Epsilon’ s blog

กรกฎาคม 20, 2006

ป่วย

Filed under: my life — epsilon @ 11:44 pm

เมื่อวานได้รับข่าวดีจาก P’KL ว่าพี่ Ly ตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว เพิ่งเช็คกับหมอเสร็จ
ข่าวดีมาก ๆ จากที่เรานอนอยู่บนเตียง รีบเด้งตัวขึ้นมาเพื่อที่จะคุยโทรศัพท์ให้ถนัด
แต่แล้วก็ต้องล้มตึงลงมา เพราะเวียนหัวอย่างหนัก บ้านหมุนติ้วววว
เราก็ได้แต่นอนคุยไป แสดงความดีใจ และคุยเล่นอีกนิดหน่อย


กะว่านอนต่ออีกแป๊บก็คงหายอย่างเคย ก็เลยโทรหาเพื่อนๆ เรื่องนัดไปทำบุญ
แล้วก็คุยกับใครต่อใครอีกหลายสาย
ลุกขึ้นมาแล้วก็บ้านหมุนเหมือนเดิม แถมหนักกว่าเก่า

จากนั้นอาการเวียนหัวอย่างหนักก็กำเริบ รู้สึกปวดหัว ปวดท้อง แล้วก็อยากอาเจียน
อาการแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติตลอดช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นไม่ครบสูตร
ปวดหัวบ้าง เวียนหัวบ้าง ปวดท้องบ้าง อาการหนักหน่อยก็อาเจียน
บางวันเวียนหัวบ้านหมุนจนลุกไม่ได้ ต้องนอนต่อจนเฉียดเที่ยง ลุกขึ้นมาเริ่มงานตอนบ่ายๆ ของวันแทน

ระดับความรุนแรงจะแปรผันกับความเครียด
สภาพจิตใจย่ำแย่ สุขภาพร่างกายก็พลอยทรุดตามไปด้วย ล้มเป็นโดมิโน่เลย

โทรไปจองคิวหมอประจำแล้วก็ลากสังขารตัวเองขึ้นแท็กซี่ไปโรงพยาบาล
ประวัติที่มาหาด้วยอาการนี้ยาวเหยียด แต่วันนี้อาการมากกว่าที่เคยเป็น
หมอก็เลยจับให้น้ำเกลือผสมยาลงไปในน้ำเกลือเลย

ต้องกินยาป้องกันการคลื่นไส้อาเจียน ยาแก้ปวดหัว
ระหว่างให้น้ำเกลือก็ทำกายภาพบำบัด
เพราะปวดบริเวณไหล่และต้นคอมาก
มีเจลลดไข้เย็นๆ มาแปะที่หน้าผาก
แล้วก็มีอะไรบางอย่างมาแปะที่บริเวณไหล่ใช้เครื่องกระตุ้น
ให้รู้สึกเหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างวิ่งเข้ามาที่จุดที่แปะไว้
แล้วก็มีผ้าอุ่นๆ มาแปะที่บริเวณไหล่ทั้งสองข้าง
ระหว่างนั้นเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรแล้วมึนไปหมด
อาจจะทั้งเวียนหัว ปวดหัว และฤทธิ์ยา
นอนให้น้ำเกลือไปประมาณครึ่งขวดก็ขอพยาบาลสั่งโจ๊กมาทาน
เพราะหิวมา ไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า
เป็นโจ๊กกุ้งที่อร่อยมากๆ สงสัยจะหิวจริงๆ

หมอมาตรวจ เอาผลเลือดมาให้ปรากฏว่า เกล็ดเลือดต่ำ โลหิตจาง ความดันต่ำ
แต่ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้
นอนให้น้ำเกลือจนหมดขวด ก็ยังมึนๆ ด้วยฤทธิ์ยา
ได้ยามาหนึ่งกอง ทั้งยาแก้ปวด ยาบำรุง เต็มไปหมด
หมอบอกว่าต้องทานอาหารเนื้อสัตว์และผักใบเขียวเยอะๆนะ
ดื่มน้ำมากๆ และต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกาย เราไม่ได้ว่ายน้ำมา 10 เดือนเต็ม ไม่ได้ออกกำลังกายเลย
แล้วก็อยู่แต่หน้าคอม นอนไม่เป็นเวลา กินอาหารไม่เป็นเวลา
ไม่ได้ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเลย

ต้องจัดระเบียบตัวเองใหม่
ทั้งเรื่องใจและร่างกาย

วันนี้ดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังปวดหัวอยู่ รู้สึกเหมือนมีไข้
วันนี้ทานน้ำผักผลไม้รวมทั้งวัน หมดไปสองกล่องยักษ์

มีใครหลายคนที่รู้ข่าวโทรมา ก็ได้แต่รับปากไปว่าจะดูแลตัวเองดีๆ จะรักตัวเองให้มากๆ

ได้คุยกับเพื่อนที่อยู่ไกลแต่รู้สึกนึกถึงทุกทีเวลาเครียดๆ ช่วยให้ดีขึ้นเยอะ

ยามป่วยไข้(ทั้งกายและใจ)คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้พูดคุยกับกัลยาณมิตรละมั้ง

อย่าลืมรักษาสุขภาพกายด้วยการออกกำลังกาย
และรักษาสุขภาพใจด้วยการปล่อยวาง (ตามหลักทฤษฎี ที่เราเองก็ยังทำไม่ค่อยได้)

ขอให้ทุกคนสุขภาพกายและใจแข็งแรง

กรกฎาคม 18, 2006

Open Voice

Filed under: open — epsilon @ 12:17 am

สวัสดีค่ะทีมงานโอเพ่น พี่ภิญโญ และอ.ปกป้อง

ตั้งแต่มีโอเพ่นออนไลน์ จากเดิมที่ตัวเองเช็คเมล์เสร็จก็จะอ่านข่าวจากเวบผู้จัดการและกรุงเทพธุรกิจ พฤติกรรมหลังจากมีโอเพ่น คือเช็คเมล์เสร็จ อ่านโอเพ่น แล้วค่อยอ่านข่าว

อ่านโอเพ่นเป็นประจำเพราะเช็คเมล์ทุกเช้าหลังตื่นนอน และก่อนเข้านอน ลุ้นว่าจะมีคอลัมน์ไหนขึ้นอัพเดทสีส้มบ้าง บางวันเข้ามาก็ตาลายเพราะส้มแว๊บๆ เป็นสิบคอลัมน์ พักหลังเปิดเข้ามาก็มักจะมีคอลัมน์ใหม่เกิดขึ้นทั้งด้านซ้ายด้านขวา ละลานตาไปหมด และก็คงจะมีเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกตามที่ท่านบก.แจ้งข่าวดีล่วงหน้าไว้

บทความหลากหลาย เพราะคนเขียนมีความสนใจและความถนัดเฉพาะตนแตกต่างกันคนละแง่มุม คนนึงเขียนหลายคอลัมน์ อ่านแล้วก็สนุกดี อ่านจนบางทีอ่านไม่ทันเพราะมีบทความจำนวนมาก และขนาดยาว จนต้องพรินท์กลับมาอ่านที่บ้าน

โดยส่วนตัวคิดว่าตอนนี้โอเพ่นเป็นห้องสมุดทางปัญญาออนไลน์ที่เข้มแข็งและทรงพลังมากที่สุดเวบหนึ่งของชาวไซเบอร์ไทย

เข้าเรื่องดีกว่า

ที่เขียนมาวันนี้ก็เพราะเห็น อ.ปกป้องเล่าถึงไอเดีย open voice
ไม่รู้เหมือนกันว่าทีมงานจะเซ็ตออกมาแบบไหน แต่ก็คิดว่าน่าจะทำเป็นหลายช่องได้ (อันนี้จินตนาการเองโดยไม่ได้คำนึงถึงว่าโอเพ่นจะมีทีมงานเพียงพอหรือไม่)

open voive ช่อง 1 เป็นลักษณะการพูดคุยเนื้อหาประมาณที่เขียนๆ กันในโอเพ่น น่ามีตารางออกอากาศสด ซักสัปดาห์ละครั้งสองครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับทีมงานจนเกินไป หรือไม่ก็ไม่ต้องมีแบบสดเลย เป็นแบบอัดไว้แล้วมาโพสต์ให้โหลดไปฟังกันเอง

open voice ช่อง 2 เปิดเพลงที่ทีมงานโอเพ่นและแฟนๆ ชื่นชอบตลอด 24 ชม.ให้ฟัง คือพูดถึงวิทยุก็จะนึกถึงเพลงน่ะ ลองเซ็ตเป็นเวลาตลอด 24 ชม.ว่าช่วงไหนจะเป็นของคอลัมนิสต์คนไหน แล้วก็ให้ส่งไฟล์เพลงที่แต่ละคนชอบมาเก็บสต็อคไว้ เสร็จแล้วก็ให้โปรแกรมจัดการเลือกขึ้นมาเปิดตามช่วง คงสนุกดี เราจะได้ฟังเพลงหลากหลายแนวเพราะแต่ละคนก็คงจะมีรสนิยมในการเสพที่ต่างกันไป ตรงนี้ก็สามารถที่จะเปิดให้แฟนๆ ร่วมสนุกส่งเพลงเข้ามาร่วมแจมด้วย แต่ไม่ต้องมีดีเจ ฟังเพลงกันล้วนๆ อย่างมากก็ขี้นเครดิต ชื่อเพลง อัลบัม ชื่อคนร้อง (มากไปป่าว) นัยว่าต่อไปเวลาเข้ามาโอเพ่นก็จะมีเสียงเพลงประกอบการอ่านบทความขนาดยาว เพื่อสุนทรียภาพ 555

สำหรับ open voice ช่อง 1
ตัวเองไม่ได้มีความรู้อะไรด้านเทคนิคด้านนี้หรอก เป็นเพียง user ที่เพิ่งใช้บริการ podcast มาระยะหนึ่งเห็นว่าสะดวกดี ก็เลยคิดว่าโอเพ่นน่าจะลองรับเทคนิคนี้ไปพิจารณา

เป็นบริการให้โหลดไฟล์เสียงจากเวบไซต์ต่างๆ เช่น BBC http://news.bbc.co.uk/2/hi/programmes/4977678.stm

ใช้ร่วมกับโปรแกรม iTunes
สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แค่กรอกอีเมล์ลงไปก็ดาวน์โหลดไปใช้ได้
http://www.apple.com/itunes/download/

เราเข้าไปฟัง แล้วก็เลือก subscribe สำหรับเวบที่เราต้องการให้มันอัพเดทไฟล์เสียงให้อัตโนมัติ สะดวกมากโดยเฉพาะคนที่ใช้ iPod เพราะมันจะอัพเดทเข้าเครื่องให้อัตโนมัติไปฟังที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาที่ฟัง

แต่ถ้าใครไม่ต้องการโหลดไฟล์เก็บไว้ไปฟังที่อื่นก็คลิกเลือกฟังด้วยโปรแกรม real palyer / windown media player ถ้าเป็นแบบนี้ก็มักจะมีปัญหาไฟล์กระตุก ถ้าใช้อินเตอร์เน็ตความเร็ววต่ำ และมีการเข้ามาโหลดฟังพร้อมๆ กันจำนวนมาก

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านโยบายของโอเพ่นเป็นยังไง ต้องการให้ฟังเฉพาะบนเวบ ไม่ต้องการให้โหลดไฟล์ไปเก็บไว้หรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น podcast ก็อาจจะไม่เหมาะ

ไม่รู้ว่าช่วยอะไรได้หรือเปล่า บางทีทีมงานอาจจะใช้ podcast กันอยู่แล้ว แค่อยากมีส่วนร่วมแสดงความเห็นนิดหน่อยในฐานะแฟนคลับน่ะค่ะ ^_^

รออยู่นะคะว่า โมเดลใหม่ของโอเพ่นจะเป็นยังไง

เอาใจช่วยค่ะ

Epsilon

กรกฎาคม 17, 2006

คนดีที่โลกรอ หมอโฮจุน

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 12:42 am

วันนี้ได้มีโอกาสดูหนังเกาหลีเรื่อง ‘ คนดีที่โลกรอ หมอโฮจุน’
ไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน แต่ดูแค่ตอนเดียวก็ทำให้นั่งดูต่อจนจบ

เนื้อเรื่องของวันนี้คือ หมอโฮจุนจะเดินทางเข้าไปสอบเป็นหมอหลวงที่เมืองหลวง
ต้องผ่านเมืองเมืองหนึ่ง
พอชาวบ้านรู้ว่ามีหมอผ่านทางมาชาวบ้านที่ป่วยก็มาขอให้หมอช่วยรักษาให้
ในขณะที่เพื่อนหมอคนอื่นอ้างว่าต้องไปสอบที่เมืองหลวงขอตัวเดินทางไปก่อน
แต่หมอโฮจุนกลับอยู่ที่หมู่บ้านที่เพื่อรักษาคนไข้ เนื่องจากทนเห็นผู้ป่วย เจ็บไข้ไม่ไหว ต้องช่วยเหลือตามจิตสำนึกและจรรยาบรรณวิชาชีพ
โดยที่ตกลงกับผู้ใหญ่บ้านและผู้ป่วยว่าจะช่วยรักษาให้จนกว่าพระจันทร์จะขึ้น
เพราะหมอต้องเดินทางต่อ
แต่สุดท้ายหมอก็ขยายเวลาอยู่ที่หมู่บ้านออกไป
เพราะมีคนป่วยหนักอีกจำนวนมากที่ต้องรอดูอาการและรักษา
อดหลับอดนอนติดต่อกันเป็นเวลา 4 วันเพื่อรักษาคนไขั้ให้ได้มากที่สุด
โดยที่หมอคำนวณเวลาว่าจะต้องเดินวันละ 130 ลี้สองวันโดยไม่หยุดพักจึงจะไปทันเวลาสอบ

มีชาวบ้านคนนึงที่อาสานำทางให้หมอ บอกว่าตัวเองรู้ทางลัด จะช่วยย่นระยะเวลาได้ 20 ลี้
หมอเดินตามไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ร่างกายอ่อนล้ามาก แล้วก็ไปถึงหน้าบ้านของชายที่อาสานำทาง (หมอโดนหลอก) เค้าขอให้หมอเข้าไปรักษาแม่ของเค้าที่ป่วยหนัก เค้าเคยให้หมออื่นมาดูอาการแม่แต่หมอก็บอกว่าไม่มีทางรักษา เค้ามีความหวังอยู่ที่หมอโฮจุนเท่านั้นเพราะได้ข่าวว่าเป็นหมอเทวดา
แต่หมอก็ยืนยันว่าไม่สามารถรักษาให้ได้เพราะต้องรีบไปสอบ จะไม่ทันเวลาแล้ว
ชาวบ้านคนนั้นก็โกรธหมอที่จะไม่ช่วย ไปหยิบมีดมาจะทำร้ายหมอ เสียงเอะอะหน้าบ้านทำให้แม่ที่ป่วยในบ้านลุกออกมาที่ประตูและไอออกมาเป็นเลือด

ด้วยความเป็นหมอ หมอโฮจุนก็เลยรีบรักษาแม่ของชาวบ้านคนนั้นด้วยการฝังเข็ม และให้เลือดด้วยการกัดนิ้วก้อยของตัวเอง หยดเลือดเข้าปากคนไข้ที่มีอาการทรุดหนักในระหว่างที่ให้ชาวบ้านคนนั้นไปซื้อยาตามรายการที่สั่ง

หมอต้องตัดสินใจอีกครั้งระหว่างต้มยาว่าจะจากไปเลย
เพราะไม่ทันเวลาหรือจะอยู่รอต้มยาให้คนไข้ก่อนเพราะยาที่ต้มมีส่วนที่เป็นสารพิษอยู่ด้วย
ถ้าต้มไม่เป็นยานี้จะกลายสารพิษที่ทำให้ถึงตายได้
หมอก็คือหมอ หมอตัดสินใจอยู่จนป้อนยาให้คนไข้ และคิดว่าตัวเองคงไปสอบไม่ทันแน่แล้ว

ชาวบ้านผู้นั้น เสนอว่าจะไปหาม้ามาให้หมอ สำหรับขี่ไปเมืองหลวง
ถ้ามีม้าก็ไปทันสอบแน่ๆ หมอได้แต่ขอบใจชาวบ้าน หมอรออยู่จนขึ้นวันใหม่ ชาวบ้านผู้นั้นกลับมาพร้อมทหารที่มาจับตัวหมอโฮจุนไปด้วย ในข้อหาขโมยม้า
ชาวบ้านบอกกับทางการว่าเค้าต้องขโมยม้า เพื่อที่จะให้หมอโฮจุนไปเมืองหลวง ทางการก็เลยเข้าใจว่าหมอโฮจุนเป็นผู้ที่สั่งให้ชาวบ้านไปขโมยม้า ทั้งๆ ที่หมอไม่รู้เรื่องด้วยเลย

หมอและชาวบ้านผู้นั้นต้องเข้าไปอยู่ในคุก

ชาวบ้านรู้เรื่องนี้เข้าก็รีบยกขบวนไปพบนายอำเภอ ไปอธิบายความดีของหมอโฮจุนที่ช่วยรักษาชาวบ้านจำนวนมากทั้งๆ ที่ตัวเองต้องไปสอบหมอ

นายอำเภอจึงเข้าใจและด้วยความดีความชอบนี้เอง นายอำเภอก็เลยจัดม้าให้หมอและมอบจดหมายเพื่อเป็นใบเบิกทาง เวลาที่ต้องผ่านด่านตรวจต่างๆ ให้ด้วย

จากการที่ให้ม้าวิ่งเป็นระยะทางไกลมากโดยที่ไม่หยุดพัก ม้าก็เลยพยศ หยุดไม่ยอมวิ่งต่อ พอหมอกระตุกให้ม้าวิ่งต่อ ม้ากลับสะบัดจนหมอตกลงจากม้าลงไปนอนที่พื้น คงประกอบกับหมอร่างกายอ่อนล้าไม่ได้พักผ่อน ก็เลยทำให้หมอสลบไป

พอฟื้นขึ้นมาก็รีบขี่ม้าต่อเข้าไปที่เมืองหลวงเพื่อขอเข้าสอบ

เรื่องวันนี้จบลงตรงที่ หมอมาขอเข้าสอบแต่นายทหารที่คุมอยู่ที่ประตูไม่ให้เข้าสอบเพราะเลยเวลามามากแล้ว กำลังจะหมดเวลาสำหรับสอบข้อเขียน

หมอก็ได้แต่เดินออกมาคิดถึงคำพูดของคนรอบๆ ตัว ตั้งแต่อาจารย์ ภรรยา และเพื่อนหมอด้วยกันในเรื่องของการเป็นหมอของโฮจุน

สัปดาห์หน้าคงต้องนั่งลุ้นหน้าจอว่าเืรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ

โอกาสในชีวิตของหมอโฮจุน ต้อง trade off กับ ความเห็นแก่ตัวของใครหลายคน
ใครๆ ก็ต้องการให้ตัวเอง คนที่ตัวเองรักหายป่วยจากโรค พยายามรั้งหมอไว้ให้นานที่สุดเพื่อให้รักษาอาการป่วย
โดยไม่คำนึงถึงว่าหมอต้องไปให้ทันเวลาสอบ
ทำไมหมอต้องเสียสละโอกาสของตัวเองที่จะสอบเป็นหมอหลวง

เหตุึุผลูยิ่งใหญ่ เพราะ โอกาสของหมอ แลกกับ ชีวิตหลายชีวิตให้ยืนยาวต่อไป เพราะถ้าช้าอีกเพียงนิดเดียว ชีวิตเหล่านั้นอาจจะไม่มีเวลาสำหรับหายใจอีก

จะมีซักกี่คนที่จะเลือกทำอย่างหมอโฮจุน

อย่างนี้ละมั้ง เค้าเลยตั้งชื่อเรื่องว่า คนดีที่โลกรอ

….

‘โอกาส’ ไม่ได้เข้ามาในชีวิตของเราบ่อยนัก
มีใครบางคนเคยบอกกับเราว่า
ให้เราทำตัวให้พร้อมที่สุด สำหรับ’โอกาส’ที่เราไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่
เพราะถ้าโอกาสนั้นมาถึง คนที่พร้อมเท่านั้นจึงจะได้รับโอกาสสำหรับบทบาทใหม่ของชีวิต

ถ้าเห็นโอกาสอยู่ข้างหน้า
แต่ยังไม่มีโอกาสที่จะคว้ามันไว้
เพียงเพราะต้อง trade off กับ ‘บางสิ่งบางอย่าง’
ที่ไม่ใช่ชีวิตคน อย่างที่หมอโฮจุนต้องชั่งน้ำหนัก
แล้วเราจะยอมเสียสละโอกาสของตัวเอง ทำำไมกัน

กรกฎาคม 12, 2006

fw mail

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 9:28 pm


ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ….

การตกหลุมรักใครสักคน

การได้จูบครั้งแรก

การได้หัวเราะจนท้องแข็ง

การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง

การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม

การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ

การได้นอนฟังเสียงฝนตก

เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น

การสอบเสร็จ

การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก

การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว

การได้ยิ้มกับใครสักคน

การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก

การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล

การถูกชมอย่างกะทันหัน

การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ

การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา

การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม

การมีเพื่อนใหม่

การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น

การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ

การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข

การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่

การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย

การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้

การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ

ที่สุดคือการได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก

กรกฎาคม 7, 2006

จดหมายถึงพี่โญ Open-รอลองกอง

Filed under: open — epsilon @ 12:38 am

สวัสดีค่ะพี่โญ

จะเขียนมาชมงานเขียนรอลองกองว่า ‘โดน’ ซะเหลือเกิน

การที่มนุษย์คนหนึ่งจะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์นั้น เขาจำเป็นต้องมีอิสรภาพ มีเสรีภาพ รวมทั้งมีความกล้าหาญที่จะเลือกเส้นทาง และปล่อยวางตนเองออกจากความคาดหวังของหนึ่งผู้ใด
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สังคมรอบข้าง
และที่สำคัญ คือ ความคาดหวังของตนเอง
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแลกมาด้วยเวลาและความเจ็บปวด
ซึ่งเราเรียกมันรวมๆ ว่าประสบการณ์ชีวิต

หนูว่างานเขียนแนวนี้เป็นลักษณะเฉพาะของพี่เลยนะ ชอบอ่านประมาณนี้แหละค่ะ รู้สึกเหมือนคิดหาทางออกได้จากทุกข์ที่เคยเผชิญ ถึงจะรู้ว่าควรจะทำยังไงแล้ว ก็ยังย้อนระลึกถึงเรื่องเก่าๆ อยู่เป็นระยะ ๆ


ปีที่แล้วเคยเส้นตึง (เพราะหยุดนวดประมาณสองเดือน พยายามไม่คิดอะไรเครียดๆแทน) หมุนตัวหยิบของแล้วเส้นพลิกคอหันไม่ได้ ก้มไม่ได้ ต้องใส่เฝือกคออยู่ห้าวัน อันตรายมากๆ

ตัวเองเพิ่งไปนวดอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์หลังจากร้างลาไปปีกว่า ปวดไหล่ ไล่ไปถึงต้นคอ หมอไล่เส้นปุ๊บบอกว่ามาถึงกลางหลังแล้วนะ แถมเครียดลงเส้นที่ท้อง หมอกดๆ แล้วก็บ่นเลยหล่ะว่าอายุยังน้อยทำไมเป็นเยอะขนาดนี้ หมอพยายามนวดไอ้ที่สะสมไว้เป็นปีให้หมด กลับมาต้องกินยาเลยหล่ะ เจ็บมากๆ แล้วก็บอกว่าให้ไปอีกครั้งสองครั้งถ้ามีเวลา

อ่านที่พี่เขียนแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนรุ่นหนุ่มสาวที่ต้องพึ่งพาการนวดอยู่คนเดียว แบบว่าอุ่นใจที่มีเพื่อนเป็นแบบเรา 🙂

จะลองฝึกศิลปะขั้นสูงในการดำเนินชีวิตดูนะคะ

ขอบคุณที่เขียนงานดีๆ ให้อ่านค่ะ

Epsilon

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.