Epsilon’ s blog

กรกฎาคม 20, 2006

ป่วย

Filed under: my life — epsilon @ 11:44 pm

เมื่อวานได้รับข่าวดีจาก P’KL ว่าพี่ Ly ตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว เพิ่งเช็คกับหมอเสร็จ
ข่าวดีมาก ๆ จากที่เรานอนอยู่บนเตียง รีบเด้งตัวขึ้นมาเพื่อที่จะคุยโทรศัพท์ให้ถนัด
แต่แล้วก็ต้องล้มตึงลงมา เพราะเวียนหัวอย่างหนัก บ้านหมุนติ้วววว
เราก็ได้แต่นอนคุยไป แสดงความดีใจ และคุยเล่นอีกนิดหน่อย


กะว่านอนต่ออีกแป๊บก็คงหายอย่างเคย ก็เลยโทรหาเพื่อนๆ เรื่องนัดไปทำบุญ
แล้วก็คุยกับใครต่อใครอีกหลายสาย
ลุกขึ้นมาแล้วก็บ้านหมุนเหมือนเดิม แถมหนักกว่าเก่า

จากนั้นอาการเวียนหัวอย่างหนักก็กำเริบ รู้สึกปวดหัว ปวดท้อง แล้วก็อยากอาเจียน
อาการแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติตลอดช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นไม่ครบสูตร
ปวดหัวบ้าง เวียนหัวบ้าง ปวดท้องบ้าง อาการหนักหน่อยก็อาเจียน
บางวันเวียนหัวบ้านหมุนจนลุกไม่ได้ ต้องนอนต่อจนเฉียดเที่ยง ลุกขึ้นมาเริ่มงานตอนบ่ายๆ ของวันแทน

ระดับความรุนแรงจะแปรผันกับความเครียด
สภาพจิตใจย่ำแย่ สุขภาพร่างกายก็พลอยทรุดตามไปด้วย ล้มเป็นโดมิโน่เลย

โทรไปจองคิวหมอประจำแล้วก็ลากสังขารตัวเองขึ้นแท็กซี่ไปโรงพยาบาล
ประวัติที่มาหาด้วยอาการนี้ยาวเหยียด แต่วันนี้อาการมากกว่าที่เคยเป็น
หมอก็เลยจับให้น้ำเกลือผสมยาลงไปในน้ำเกลือเลย

ต้องกินยาป้องกันการคลื่นไส้อาเจียน ยาแก้ปวดหัว
ระหว่างให้น้ำเกลือก็ทำกายภาพบำบัด
เพราะปวดบริเวณไหล่และต้นคอมาก
มีเจลลดไข้เย็นๆ มาแปะที่หน้าผาก
แล้วก็มีอะไรบางอย่างมาแปะที่บริเวณไหล่ใช้เครื่องกระตุ้น
ให้รู้สึกเหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างวิ่งเข้ามาที่จุดที่แปะไว้
แล้วก็มีผ้าอุ่นๆ มาแปะที่บริเวณไหล่ทั้งสองข้าง
ระหว่างนั้นเราไม่ค่อยรู้สึกอะไรแล้วมึนไปหมด
อาจจะทั้งเวียนหัว ปวดหัว และฤทธิ์ยา
นอนให้น้ำเกลือไปประมาณครึ่งขวดก็ขอพยาบาลสั่งโจ๊กมาทาน
เพราะหิวมา ไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า
เป็นโจ๊กกุ้งที่อร่อยมากๆ สงสัยจะหิวจริงๆ

หมอมาตรวจ เอาผลเลือดมาให้ปรากฏว่า เกล็ดเลือดต่ำ โลหิตจาง ความดันต่ำ
แต่ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้
นอนให้น้ำเกลือจนหมดขวด ก็ยังมึนๆ ด้วยฤทธิ์ยา
ได้ยามาหนึ่งกอง ทั้งยาแก้ปวด ยาบำรุง เต็มไปหมด
หมอบอกว่าต้องทานอาหารเนื้อสัตว์และผักใบเขียวเยอะๆนะ
ดื่มน้ำมากๆ และต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกาย เราไม่ได้ว่ายน้ำมา 10 เดือนเต็ม ไม่ได้ออกกำลังกายเลย
แล้วก็อยู่แต่หน้าคอม นอนไม่เป็นเวลา กินอาหารไม่เป็นเวลา
ไม่ได้ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองเลย

ต้องจัดระเบียบตัวเองใหม่
ทั้งเรื่องใจและร่างกาย

วันนี้ดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังปวดหัวอยู่ รู้สึกเหมือนมีไข้
วันนี้ทานน้ำผักผลไม้รวมทั้งวัน หมดไปสองกล่องยักษ์

มีใครหลายคนที่รู้ข่าวโทรมา ก็ได้แต่รับปากไปว่าจะดูแลตัวเองดีๆ จะรักตัวเองให้มากๆ

ได้คุยกับเพื่อนที่อยู่ไกลแต่รู้สึกนึกถึงทุกทีเวลาเครียดๆ ช่วยให้ดีขึ้นเยอะ

ยามป่วยไข้(ทั้งกายและใจ)คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้พูดคุยกับกัลยาณมิตรละมั้ง

อย่าลืมรักษาสุขภาพกายด้วยการออกกำลังกาย
และรักษาสุขภาพใจด้วยการปล่อยวาง (ตามหลักทฤษฎี ที่เราเองก็ยังทำไม่ค่อยได้)

ขอให้ทุกคนสุขภาพกายและใจแข็งแรง

8 ความเห็น »

  1. ทำไม ป่วยหนักอย่างนี้

    ร่างกายมันฟ้อง เรียกร้องให้เจ้าของดูแลมันหน่อย

    ท่าทางเจ้าของจะเข้าใจดี แต่เรื่องที่รู้ เข้าใจ แต่ทำไม่ได้นี่ดิ

    เอ้า … สู้เค้า

    ต้องรักษาสมดุลของชีวิต ไม่ให้ มากไป-น้อยไป

    เพราะมันจะนำมาซึ่งทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ

    ออกกำลังกายนะ เราอยากให้ทุกคนได้ออกกำลังกายเหมือนเรา

    ไม่อยากจะโม้ แต่ว่า เราโชคดี ที่ให้ Priority กับการออกกำลังกายสูงมาก

    (ถึงขนาดทำให้เราต้องเป็นลูก อกตัญญู ทะเลาะกับพ่อได้)

    เราเลยได้ร่างกายที่แข็งแรง

    นี่ ไม่ได้ เป็นไข้หวัดมา 4ปีซ้อน

    ประโยชน์จากการ jogging 30 นาที สัปดาห์ละ 2-4 วัน

    ….

    ขอให้หายวันหายคืน

    ร่างกาย และจิตใจ ฟื้นตัว และแข็งแรงกว่าที่เคยผ่านมา

    ความเห็น โดย joinsungz — กรกฎาคม 21, 2006 @ 5:04 pm

  2. Hey! If you feel บ้านหมุน again, Ramkamhang Hospital has a doctor who specialised in this area na ja. Take care ka.
    Me.🙂

    ความเห็น โดย Anonymous — กรกฎาคม 23, 2006 @ 6:20 pm

  3. อืม……

    เขียน คุย เรื่องสุขภาพมาก็เยอะ ไม่น่าเลย

    โรคภัยไม่เคยปราณีใครจริงๆ

    ปล่อยวางนะท่าน ปล่อยวาง……

    ความเห็น โดย Mr.GELGLOOG — กรกฎาคม 24, 2006 @ 11:31 pm

  4. ตกลงอาการดีขึ้นมั่งยังคับ
    ถ้ายังไปหาหมอดูอีกทีนะคับ
    โรคภัยไม่เคยปานีใคระวังตัวไว้ให้ดี
    อย่าเอามาติดกันก็แล้วกัน ^_^

    ความเห็น โดย ปอม — กรกฎาคม 27, 2006 @ 3:52 pm

  5. หายป่วยได้แล้วค๊าบ ^_^

    ความเห็น โดย pomberboy — กรกฎาคม 28, 2006 @ 9:17 am

  6. เรื่องที่คุณ joinsungz ทะเลาะกับพ่อเพราะการออกกำลังกายนี่เป็นเรื่องจริงนะครับ เข้ามาคอนเฟิร์ม

    ความเห็น โดย pickmegadance — กรกฎาคม 28, 2006 @ 11:13 am

  7. epsie ป่วยซะงั้น..

    ขอบอกว่านัทสิมาเคยเป็นโรคเดียวกะ epsie ด้วยล่ะ

    แต่หายได้เพราะใช้ศิลปะบำบัด
    แรกๆ วาดรูปวันละหนึ่งรูปเป็นอย่างน้อย ไม่ต้องระบายสีก็ได้ สเกตช์จากสิ่งที่อยู่รอบตัว

    นั่งทำงานมือถือปากกาก็เอาปากกานั่นแหละวาด
    ถือดินสอก็ใช้ดินสอ
    วาดๆ ไปไม่ต้องคิดว่าจะต้อง perfect ไม่ได้วาดเพื่อจะต้องไปอวดใคร วาดๆๆๆๆเรื่อยเปื่อยวาดเสร็จก็ทิ้ง ถ้าสวยก็เก็บ

    ไม่รู้เค้าเรียกโรคนี้ว่าอะไร แต่นัทสิมาอยากเรียกว่าเป็นโรค Rationalism คือตรรกะขึ้นสมอง

    ต้องบำบัดด้วย Emotional Therapy นะ

    ระวังเวลาทำงานศิลปะ

    อย่าใช้ “หัว”

    ใช้ “ใจ” ให้เยอะๆ เข้าไว้

    ภาวนาให้ epsie หายดีและร่าเริง

    ความเห็น โดย natsima — กรกฎาคม 30, 2006 @ 9:28 am

  8. ขอบคุณทุกท่านมากๆ ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ยังห้ามตัวเองคิดโน่นคิดนี่ไม่ค่อยได้ เวลาใช้สมองคิดผสมกับความรู้สึกแล้วมันจะเครียดดดดดด เวียนหัว ปวดท้อง ก็เลยพยายามหากิจกรรมทำ อันได้แก่ ชอปปิ้ง ชอปปิ้ง และชอปปิ้ง

    ความเห็น โดย Epsilon — สิงหาคม 2, 2006 @ 9:26 pm


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: