโยงกับหลักธรรมข้อไหน จะเอาทฤษฎีอะไรมาตอบ

แค่ที่ท่านสอนธรรมะด้วยภาษาไทยที่แตกฉาน จนอึ้งกิมกี่ไปแล้ว ท่านยังแตกฉานภาษบาลีด้วย บางครั้งก็อธิบาย 3 ภาษาเลย บาลี ไทย อังกฤษ เป็นที่ฮือฮามาก
เพราะบางครั้งท่านพูดภาษาไทยไม่ชัด กลัวว่าพวกเราจะเข้าใจผิดก็จะพูดศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยเพื่อยืนยันว่าท่านหมายความอย่างนี้นะ และมักจะต่อท้ายด้วยเสียงฮาครืนจากพวกเรา 555

….

ื้ท่านบอกให้เชื่อในการทำความดี ทำดีได้ดีแน่นอน เพียงแต่บางครั้งยังไม่เห็นผล ต้องเจอวิบากกรรมก่อน อย่าท้อใจในการทำความดี เราย่อมรู้ตัวกว่าใครว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นคือความดี และในเบื้องต้นเราต้องซึ่อสัตย์ต่อการกระทำของตนเองว่าตั้งอยู่บนหลักคุณธรรม

ท่านบอกให้ปล่อยวาง ให้ละตัวกูของกู ให้มองความจริง พิจารณาด้วยใจที่เป็นกลาง และระลึกรู้เท่าทันความคิด ความรู้สึก ให้มีสติต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ท่านบอกอีกหลายอย่างในระหว่างการสอนแบบรวมๆ

ช่วงเวลาพัก เราได้เข้าไปกราบนมัสการท่านเป็นการส่วนตัว
ปรึกษาท่านหลายเรื่องทั้งเรื่องพาเด็ก ๆ เป็นหมู่คณะมาปฎิบัติที่นี่
และเรื่องที่ตัวเองแบกทุกข์อยู่

ท่านบอกให้คิดน้อยๆ คิดนิดเดียว อย่าฟุ้งซ่าน ให้คิด ให้มองเข้ามาในจิตใจตัวเอง พัฒนาจิตใจตัวเองให้ดีขึ้น อย่ากังวลกับสิ่งภายนอก อดีต อนาคต ให้อยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วผลลัพธ์ที่ออกมาจะดีเอง
ให้หมั่นนั่งสมาธิทุกวัน วันละ 20 นาทีเป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นไปได้ก็ให้นั่งสมาธิให้เป็นเวลา เวลาเดียวกันทุกๆ วัน สมาธิจะเกิดง่ายกว่า ฝึกอานาปานสติ ระลึกรู้ลมหายใจ ฝึกสมาธิ ฝึกสติ แล้วจะดีขึ้น

ยังจำคำตอบได้หรือเปล่าที่เคยถามว่า ‘คุณค่าของการมีชีวิตคืออะไร’
ถ้าจำได้แล้วยังสงสัยอะไรอีก ยังลังเลอะไรอีก ทำตามนั้นหรือเปล่า ทำได้หรือเปล่า
ทำเอาเราต้องกลับมานิ่งคิดทบทวนอีกพักใหญ่ ว่าเราได้เพิ่มคุณค่าของการมีชีวิตอยู่หรือยัง



ได้มีโอกาสฟังธรรมะมาราธอน ในคืนวันวิสาขบูชา
หลวงพ่อท่านให้พระบวชใหม่ขึ้นเทศน์ธรรมมาศแรก ว่ามีความรู้สึกอย่างไรตั้งแต่บวชที่นี่่
ฟังธรรมกันถึงเที่่ยงคืนครึ่ง สนุกมากกก ทั้งๆ ที่เพิ่งเทศน์กันเป็นครั้งแรก

พระที่นี่การศึกษาค่อนข้างสูง เป็นข้าราชการระดับสูงที่เออร์ลี่รีไทร์, จบวิศวะ ธรรมศาสตร์อินเตอร์, จบรัฐศาสตร์ จุฬา, จบปริญญาเอกวิศวะ พูดจาฉะฉาน มีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบชัดเจน และค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง จนน่าเสียดายที่พระบางรูปลางานบวชแค่เพียง 45 วันซึ่งเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ ถ้าบวชต่ออาจจะเป็นพระนักเทศน์ประจำวัดที่ดังไปเลยก็ได้

ข้อคิดสำคัญที่ได้จากการฟังธรรมะมาราธอน
> เมื่อเกิตเหตุการณ์ใด ๆ กับเราจงใช ‘้ความเข้าใจ’ ให้มากกว่า ความอดทน
> มนุษย์เราควรที่จะ ‘เอาใจใส่’ ต่อกันให้มากๆ เพราะมันหมายถึงการคิดถึงความรู้สึกคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่คิดถึงแต่ตัวเอง
> เราควรจะหาจุดสมดุลของการใช้ชีวิตให้กับตัวเอง ซึ่งจุดสมดุลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาให้เจอ

จากนั้นก็อ่านหนังสือธรรมะของท่านเรื่อง ‘สันโดษ…เคล็ดลับของความสุข’
เป็นหนังสือธรรมะ ภาพประกอบเป็นการ์ตูนสวยงาม เล่มเล็กๆ ที่เอาหลักธรรมมาอธิบายด้วยเรื่องเล่า เขียนภาพประกอบ และใช้เทคนิคการจัดฟอนท์ ให้เป็นกราฟฟิคสวยงามน่าอ่าน

สันโดษ แปลว่า ยินดี พอใจ อิ่มใจ สุขใจ กับของของตน กล่าวโดยย่อคือ ให้รู้จักพอ ให้รู้จักประมาณตน คือยินดีตามมี ยินดีตามได้ ยินดีตามควร(ควรแก่ฐานะ ควรแก่ความสามารถ ควรแก่ศีึลธรรม)

ในพุทธศาสนา ให้ใช้หลักอิทธิบาท 4 คู่กับสันโดษ เพื่อความสุขในชีวิต
ิิอิทธิบาท 4 คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ฉันทะ มีความพอใจในส่ิงที่ทำ
โดยเราควรตั้งเป้าหมายไว้
ตามความเหมาะสมกับฐานะ
และกำลังความสามารถของเรา
วิริยะ ความเพียรพยายามและตั้งใจทำสิ่งนั้น
จิตตะ ความเอาใจใส่ จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่
วิมังสา ปัญญาที่พิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผล
เพื่อแก้ปัญยาหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

อิทธิบาท 4 เป็นการสร้างเหตุที่ดีของการกระทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
สันโดษ เป็นความยินดี พอใจในผลที่ได้รับ
เมื่อเราตั้งใจทำดีด้วยใจที่สงบ เราได้ทำเหตุที่ดีแล้ว ก็ต้องยอมรับผลด้วยใจที่สงบด้วยเหมือนกัน

สิ่งที่เรามักไม่สันโดษ มักแสวงหาอย่างไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักประมาณ ได้แก่ อำนาจ ยศ ตำแหน่ง ทรัพย์สมบัติ กามคุณ 5 และอาหาร

อ่านแล้วก็นิ่งไปเลย ทำไมเวลามีปัญหาร้อยแปดพันเก้า ในยุคมิลเลเนียม คิดกลับไปหาสาเหตุแห่งทุกข์และวิธีการดับทุกข์ ก็จะเจอคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทุกทีไป
หลักธรรมที่ท่านค้นพบช่างคลาสสิคอะไรเช่นนี้่

ได้ฟังธรรม และอ่านหนังสือธรรมะเล่มบางๆ เล่มนี้ เราก็รู้สึก’คลิก’ อะไรบางอย่างขึ้นมา สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไอ้ที่แบกไว้เต็มหัว วางลงไว้ที่วัดหมด
จากที่ตั้งใจว่าจะอยู่ถึงวันอาทิตย์ ข้าพเจ้าตัดสินใจขับรถกลับวันเสาร์แทน จะได้มีเวลาสำหรับตัวเองเพื่อพักผ่อนและเคลียร์งานเพิ่มอีก 1 วัน
ว่าแล้วก็ไปกราบลาหลวงพ่อ

ถ้ามีเวลาหนูจะมากราบนมัสการอีกนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

2 ความเห็น »

  1. ซ้า….ทู้

    สำหรับผมเองขอบอกตามตรงเลยว่าไม่ใปนคนที่เข้าวัดเข้าวาซักเท่าใดนัก ทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียนไปตามอัตภาพ

    แต่ผมก็มีหลักการดำเนินชีวิตข้อหนึ่ง ที่ใช้เป็นวัตรปฏิบัติอยู่

    ก็คือการ “ช่างแม่ง” นั่นเอง (อาจจะไปพ้องกับการปล่อยวางของคุณ epsie ก็ได้นะ แต่รู้สึกของผมมันดู ฮาร์ดๆยังไงก็ไม่รู้ แหะๆ)บางครั้งคนเราก็ต้องช่างแม่งบ้างครับ กับอะไรที่มันไหลบ่าเข้ามาใจชีวิตเรา แต่คงไม่ใช่กับว่า “ช่างแม่ง” จนไม่แยแส ไม่ยินดีนร้ายกับอะไร

    แต่ปกติเข้าวัดไม่ค่อยได้หรอก มันร้อนหนะ 555

    ความเห็น โดย Mr.GELGLOOG — พฤษภาคม 15, 2006 @ 1:07 am

  2. กำลังคิดจะเขียนเรื่อง ไตรลักษณ์ อยู่พอดี
    แต่ยังไม่ได้เริ่ม ขอเวลาไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

    ขอบคุณมากนะ เคล็ดลับความสุข

    … ยินดีตามมี ยินดีตามได้ ยินดีตามควร(ควรแก่ฐานะ ควรแก่ความสามารถ ควรแก่ศีึลธรรม)…

    พอแล้ว ยินดีแล้ว สุขแล้ว–>

    ความเห็น โดย joinsungz — พฤษภาคม 16, 2006 @ 11:07 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: