Epsilon’ s blog

สิงหาคม 30, 2006

MSF Reunion

Filed under: my life — epsilon @ 10:54 pm

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปงาน MSF Reunion
เป็นการรวมรุ่นทั้งที่จบไปแล้วและรุ่นที่ 10 ที่กำลังเรียนอยู่ให้มาทำความรู้จักกันไว้
แต่วัตถุประสงค์หลักเห็นทีจะเป็นเรื่องของการโปรโมทหลักสูตร
ในงานมีการฉาย VTR แบ่งเป็น student set, professor set, alumni set รวมเอานักเรียนปัจจุบัน บรรยากาศการเรียน การ defence paper และตัวแทนศิษย์เก่าที่ หน้าตาดี (ประมาณว่าขึ้นกล้องจากรูปทริปทำบุญบ้านปากเกร็ด) และprofile ดีๆ มีการขึ้นชื่อ ตำแหน่ง และบริษัทที่ทำงานปัจจุบัน และปิดท้ายด้วย
…Next Oppotunity
Ph.D. in Quantitative Finance
in the Next Year

ใครสนใจจะเรียนต่อด้านนี้เตรียมตัวสมัครได้เลย

เราว่า vision ของหลักสูตรโอเคมากๆ กับการเปิดตัวในงาน reunion เพราะกลุ่มเป้าหมายแรกก็คือบรรดาศิษย์เก่า
และหลักสูตรมีการจัดงานอีกครั้งที่โรงแรมหรูเชิญเฉพาะอ.และบรรดา HR ของบริษัทไฟแนนซ์ หลักทรัพย์ ธนาคาร มาโปรโมทหลักสูตรซึ่งเป็นการย้ำว่าหลักสูตมีระบบการเรียนการสอนอย่างไร จบแล้วไปทำงานที่ไหนกันบ้าง และหลักสูตรมีมาตรฐานที่จะต่อยอดไปถึงปริญญาเอก

ในงานมีเชิญตัวแทนรุ่นขึ้นไปสัมภาษณ์ว่าทำยังไงถึงจะเรียนจบได้ภายใน 1 ปี ทำยังไงถึงจะเรียนได้ 4.00 แล้วก็ความประทับใจต่างๆ ที่มีเกี่ยวกับหลักสูตร
แถมท้ายด้วยการเล่นเกมใบ้คำ โดยให้แต่ละคนจะได้คำศัพท์ไฟแนนซ์มาแล้วให้ไปหาอุปกรณ์ที่จะสื่อถึงคำเหล่านั้น
> ดอกเบี้ย อุปกรณ์คือ บัตรเครดิต เพราะทุกครั้งที่ใช้แล้วไม่ไปจ่ายเงินก็จะโดนคิดดอกเบี้ย
> กองทุนรวม อุปกรณ์คือ สลัดและอาหารสาพัดชนิดในหนึ่งจาน เพราะเราควารดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบหมู่และหลากหลาย เปรียบเสมือนการลงทุนในกองทุนรวมซึ่งเป็นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง
>อนุพันธ์ อุปกรณ์คือ เพื่อนที่เก่งที่สุดในรุ่น เพราะค่าของอนุพันธ์ขึ้นอยู่กับ underlying asset ตอนเรียนถ้าไม่ได้เพื่อนคนนี้ก็คงจะเรียนไม่จบเพราะทั้งให้ช่วยติว ช่วยทำ case และทำงานกลุ่มร่วมกัน (พวกเราฟังแล้วก็ได้แต่พูดกันว่า คิดได้ยังไงเนี่ย 555)

ไม่รู้ว่าจะมีจัดงานแบบนี้อีกทีเมื่อไหร่ เพราะครั้งล่าสุดมันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คงจะจัดทุกๆ 5 ปีละมั้ง
วันนั้นมีเพื่อนเอาการ์ดแต่งงานมาแจกด้วย เจอกันงานหน้าสงสัยจะอุ้มลูกมาด้วยแหงๆ

ใครๆ ก็รีบกลับเพราะจะรีบไปดู AF

สิงหาคม 13, 2006

Matlab, BOT Symposium and Mother Day

Filed under: econ school, my life, people — epsilon @ 9:18 pm

1.

Matlab program กับการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์
หลังจากได้ฟังบรรยายจากเพื่อนที่เป็นนักเรียนป.เอกอยู่ที่ U of C พวกเราก็นั่งหัวเราะงอหายว่า ไอ้ความรู้พื้นฐานโปรแกรมภาษา C++ ที่มีอยู่เท่าหางอึ่งได้ใช้แล้วหล่ะคราวนี้ 555

ตอนแรกที่เราไปนั่งเรียนโปรแกรมภาษา C++ เพราะมีใครบางคนบอกว่าเอาไว้เป็นพื้นฐานในการใช้ GAUSS program แต่ปรากฎว่ามีผู้รู้มาบอกว่าที่เราเรียนกันมันลึกเกินไป 😦

Matlab ทำอะไรได้บ้าง ทำไมต้องใช้โปรแกรมนี้
> เอาไว้จัดการกับข้อมูลจำนวนมากที่ต้องการคำนวนหาผลลัพธ์แบบซับซ้อน ลักษณะเฉพาะของโปรแกรมนี้คือมองข้อมูลเป็นแมทริกซ์ เวกเตอร์ เราสามารถใช้คำสั่งให้โปรแกรมจัดการกับข้อมูลมหาศาลโดยใช้คำสั่งให้เลือกคำนวณเฉพาะชุดข้อมูลที่เป็นกลุ่มย่อยๆ ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดโดยการกำหนด row และ colum จากนั้นก็ให้โปรแกรมจัดการให้

> ตอนแรกๆ ฟังก็ยังไม่ค่อยเห็นภาพ แต่พอคุณครูยกตัวอย่างฟังก์ชันที่ต้องคำนวณหา optimization แบบว่าไม่สามารถคำนวณหาเองได้ด้วยมือแน่ๆ มาให้ดู เราก็ถึงได้ถึงบางอ้อ ! ว่าอย่างนี้นี่เอง อารมณ์ประมาณว่าไว้เทสต์โมเดล หน้าตาประหลาด ที่มีตัวกรีกเยอะๆ น่ะ

> ตัวอย่างสุดท้ายที่คุณครูทำให้ดูคือทดสอบ Growth Model โค้ดคำสั่งยาวมากกกกกก แล้วก็รันไปเรื่อยๆ จนได้คำตอบออกมา อะยึ๋ย แล้วจะรู้ได้ไงว่าตัวเองเขียนโค้ดผิดคะเนี่ย คำตอบ ง่ายมาก ก็ต้องเช็คเองจากตรรกะและการแปลงเป็นโค้ดคำสั่ง อ่านตรวจทานหลายๆ รอบ และถ้ามันผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัย มันก็จะรันไปไม่ได้ แบบว่าขึ้น error น่ะครับ แต่ถ้าผิดที่ตรรกะ ก็จะเช็คยากหน่อย คำตอบอาจจะออกมาประหลาดมากจนเราต้องเอะใจน่ะ

>คุณครูจบโทวิศวะจากญี่ปุ่น (ทุน Mobusho) เมนูบาร์ของเครื่องคอมและโปรแกรมก็เลยเป็นภาษาญี่ปุ่น มีแต่คำสั่งที่เขียนบนโปรแกรมที่เป็นภาษาอังกฤษ ตอนคุณครูบรรยาย ก็เลยต้องพากษ์ว่าเมนูที่กำลังคลิก ใช้ภาษาอังกฤษว่าอะไร ก็จดกันกระยุกกระยิก (matlab จะมีให้เลือกตอนลงโปรแกรมว่าจะเลือกติดตั้งเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นน่ะ)
>งานนี้คนที่ต้องวิเคราะห์ IO (Input-Output Model) อยู่เป็นประจำ ได้ทางออกในการ inverse matrix ขนาด 180*180 ที่ตัวเองปวดหัวมานานว่า excel ไม่สามารถทำได้ เวลาจะวิเคราะห์อะไรแต่ละทีต้องมานั่งทำไฟล์เล็กไฟล์น้อยให้มันตรงตามต้องการก่อนแล้วค่อยจัดการ แต่คราวนี้สามารถเขียนคำสั่งระบุได้ทั้ง row และ colum แถมยังเขียนเงื่อนไขซับซ้อนอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีก ซื่อบื้อกันอยู่ตั้งนาน เย้!!!

>วันนั้นมีเพื่อนนศ.ป.เอกจาก มธ. มานั่งฟังกับเราด้วย เพราะคนนึงกำลังตัดสินใจจะใช้โปรแกรมนี้ อีกคนกำลังเริ่มต้นใช้ และอีกคนเป็นแขกประจำเวลาที่เราจัดอะไรทำนองนี้ มาร่วมฟัง รับความรู้ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่นี่เราถือว่าความรู้เป็นสมบัติสาธารณะ เวลาที่จัดบรรยาย บรรยายพิเศษ เรามักจะเชื้อเชิญเพื่อนๆ ที่เรียน หรือทำงานในสายที่เกี่ยวข้อง ให้มาฟังด้วยเสมอๆ โดยไม่เกี่ยงว่าจะอยู่คนละสถาบันหรือเปล่า การถ่ายโอนความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ ตั้งข้อสังเกตุ และข้อสงสัย เป็นสิ่งที่พวกเราหวังจะให้เกิดขึ้นทุกๆ ครั้งที่มีการจัดการบรรยาย ถ้าเป็นแฟนประจำจะรู้ว่ามาที่นี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าฟัง แถมยังมีขนม น้ำ อร่อยๆ แจกให้ทานเพลินๆ กันอีกด้วย ขนมอันไหนอร่อยก็มีกระซิบกระซาบว่าคราวหน้าขอแบบนี้อีก เป็นที่ขำขันกัน คนเตรียมขนมก็ได้แต่ยิ้มแก้มปริ (^.^)

2.

BOT Symposium 2006 (รออีกประมาณสองสัปดาห์ก็จะมีเปเปอร์ให้โหลดกัน)

ไปนั่งฟังมาสองวัน ถามว่าชอบเปเปอร์ไหนมากที่สุด
>Human Capital Policy: Building a Competitive Workforce for 21st Century Thailand
ผู้เขียนบทความ
ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ดร. อัศวิน อาฮูยา และ ฐิติมา ชูเชิด
ตอนแรกก็งงๆ ว่านักเศรษฐศาสตร์สายนโยบายการเงินทำไมเขียนเปเปอร์เรื่องนี้ พอฟังจบจนถึงคอมเมนท์แล้วก็ได้แต่นั่งอมยิ้ม ว่าจริงๆ ด้วยแฮะ

>บทความนี้เล่าถึงข้อมูลที่ทำการสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่นำมาวิเคราะห์ ซึ่งผลที่ได้ก็รู้ๆ กันอยู่ ประมาณเรื่องอุปสรรคการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาการของเด็กในอายุต่างๆ แล้วก็เล่าต่อมาถึงเรื่องระดับการพัฒนาสมองและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการเรียนรู้ของเด็ก แน่นอน อายุ 0-7 ปีเป็นช่วงอายุที่ความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อพัฒนาสมองมากที่สุดเพราะ แต่ปรากฎว่าเมื่อพิจารณาข้อมูลการใช้งบประมาณของรัฐเพื่อการศึกษา การพยายามผลักดันให้มีการขยายการศึกษาภาคบังคับจาก 9 ปี ป.1-ม.3 เพิ่มอีก 3 ปี เป็นป.1-ม.6 อาจจะเป็นการใช้งบประมาณของรัฐไปในทางที่คุ้มค่าน้อยกว่า การขยายการสนับสนุน เป็นขยับลงให้เป็นอนุบาล 1-2-3 จนถึงม.3 ซึ่งเท่ากับ 12 ปีเหมือนกัน และยิ่งจะได้ผลมากขึ้นอีกหากเพิ่มการสนับสนุนการสร้างพื้นฐานสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องแม่จนถึงก่อนเข้าอนุบาล(อนาคตการศึกษาภาคบังคับ)

>policy implication จากงานวิจัยชิ้นนี้มีมูลค่ามหาศาลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทย เพราะดูเหมือนว่าโครงสร้างการใช้เงินเพื่อพัฒนาการศึกษาที่ผ่านมาจะเป็นการใช้ไปในทางที่บิดเบือนไปจากความคุ้มค่าสูงสุดต่อการพัฒนาการของเด็ก เพราะมีการลงทุนในช่วงมัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัยอย่างมาก แต่หากปรับแผนการใช้เงินของรัฐเพื่อนโยบายการศึกษาโดยอ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นนี้ จะพบว่า เด็กทุกคนควรจะได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่มาจนถึงช่วงที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาสมองนั่นคืออายุ 0-7 ปี >

3.

วันแม่ น้องชายเราไปงัดรูปสมัยเด็กๆ ที่ถ่ายรูปด้วยกันมาใส่กราฟฟิค เขียนว่า รักแม่ Mother’s Exhibition มาเป็นของขวัญร่วมกันของพวกเราที่ให้แม่ มานั่งดูแล้วก็ฮาๆ แม่ก็ได้แต่บอกว่า ‘โตกันหมดแล้วเนอะ เร็วจัง’ พวกเราก็ยุให้แม่เอารูปไปแขวนที่หน้าบ้าน แขกไปใครมาจะได้ให้เค้าทายกันเล่นๆ ว่าคนไหนเป็นคนไหน (อายมั่งไหม๊เนี่ย) แต่พ่อก็แอบเก็บเข้าไปแขวนในห้องนอน บอกว่าเอาไว้ดูขำๆ กันสองคนดีกว่า เดี๋ยวรอให้ถ่ายรูปแอคท่าตำแหน่งเดิมแล้วอัดเหมือนกันอีกรูปแล้วค่อยไปแขวน จะได้ไม่ต้องมานั่งตอบว่าคนไหนโตแล้วหน้าตายังไง อืมมม เข้าท่าดีเหมือนกันแฮะ

สุขสันต์วันแม่ ขอให้แม่ของทุกคนสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขเพิ่มขึ้นเพราะลูกทำตัวดี น่ารัก

…………

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาฟัง
ความเจ็บปวด,กุญแจที่หายไป-ปาล์มมี่
คำถามโง่ๆ,ที่ฉันรู้-บอยด์
วัดใจ-ซิลลี่ฟูล

สิงหาคม 3, 2006

เรื่องเรื่อยเปื่อย#2

Filed under: econ school, my life, people — epsilon @ 12:40 am

1.

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ขอเชิญฟังการบรรยายเรื่อง “Matlab Program กับการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์”
โดย อ.ธนภูมิ ดำรักษ์ Ph.D. student at University of Chicago, Research Assistant to Prof.Robert M.Townsend
วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2549 เวลา 9.00 – 11.00 ห้อง 10406 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
สำรองที่นั่งได้ที่ คุณปาริชาต 06-677-6472 email:parichat.pyp@gmail.com



2.

epsie หายป่วยแล้วนิดนึง
ตอนนี้ออกมาซ่า ไปว่ายน้ำ ช้อปปิ้ง ดูหนังได้แล้ว
เมื่อวานไปดู Sad Movie ที่สยามพารากอน วันนี้ไปชอปปิ้งที่เอ็มโพเรียม
ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เป็นห่วงเป็นใย
ข้าพเจ้าจะพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเลิกคิดฟุ้งซ่าน จะได้ไม่เวียนหัวอีก
ยังคงทานยาที่หมอให้มาไม่หมด (เพราะลืมประจำ )
เรามีปมด้อยด้านการสร้างงานศิลปะ ได้แต่ดูและเลือกว่าชอบแบบไหน
คงจะใช้ศิลปะบำบัดไม่สำเร็จ ขอเปลี่ยนเป็นฟังเพลงบำบัดแทนละกัน
ช่วงนี้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตน้อยลง
เช็คเมล์ อ่านโอเพ่น อ่านข่าว แล้วก็นอน พักผ่อนค่ะ พักผ่อน


3.

วันเสาร์ที่ผ่านมาไปทำบุญที่บ้านปากเกร็ด
นำทีมโดยอ.ร่วมกับผองเพื่อนชาว MSF รวม 16 ชีวิต
เป็นครั้งแรกที่เราไปทำบุญกันที่นี่ไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง ได้ข่าวมาว่ามีหลายบ้านสรุปว่าไปบ้านเด็กอ่อน แต่พอถึงวันจริงไปทั้งบ้านเด็กอ่อน บ้านเด็กพิการ

เด็กพิการที่นี่ถ้าอายุ 1-7 ขวบ จะอาศัยอยู่ที่บ้านเฟื่องฟ้า
เด็กพิการที่อายุมากกว่า 7 ปีจะย้ายไปอยู่ที่บ้านราชาวดี โดยแยกเป็นหญิง และชาย
เราแวะไปที่บ้านราชาวดีชาย ซึ่งมีการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันโดยคณะนักศึกษากลุ่มหนึ่ง
เฉพาะที่บ้านนี้มีเด็กพิการอยู่ประมาณ หกร้อยคน บ้านเด็กพิการหญิงอีกประมาณเจ็ดร้อยคน

คนที่ทานข้าวด้วยตัวเองได้ก็มานั่งทานอาหารที่โรงอาหาร

มีบางส่วนที่พิการซ้ำซ้อน ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องมีคนป้อนอาหาร หรือให้อาหารทางสาย
ถ้าใครต้องการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ทั้งบ้านหกร้อยชีวิต อัตราค่าบริจาคอยู่ที่ หกพัน เจ็ดพัน แปดพัน หนึ่งหมื่นบาทแล้วแต่เราจะระบุ และต้องจองวันล่วงหน้า แต่ถ้าต้องการบริจาคสบทบทุนค่าอาหารบางส่วนก็สามารถทำได้

การบริจาคทำได้ทั้งการบริจาคเงิน อาหาร เสื้อผ้า สิ่งของ ได้ทั้งใหม่และที่เราไม่ใช้แล้ว


รู้สึกโชคดีที่ตัวเองมีครอบครัวที่อบอุ่น มีร่างกายครบสามสิบสอง ได้เรียนหนังสือ และมีโอกาสเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง

หลังจากทำบุญร่วมกัน พวกเราไปทานอาหารกลางวันพร้อมกับนั่งคุย รายงานตัวว่าแต่ละคนไปทำอะไรที่ไหนยังไงกันมาบ้างให้อ.ฟัง และก็อัพเดทเรื่องงาน ย้ายงาน เรียนต่อ แต่งงาน ให้กันฟัง

จากนั้นก็นั่งเรือข้ามไปเดินเล่นที่เกาะเกร็ดกัน เพราะมีเพื่อนที่ไม่ได้มาทำบุญแต่อยากเจออ. อยากเจอเพื่อนไปรออยู่ที่โน่นแล้ว เราก็เลยยกขบวนไปกันหมด เดินดูวิถีชาวบ้าน ซื้อของกันเป็นที่สนุกสนาน ของที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือเครื่องปั้นดินเผา พวกเราซื้อกาแฟเย็น ใส่โถดินเผาหิ้วกันมาคนละใบ เอากลับมาทำแจกัน เป็นของ OTOP ที่มาประยุกต์ใช้ได้ดี

งานนี้เราไม่ได้เอากล้องส่วนตัวไปเลยไม่มีรูปมาโพสต์ให้ดู รูปที่ถ่ายเป็นกล้องของคณะที่ได้รับคำสั่งมาว่าให้ถ่ายรูปพวกเราไปเยอะๆ จะเอาไปเลือกว่าใครจะผ่านด่านเข้าไปเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อทำ VTR ครบรอบ 10 รุ่นของหลักสูตรที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า

ตอนที่อ.บอกเรื่องนี้พวกเราจากที่ยืนให้ถ่ายรูปหมู่กันอยู่วงแตกกระจาย ประมาณว่าขอตัวละงานนี้ ยอมทำงานแบกหามดีกว่าอยู่ในเฟรม แถมบอกว่าขอให้รุ่นเราส่งตัวแทนฝ่ายหญิง เพราะฝ่ายชายได้แล้ว (มีดาราคนนึงมาเรียนน่ะ) กรรม ทำไมต้องเป็นรุ่นหนูด้วยเนี่ย

บลอกที่ WordPress.com .