Epsilon’ s blog

ธันวาคม 29, 2006

PC to MAC

Filed under: mac, web site — epsilon @ 3:04 pm

ตอนซื้อแมคมาใหม่ๆ ลองเข้่าเวบบอร์ดของคนใช้แมคในเมืองไทย พบว่ากลุ่มใหญ่เหมือนกันแล้วก็มีหลายเวบ แล้วเราก็ไปเจอกระทู้มีประโยชน์อย่างอันนี้มา แต่ไม่ได้เซฟไว้ พออยากจะหา print screen fn. แบบวินโดว์ก็เลยนึกถึงกระทู้นี้ขึ้นมาว่าควรจะเก็บไว้อ่านเผื่อจะใช้อะไรอีก ต้องมานั่งไล่หาในเวบบอร์ดใหม่นี่เหนื่อยไม่ใช่เล่น

ต้องขอบคุณทุกๆ คนในเวบบอร์ด http://www.freemac.net ที่ช่วยกันตอบจนได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ

เผื่อว่าใครกำลังลังเลใจที่จะเปลี่ยนมาใช้แมค หรือเป็นมือใหม่ใช้แมคแบบข้าพเจ้า จะได้ใช้แมคได้อย่างอุ่นใจ

ถ้าคุณกำลังจะย้ายจาก PC มาอยู่บน Mac คุณจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

บน PC : จะเขียน CD/DVD มักจะใช้ Nero, Easy CD
บน Mac : มักจะใช้ Toast ครับ

บน PC : จะพิมพ์งานเอกสาร ใช้ M$ Word
บน Mac : ใช้ M$ Word สำหรับ Mac หรือปัจจุบัน มี Pages ให้ใช้ครับ อยู่ในชุด iWork

บน PC : จะตัดต่อวิดีโอ มีโปรแกรมยอดนิยมอย่าง AVID Express DV, Adobe Premiere
บน Mac : ใช้ Final Cut Pro ครับ แบบง่ายๆ ก็มี iMovie

บน PC : ใช้ Norton, Panda, McAfee ตรวจไวรัส
บน Mac : ถึงจะน้อยมาก แต่ก็มี Virex ให้ใช้ครับ

บน PC : ต้องทำ Deragment HD เป็นประจำ
บน Mac : ถ้าเป็น OS X และ Format HD เป็น Mac OS Extended (Journaled) ไม่ต้องทำครับ ระบบทำให้อัตโนมัติ

บน PC : เล่นอินเตอร์เน็ท ใช้ IE เป็น Browser
บน Mac : ลืม IE ไปได้เลยครับ อ่านภาษาไทยไม่ออก เราใช้ Safari กันครับ ยังมี Firefox, Opera, etc. ให้ใช้ด้วยเช่นกัน

บน PC : ใช้ M$ Outlook จัดการ Mail, Calendars, Address
บน Mac : มีครับ ใช้หลายตัวหน่อยคือ Mail, iCal, Address Book ถ้าอยากเหมารวบ ใช้ Entourage ของ M$ ได้ครับ

บน PC : จะต่อ Pocket PC ใช้ Active Sync
บน Mac : ทำได้ครับ ซื้อ Software เพิ่ม เช่น MissingSync

บน PC : ต่อ Palm ใช้ Palm Desktop
บน Mac : ก็ใช้ Palm Desktop ครับ แถมให้ iSync ครับ พ่วงมือถือ Bluetooth เข้าไปอีกอัน

บน PC : ใช้ Photoshop
บน Mac : ก็ใช้ Photoshop ครับ

บน PC : ใช้ BitComet เล่น Terrent
บน Mac : ใช้ Azureus, Tomato, etc. ครับ

บน PC : ใช้ MSN
บน Mac : ก็มี MSN ครับ แต่เราชอบใช้ iChat คุยกันมากกว่า

บน PC : ใช้ Windows Media Player ดูหนัง ฟังเพลง
บน Mac : ฟังเพลงใช้ iTunes ครับ ดูหนังใช้ Quicktime ดู DVD มี DVD Player ให้ ดู WMV ใช้ Windows Media Player for Mac ครับ หรือเหมารวบ ใช้ VLC ครับ

บน PC : ใช้ WS_FTP, Cute FTP สำหรับใช้บริการ FTP
บน Mac : ใช้ Transmit, CyberDuck ครับ

PC : Windows Explorer
Mac : Finder

PC : ?@$@$?@$
Mac : Expose

PC : PowerDVD, WinDVD
Mac : Apple DVD Player

PC : M$ Outlook Express, Eudora, IncrediMail
Mac : Mail.app

PC : Notepad
Mac : TextEdit

PC : M$ PowerPoint
Mac : Keynote 2

PC : WinAmp
Mac : iTunes

PC : Adobe Reader
Mac : Preview, Adobe Reader

PC : CuteFTP, WSFTP
Mac : Finder, Transmit, CyberDuck

PC : Right Click
Mac : Control + Click

PC : Controlpanels
Mac : System Preferences

PC : Control+Alt+Del
Mac : Command+Option+Esc

PC : จอฟ้า
Mac : Kernel Panic

PC : TMPG สำหรับ Encode Mpeg
Mac : ffmpegX

PC : Start Menu
Mac : ไม่มีครับ คล้ายๆ หน่อยก็ Apple Menu + Dock

PC : My Computer
Mac : Computer (เลือกให้แสดง หรือไม่แสดงได้ ใน Finder Preference)

PC : My Network Place
Mac : Network

PC : ACDsee (เสริม)
Mac : iPhoto, Graphic Converter, ACDsee for Mac, iView, etc.

PC : Kazaa
Mac : Limewire

PC : ใช้ nero, Easy CD หรือถ้าขี้เกียจลง ในตัว WinXP ก็สามารถเลือกไฟล์แล้วสั่งเขียนได้เลยครับ (เสริมคุณตั้ม)
Mac : Toast

PC : ตัดต่อวีดีโอง่าย ๆ ก็มีครับ Window Movie Maker (อันนี้ก็ขอเสริมครับ)
Mac : iMovie

PC+Mac : ใช้ได้ทั้ง iPod Shuffle และ Flash Drive ครับ (ขอเสริมจากคุณ alo55555 เดี๋ยวท่านอื่นจะงงน่ะครับ แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ มันดูไฮโซกว่า)

PC : Window Explorer, WS FTP, Cute FTP, Macromedia Dreamweaver, Macromedia Homesite (เสริมคุณ mike ครับ)
Mac : Finder……

PC : Recycle Bin
Mac : Trash Can

ถ้าทำพวกงานเวบนะครับ
PC : PHP + ASP + .net .. etc.
Mac : PHP ครับ พวก asp เนี่ย ไม่ได้เลยล่ะครับ ถ้าจะย้ายมาแล้วต้องใช้จริง ๆ ล่ะก็ แนะนำว่าลองใช้ Virtual PC ครับ

PC : ThaiSoftware Dictionary โปรแกรม dic ยอดนิยม
Mac : มีเช่นเดียวกันครับ

Mac : ถ้าไม่ชินเม้าส์นะครับ จะเอาเมาส์ของ PC ตัวเก่ามาใช้ก็ได้ครับ แต่ใช้ของ Apple ให้ชินดีกว่าครับ สวยกว่าเยอะเลย

PC : Taskbar
Mac : Finder ครับ ครอบคลุมทั้ง Explorer, Start Menu, และ Taskbar ครับ

PC : keyboard ปุ่ม Enter
Mac : จะเขียนว่า return ครับ แต่จริง ๆ แล้วเหมือนกัน และจะมีอีกปุ่มหนึ่งข้าง ๆ กับ space bar

PC : Ctrl
Mac : Command (Apple button)

PC : เปลี่ยนภาษาใช้ Grave Accent
Mac : ใช้ command + space bar

PC : Properties (file)
Mac : Get Info : command+i

PC : Mindjet MindManager Pro X5
Mac : ConceptDraw MindMap (เกือบดี แต่ MindManager ใช้ง่ายกว่าหน่อย)

C->ถ้าพิมพ์ภาษาไทยอยู่กดcaplockจะเป็นภาษาไทยแถวบน
Mac->ถ้าพิมพ์ภาษาไทยอยู่กดcaplockจะเป็นภาษาอังกฤษ

PC->ต้องมีชื่อและนามสกุลให้fileไม่งั้นไม่รู้จักอ่านไม่ออก
mac->OS9ไม่ต้องมีนามสกุลก็รู้โปรแกรมเองได้ ,OSXต้องมีนามสกุลเช่นกันจ้า

PC->ต้องซื้อระบบปฏิบัติการwindowใช้ของเถื่อนเครื่องมักมีปัญหาเยอะ
Mac->ระบบปฏิบัติการเค้าแจกฟรีพร้อมเครื่องนะซิแถมมีบริการช่วยเหลือแบบออนไลน์อีกต่างหาก (หรือจะดาวน์โหลดมาใช้เองก็ไม่มีปัญหา)

PC->captionหน้าจอด้วยปุ่มPrintScreen
Mac->captionหน้าจอด้วยคีย์ลัด shift+command+3หรือ4

PC -> equation editor: Mathtype
MAC: -> equation editor: LaTEXIT 1.8 (freeware) ต้องมีความรู้เกี่ยวกับ LaTEX เล็กน้อย แต่ไม่ยากครับ + สมการสวยมาก

โปรแกรมทางสถิติทั้งหมด และมีทั้งบนmac และ windows
SPSS โปรแกรมสถิติทั่วไป (Commercial)
Lisrel สถิติเฉพาะทาง Structural Equation Modeling (Commercial & free student version)
EQS สถิติเฉพาะ Structured Models Analysis (Freeware)

ยังมีFreewareอีกเยอะ ที่นี่เลยhttp://freestatistics.altervista.org/index.php

ธันวาคม 22, 2006

The Holiday

Filed under: book, movie — epsilon @ 3:42 pm

The Holiday เป็นหนังที่เรารอคอยตั้งแต่รู้ว่าเริ่มถ่ายทำ
อะไรจะขนาดนั้น
ก็พี่ Jude Law เป็นคนแสดงนำน่ะ เป็นพระเอกที่เราชอบมากที่สุดน่ะซิ่ เราว่าเค้าเล่นไ้ด้ดีทั้งแอคชั่น ทั้งตราม่า โดยเฉพาะ เลิฟซีน อุ๊ปส์
แถมยังเป็นหนังของ Nancy Meyers ที่เคยทำให้เราประทับใจจากเรื่อง Something’s Gotta Give, What Women Want มาแล้ว ทั้งสองเรื่องน่ารักมาก

Nancy เล่นเน็ตแล้วพบว่ามีเวบไซต์ให้บริการแลกบ้านกันอยู่ ทำให้เธอปิ๊งเป็นไอเดียพล็อตหนังเรื่องนี้
Cameron Diaz เป็นสาวจาก LA, USA ส่่วน Kate Winsle เป็นสาวจากจาก Surrey, UK ทั้งคู่ผิดหวังในความรักช่วงใกล้คริสมาส ก็เลยลองแลกบ้านกันอยู่สองสัปดาห์ จากนั้นเรื่องราวน่ารักๆ ก็เกิดขึ้น

เรารู้สึกว่า Cameron Diaz ขโมยซีนไปเกือบทั้งเรื่อง บทที่ได้รับเธอตีแตกกระจุย ทั้งน่ารัก ขำ แล้วก็ซึ้ง บางทีอาจจะเป็นเพราะตัวเธอเป็นแบบนี้อยู่่แล้วหรือเปล่า จำได้ว่าเคยดู There’s something about Marry หนังฟอร์มเล็กที่เธอเล่น เราขำเธอเกือบทั้งเรื่อง ผู้หญิงอะไรน่ารักชะมัด

ดูแล้วมีความสุขจนอยากดูแล้วดูอีก เหมือนตอนที่ได้ดู Something’s gotta give, Love actually, You got mail, Ameli ฯลฯ

ใครอยากหาหนังที่ช่วยทำให้อมยิ้มช่วงเทศกาลปีใหม่ ลองเลือกดู The Holiday แล้วจะรู้ว่าสองชั่วโมงในโรงหนังผ่านไปเร็วมาก

อย่าพลาด

บทสัมภาษณ์ ม.ร.ว.ปริญญากร วรวรรณ เจ้าของคอลัมน์ คนใจสัตว์ ในนิตยสารสารคดี โดย วรพจน์ พันธ์พงศ์ จาก GM เล่มล่าสุด ปกเคน ธีรเดช เจ๋งจริงๆ น่ะ

รวมเล่มบทความ MIMIC เลียนแบบทำไม? เขียนโดย แทนไท ประเสริฐกุล ที่เคยทำให้เราเฝ้ารอหน้าจอคอมทุกวันศุกร์เพื่อจะได้อ่านบทความภาคต่อที่แสนจะสนุก ขำ เสียดสี และให้ความรู้เรื่องชีววิทยาที่สนุกที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา ตั้งใจว่าจะซื้อหลายๆ เล่มไปบริจาคให้โรงเรียนต่างจังหวัด เปิดมุมมองใหม่ให้เด็กอยากเรียนชีวะ อิอิ

ธันวาคม 19, 2006

Graduate Lounge

Filed under: music, web site — epsilon @ 11:20 am

วันนี้เป็นวันแรกที่ Graduate Lounge คลับใหม่ของชาวไกลบ้าน เปิดให้บริการ

เริ่มจากกระทู้ของคุณ Lawเก้อ ที่มาเปิดประเด็นไว้ว่า
ขอเสนอให้มีการตั้งห้องใหม่ “ห้อง PhD” สำหรับให้คนบ้าๆ อย่างพวกผมมีที่บ่น ช่วยกันลงชื่อด้วยนะครับ!!

พวกเราช่วยกันลงชื่อสนับสนุน กดโหวตกระทู้ แสดงความเห็นเรื่องเนื้อหาและชื่อห้อง จนได้ พี่ BF ขาประจำไกลบ้าน เสนอชื่อ”Graduate Lounge” ชื่อของห้องข้าง ๆ ในตึกที่พี่เค้าเรียน ห้องที่ไว้ให้นักเรียนมานั่งคุยกัน

จากนั้นพีี่ Lawเก้อก็สรุปเรื่องวัตถุประสงค์การจัดตั้งกลุ่มและเมล์ไปขอเปิดคลับกับทีมงานของพันทิปให้ในกระทู้ สรุปข้อเสนอขอจัดตั้ง คลับ “Graduate Lounge”

วัตถุประสงค์และหลักการของคลับนี้คือ:

1. เป็นมุมเล็กๆ ให้นักเรียนในระดับที่เรียนด้วยการวิจัย (PhD + Master by Research) ได้ระบายความในใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ตลอดจนเป็นที่ให้กำลังใจในการเรียนแก่เพื่อนๆ ที่กำลังหมดหวังหรือมีปัญหาในการวิจัย

2. เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดต่างๆ ในทางการศึกษาและวิธีการวิจัยระดับสูง ทั้งในสายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ (ซึ่งในขณะนี้ไม่มีห้องให้โพส)และวิทยาศาสตร์ (แม้จะคาบเกี่ยวกับห้องหว้ากอ แต่คาดได้ว่ากระทู้ในคลับนี้ จะเป็นกระทู้ในเชิงวิธีการวิจัย มากกว่าจะเป็นการพูดคุยทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป) และเพื่อสร้างกลุ่ม audience ที่เหมาะสมกับเนื้อหาของเรื่องที่ผู้โพสต้องการนำเสนอ

3. เป็นที่สร้าง networking ให้กับนักเรียนวิจัยและนักวิจัย เพื่อก่อให้เกิดการทำวิจัยร่วมกันต่อไปในอนาคต.. เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ

4. เป็นที่ให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะสมัครเข้าเรียนในระดับนี้ ข้ามาถามรายละเอียดเชิงลึก ทั้งในเรื่องการสมัคเรียน วิธีการเรียน การสอบ โดยจะมีโอกาสได้คำตอบจากเพื่อนๆ ในคลับที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในเรื่องนั้นๆ

5. เป็นที่แลกเปลี่ยนบทความต่างๆ ซึ่งนักศึกษาในบางสถาบันไม่สามารถหาได้ และมีเพื่อนๆ ในสถาบันอื่นหรือในประเทศอื่นๆ สามารถไปหามาให้ได้

6. กระทู้ที่จะมีการโพสในคลับนี้ ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาไม่ซ้ำกับเรื่องที่โพสกันในห้องหลัก ทั้งในห้องไกลบ้าน ห้องสมุด และห้องหว้ากอ คลับไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะไปดึงเนื่อหากระทู้ในห้องหลักมาคุยกันเองแต่อย่างใด แต่มีวัตถุประสงค์ที่ให้กลุ่มคนที่มีความสนใจตรงกันในเรื่องการศึกษาและการวิจัย ได้คุยกันมากขึ้น

ขอเชิญชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ที่คลับนี้ ด้วยการเข้า เวบไซต์ พันทิป ห้องไกลบ้าน http://www.pantip.com/cafe/klaibann จากนั้นเลือกคลับย่อย Graduate Lounge

ส่วนตัวข้าพเจ้า เข้าไปเจิมคลับใหม่เรียบร้อยแล้วหล่ะ

….

Badly Drawn Boy เจ้าของ OST: About a boy ออกอัลบัมใหม่ Born in the U.K. เชิญฟังได้ที่
http://www.badlydrawnboy.co.uk/

ธันวาคม 8, 2006

Hello world!

Filed under: book, my life, open, people, web site — epsilon @ 8:47 am

ย้ายบ้านมาจาก http://epsie.blogspot.com/

เพราะ wordpress สามารถแบ่งหมวดหมู่ว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรได้
ลองย้ายมาแล้วก็พบว่า theme สวยกว่า มีให้เลือกเยอะกว่า
ที่สำคัญ สามารถ import ข้อความที่เราอัพบล็อคและคอมเมนท์ทั้งหมดมาอยู่ที่นี่ได้ภายในช่วงเวลาตากผ้าหนึ่งตู้เสร็จ ! โอ้วว้าวววว

เรื่องจัดหมวดหมู่ยังทำไม่เสร็จ นัยว่าโพสต์ไว้เฉียดร้อย ขอเวลาค่อยๆ ทำวันละนิดวันละหน่อย

ต้องลองเล่นดูว่ามีอะไรแอดวานซ์กว่าบ้านเก่าบ้าง คงจะสนุกดี


หลังจากโดนข้อหาพักนี้อัพบล็อคบ่อย เอาเป็นว่าเขียนเพิ่มแล้วกัน

วันนี้อ่าน a day มีบทสัมภาษณ์ Jimmy Liao นักเขียน นักทำภาพประกอบ ผู้โด่งดังของไต้หวัน

จริงๆ แล้ว เจ้าตัวเขียนไว้นปกหน้าของหนังสือรวมผลงานเขาว่า จิมมี่ เลี่ยว คือ นักเขีน นักทำภาพประกอบ กวี นักเล่าเรื่อง พ่อและเด็ก

เพิ่งรู้ว่าเค้าเป็นคนเดียวกันกับคนที่เขียนเรื่อง A Chance of Sunshine หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ที่คนไทยรู้จัก และเป็นเจ้าของแอนนิเมชั่น เรื่อง A fish with a smile ที่เคยมีเพื่อนส่งมาให้ทางเมล์นานมากแล้ว แต่เป็นคลิปสั้นๆ ประมาณนาทีกว่าๆ จำได้ว่าชอบมาก แต่ไม่รู้ว่าใครทำ

จิมมี่เคยทำงานโฆษณาสิบสองปี แล้วก็เริ่มเขียนภาพประกอบลงนิตสาร หลังจากเค้าออกจากงานประจำมานั่งเขียนภาพประกอบอย่างเดียวที่บ้านไม่นาน เค้ากลับต้องพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด หรือลูคีเมีย จนต้องอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ไปหาหมอรวมเป็นเวลาถึงห้าเดือน พร้อมๆ กับที่ได้รับข่าวดีว่าภรรยาของเค้าตั้งท้องลูกคนแรกและคนเดียวของเค้า

ช่วงเวลาที่เค้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเค้ากลับมาวาดรูปอีกครั้งและตั้งใจที่จะแต่งหนังสือโดยมีภาพประกอบเพื่อให้ลูกที่จะเกิดมาได้พบกับผลงานของพ่อ เพราะเค้าคิดว่าเค้าจะจากไปเมื่อไหร่ไม่รู้ หมอบอกว่าอาการของเค้ารุนแรงมาก

เรื่องแรกที่เค้าเขียนคือ Secrets in the Woods ลายเส้นออกไปทางหม่นเศร้า ต่อมาคือ A fish that Smile at me ที่ต่อมานำไปสร้างเป็นแอนนิเมชั่น (เข้าไปดูที่ลิงค์ไว้แล้วกันนะ) ได้รางวัลจากเบอร์ลินฟิล์มเฟสติวัล 2005 มา แล้วก็เรื่องที่สาม A Chane of Sunshine ที่โด่งดังแปลไปแล้วกว่า 11 ภาษา ขายได้กว่าหนึ่งล้านเล่มทั่วโลก (ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านในบล็อคคุณปิ่นว่าชื่นชอบภาพประกอบของหนังสือเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน)

แล้วก็ยังมีหนังสือภาพอีกกว่ายี่สิบเล่ม – แต่ละภาพละเอียดลออ

อย่างภาพในฉากที่นางเอกยืนอยู่ในสวนสาธารณะ มีภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกนั่งรอที่เก้าอี้ม้าหินอยู่ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วจิมมี่วาดรูปครอบครัวของเค้าลงไป น่ารักมั๊ยล่ะ

ภาพของเค้าในหนังสือแต่ละเล่ม ถูกนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าทั่วไต้หวัน เรียกว่าถ้าคุณไปไต้หวันก็จะเห็นผลงานของเค้าทั่วเมือง จริงๆ แล้วหลายภาพเราก็เคยเห็นในเมืองไทย แต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นงานของเค้า

ไล่ไปตั้งแต่เป็นลายบนบัตรเครดิต บนแผ่นซีดี รถยนต์ กระปุกออมสิน กระดาษโน๊ต กระป๋องเบียร์ช่วงวาเลนไทน์ กระเป๋าสตางค์ ชุดจานชาม ถ้วยกาแฟ และที่พลาดไม่ได้ music box รูปม้าหมุน เห็นแล้วน่าใช้ไปหมด

นอกจากพรุ่งนี้จะไปฟิตเนสแล้ว คงต้องวิ่งไปที่ร้านคิโนะ ว่ามีหนังสือของจิมมี่ เลี่ยวขายไหม๊ รีบซื้อไปแจกผู้ใหญ่หัวใจยังเด็ก ด่วน!

วันนี้ epsie บุกไปถึงหน้าสำนักพิมพ์โอเพ่น

ช่างกล้าซะนี่กระไร

เรื่องมีอยู่ว่าเราไปซื้อแก้วกาแฟ แล้วก็ไปเจอแก้วของ Bodum รุ่น Pavina ที่ทำด้วยแก้วสองชั้น ทำให้แก้วสามารถเก็บความร้อนได้นานขึ้น เก็บความเย็นได้นานขึ้น สามารถใส่น้ำร้อน หรือ น้ำเย็น ลงไปแล้วใช้มือยกแก้วขึ้นมาดื่มได้ โดยที่ไม่ร้อนมือ หรือ ไม่เย็นมือจนไม่สามารถจับได้ (แก้วรุ่นนี้ไม่มีหูจับให้เกะกะ) แล้วก็แก้วใบเดียวนี้ สามารถใส่ของร้อน แล้วก็ของเย็นได้ในแก้วเดียว ใช้ใบเดียวอยู่ ไม่ต้องมีแก้วส่วนตัวหลายใบอีกต่อไป

แก้วรุ่นนี้เป็นแก้วชา หรือ แก้วกาแฟเอสเพรสโซ รุ่นยอดนิยมของ bodum ได้รางวัลด้านการออกแบบ และ การสร้างสรรค์วัสดุ หลายต่อหลายเวที

เค้าขายเป็นคู่ เราจะซื้อใช้เองอยู่แล้ว เราก็เลย คิดถึงพี่ภิญโญขึ้นมาว่าอีกใบให้พี่เค้าก็คงจะดี เพราะอ่านจากหนังสือหรือสัมภาษณ์เค้าหลายครั้ง พบว่าเค้าชอบดื่มชามาก เราเอามาใช้เองทดสอบประสิทธิภาพหนึ่งใบ แล้วอีกใบก็ใส่ห่อ แพ็คไว้อย่างดี ตอนแรกว่าจะส่งไปรณีย์ แต่ก็กลัวแตก ก็เลยตั้งอยู่ที่โต๊ะเรานานเป็นเดือน วันนี้ฤกษ์งามยามดี มีเวลาว่างช่วงบ่ายก็เลยแวะเอาไปให้ด้วยตัวเอง

พี่ที่สำนักพิมพ์เค้าก็งงๆ ว่ายัยนี่มาจากไหน อยู่ๆ ก็โทรไปถามทางไปสำนักพิมพ์ เราก็ได้แต่บอกไปว่าจะเอาของไปฝากไว้ให้พี่โญ ก่อนไปเราแวะซื้อสตอร์เบอร์รี่ใส่ไปอีกถุง เพราะคิดว่าผู้ชายคงไม่ซื้อผลไม้กินเอง

ไปกดออดหน้ารั้วสีฟ้า แล้วก็มีพี่ผู้หญิงที่เราเคยเห็นที่บูธโอเพ่นในงานสัปดาห์หนังสือถีบจักรยานออกมาเปิดประตูรับของด้วยหน้าตางงๆ

“ฝากให้พี่โญค่ะ ในนี้มีสตอร์เบอร์รี่ด้วย ถ้าพี่โญไม่เข้ามา พี่เอาไปกินเลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ จะให้บอกพี่โญว่าจากไหนคะ”

“บอกว่าจากแฟนหนังสือโอเพ่นค่ะ”

ธันวาคม 7, 2006

วันนี้ป่วย

Filed under: my life — epsilon @ 2:57 pm

เช้านี้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเวียนหัวอย่างแรง จริงๆ แล้วรู้สึกตั้งแต่เมื่อคืนก็เลยเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มคิดว่านอนเร็วไว้ก่อน เผื่อเช้ามาจะหาย แต่ปรากฎว่าคิดผิด ไม่หายแหะ

วันนี้ก็เลยได้นอนแอ้งแม๊งอยู่บ้านจนเกือบสิบโมง กว่าจะดีขึ้นจนลุกขึ้นมาหาอะไรใส่ท้อง
กินยาหอมเข้าไปเกือบครึ่งลิตรแล้ว 😦

ช่วงสองสามเดือนมานี่เราไปฟิตเนสสัปดาห์ละครั้ง จากเดิมที่เคยตั้งใจว่าจะไปสองสามครั้งต่อสัปดาห์
ไปครั้งนึงกินเวลาไปสามชั่วโมงกว่า ก็เลยไปได้แค่นี้
ก่อนหน้านี้เราคิดว่าการจ้างเทรนเนอร์เป็นสิ่งฟุ่มเฟือย เปลืองเงิน

แต่หลังจากออกกำลังกายเองไปซักพัก เรารู้แล้วหล่ะว่าต้องใช้บริการมืออาชีพให้เค้าสอนความรู้เรื่องการออกกำลังการให้ เหมือนกับลงเรียนวิชาออกกำลังกายหนึ่งคอร์ส เพราะแต่ละคนมีสรีระที่ไม่เหมือนกัน วิธีการ ท่าทางและอุปกรณ์ที่เหมาะกับแต่ละคนก็เลยไม่เหมือนกัน

อย่างเราตัวเล็กไม่มีเนื้อ การต้องการให้ร่างกายเฟิร์มต้องใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติแต่ออกกำลังกายน้อยครั้ง เช่น ยกเวท ถ้าคนเจ้าเนื้อต้องการลดไขมันอาจจะใช้น้ำหนัก 2 ก.ก. แต่ยกชุดละ 15-20 ครั้ง ส่วนเราให้ใช้น้ำหนัก 3-5 ก.ก. แต่ชุดละ 10-12 ครั้ง

เทรนเนอร์พาเราทดลองออกกำลังกายด้วยเครื่องแมทชีนหลายอย่าง พร้อมกับอธิบายว่าถ้าออกกำลังกายโดยไม่ใช้เครื่อง (Free weight) จะต้องทำอย่างไร เผื่อมาแล้วเครื่องพวกนี้มีคนใช้อยู่จะได้ไม่ต้องรอ แล้วเราก็สามารถออกำลังกายเองที่บ้านได้

เครื่องออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ค่อยเหมาะกับเรา เพราะออกแบบมาสำหรับไซส์ต่างชาติ (อุปกรณ์นำเข้า) เราก็มาตรฐานหญิงไทย เล็กกระทัดรัด เวลาไปลองเครื่องที่เกี่ยวกับไหล่ อก วงสวิงส์ เรามักจะไม่ได้ เป็นที่รู้กันกับเทนเนอร์ ก็ฮาๆ กันไป ว่าไม่เหมาะค่ะพี่ เปลี่ยนเถอะ

จริงๆ แล้วช่วงที่สำคัญที่สุดของการออกกำลังกายคือช่วงวอร์มอัพ ยี่สิบนาทีแรก เราจะต้องพยายามออกกำลังกายต่อเนื่องให้เกินยี่สิบนาที ให้เหงื่อออก ให้ระดับการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วงที่กำหนด อย่างเราเวลาวอร์ม ก็จะไปวิ่งที่ลู่วิ่ง ตั้งเวลา อายุ น้ำหนัก เครื่องคำนวณให้ว่าหัวใจควรจะเต้นที่ประมาณ 158 ครั้งต่อนาที เราก็วิ่งด้วยสปีดตั้งแต่ 5.5 สลับกับ 7.0 จนกวาจะครบเวลา เครื่องก็จะบอกว่าช่วงเวลาทั้งหมดที่หัวใจเราเต้นเกิน 158 ครั้งนานทั้งหมดกี่นาที

จากนั้นก็ไปพบเทรนเนอร์ให้สอนออกำลังกายส่วนต่างๆ อุปกรณ์หนึ่งก็เล่นประมาณ 3-4 ชุด ซึ่งเราเรียกว่า 1 เซ็ตต่อหนึ่งอุปกรณ์ ใช้เวลาประมาณครั้งละหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กลับมาวิ่งที่ลู่วิ่งอีกครั้ง เพื่อ burn พลังงาน ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ส่วนนี้มักจะเดินเร็วๆ มากกว่าเพราะเครื่องจะคำนวณค่าการเต้นของหัวใจเหมือนตอนวอร์ม แต่เป็นโปรแกรมสำหรับ burn ส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ที่ ประมาณ 128

บางทีถ้าเบื่อวิ่งก็เปลี่ยนไปถีบจักยาน หรือใช้อุปกรณ์อื่นๆ ก็ได้ แต่ลองไปลองมาสรุปว่าเราชอบวิ่งมากกว่า

จากนั้นก็อาบน้ำสระผม เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะไปออกกำลังกาย ควรออกกลังกายหลังทานอาหารประมารสองชั่วโมง ถ้าจะออกกำลังกายตอนเช้า ควรทานกล้วยหรือขนมปังกับนมเล็กน้อย ไม่ควรออกกำลังกายทั้งๆ ที่้ท้องว่าง

ไปนอนต่อดีกว่า

….

เรื่องประทับใจจากการใช้เครื่องแมค : เราไรท์ไฟล์ใ่ส่ซีดีโดยการสร้างโฟล์เดอร์รวมไฟล์ที่ต้องการไรท์ไว้บนเดสก์ทอป จากนั้นเราก็มั่วด้วยกาคลิกขวา เจอฟังก์ชั่น Burn Disc แล้วเราก็กดเลย ปรากฎว่าเครื่องแมคburn cd ให้เราโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมใดๆ

จริงๆ แล้วเคยได้ยินมาว่าโปรแกรมที่เหมือน Nero ในพีซี ของแมคคือ Toast แต่เครื่องเราดันไม่มีแฮะ ไม่เป็นไร เพราะเราไม่มีเจ้าเราก็เอาไฟล์ลงซีดีสำเร็จไปแล้ว

ธันวาคม 5, 2006

Him

Filed under: econ school, my life — epsilon @ 1:47 am

วันก่อน Big sister โทรมา
ถามคำถามที่เราฟังแล้วก็หัวเราะปนอึ้ง
“ตกลงคุณเลิกกับเค้าแล้วใช่ไหม๊”

เลิกกัน – เราเคยนึกถึงคำนี้ตอนที่เราพยายามจะ take off my mind แต่ก็ยังคงทำไม่ได้
ตอนนี้ก็ยังคงคิดถึง เป็นห่วง เขียนอีเมล์ไปหาถ้ามีอะไรที่อาจจะกระทบถึง’เค้า’
ถึงจะเลิกกันแล้วแต่ก็ยังเป็นเพื่อน เป็นมิตร เป็นคนที่ประสงค์ดีต่อกันได้ใช่ไหม๊

ตอบ ใช่ และเราจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป…

I cant take my mind off you.

เราผูกพันธ์กับเค้ามาก เราเดินวนเวียนอยู่ที่นี่เกือบสิบปี ตั้งแต่เรียนป.ตรี แวะเข้ามาอ่านหนังสือมุมสงบที่นี่ทั้งๆ ที่เรียนโทที่อื่น แล้วก็เริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างจริงจังที่นี่ จนถึงวันที่เราต้องตัดใจจากมาก

เพราะเรามีเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เรียนจบว่าจะทำงานซักพักเก็บเกี่ยวประสบการณ์แล้วจะไปเรียนต่อ

การที่เจ้านายจะขาดลูกน้องคู่ใจไปซักคน เป็นเรื่องที่ทำใจยาก
แต่เราคนที่เดินจากมา ทำใจยากกว่า

เราเอ่ยคำร่ำลากันหลายรอบ จนหลายคนเริ่มงง ว่าตกลง มันจะอยู่หรือมันจะไป ดูห่วงหน้าพะวงหลังชอบกล

เลยเส้นตายที่เรากำหนดไว้มานานหลายเดืิอน จนสุดท้าย เราต้องตัดใจ ปล่อยวาง อย่างจริงจัง ว่าต้องมีคนที่ทำหน้าที่ที่เราเคยทำได้ และเราไม่ควรห่วง ‘เค้า’ มากกว่าตัวเอง

ในเมื่อ เรามีฝันที่ต้องทำให้สำเร็จ

เลิกกันเถอะ

ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ยังคงเป็นความประทับใจที่ให้ทั้งประสบการณ์และความรู้สึกที่เราไม่มีวันลืม เพราะนอกจากครอบครัวแล้ว

ที่นี่เป็นที่ที่ช่วยหล่อหลอมให้เราเป็น ‘เรา’ อย่างทุกวันนี้
ซึ่งเป็นส่ิ่งที่มีค่าที่สุดและเราจะทะนุถนอมมันไว้เป็นอย่างดี
เราสัญญา

รายการโปรด

Filed under: mac, music, open, web site — epsilon @ 1:46 am

ช่วงนี้เราเข้าเวบ http://www.typhoonbooks.com/ ทุกวัน
เพราะสนุกกับการฟังเพลงประจำวันของเวบพี่คุ่น
เค้าเปลี่ยนเพลงที่หน้าโฮมเกือบทุกวัน

แถมถ้าคลิกไปอ่าน typhooncafe’
http://www.typhoonbooks.com/typhooncafe/sounds.html
นิตยสารออนไลน์ ในส่วนของ sound ก็ยังจะได้ฟังเพลงอีกสองเพลง

ชอบค่ะชอบ อ่านขำ ขำ ได้ความสนุกสนาน ได้ความรู้ แถมยังบรรเทิงใจ

……..

ย้อนกลับมาที่โอเพ่น
ก็ยังอ่านปกติ แต่คอลัมน์ใหม่ที่รอคอยว่าเมื่อไหร่จะขึ้น update สีส้ม
คือ ที่นั่งริมหน้าต่าง กับ รูของผู้บริโภค

ที่นั่งริมหน้าต่าง ไม่ค่อยอัพ ก็เลยดอดไปอ่านบล็อกของเจ้าของคอลัมน์แทน
อ่านไปขำไป ด้วยความที่ไม่เคยคิดว่าเค้ามีอารมณ์ขันได้ถึงเพียงนี้

รูของผู้บริโภค งานเขียนของน้ิวกลมที่อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองพรุนไปด้วยรู ! ของความความไม่มั่นใจ
นานๆ จะเจอคนที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคควรตระหนัก ที่ได้ทั้งสาระแล้วก็เสียงหัวเราะไปพร้อมๆ กัน
He can !

……….

Demien Rice ออกอัลบัมใหม่ ชื่อว่า 9
http://www.warnerbrosrecords.com/damienrice/
เลิศค่ะ

ประทับใจจากอัลบัมก่อนนี้จากเพลง Blower’s daughter
ประกอบหนังเรื่อง Closer
http://www.damienrice.co.uk/music.asp

….. I cant take my mind off you …..

ส่วนที่ประทับใจกว่านั้นก็คือ เค้าไปเที่ยวพม่าแล้วก็ออกซิงเกิล unlpayed piano
http://www.actionburma.com/
เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี
แถมเค้ายังได้ขึ้นไปร้องเพลงนี้กับ Lisa Hannigan
บนเวทีงานเลี้ยงฉลองรางวัลโนเบลเมื่อปี 2005 เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 60 ปีให้กับอองซาน ซูจี

ดูได้จากลิงค์นี้
http://www.youtube.com/watch?v=FehGdho5Hhg
เราว่าเค้าทั้งคู่ร้องสดได้ดีมากๆ ฟังแล้วรู้สึกมีพลัง มีชีวิตชีวา มากกว่าต้นฉบับ

***ความรู้ใหม่
เราเพิ่งรู้ว่าเวลาที่โหลดไฟล์จาก youtube ให้คลิกที่ปุ่ม play เพื่อให้หยุดก่อน
จากนั้นรอให้แถบดำๆ ด้านข้าง ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากดำเป็นสีแดงจนเต็ม
ซึ่งหมายความว่าดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยกด play อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อก่อนเราก็เซ่อซ่า ปล่อยให้มันเล่นไปเลยแล้วเน็ตมันก็ไม่แรงจริง ภาพกับเสียงก็กระตุกเป็นระยะ จนไม่ค่อยหนุกแล้วก็ไม่อยากโหลดคลิปมาดู เพื่อส่งอะไรมาทีก็ต้องรอไปเปิดดูที่มหาลัย เชยซะจริง

เดือนนี้เราฟัง unplayed piano ไปร้อยกว่ารอบได้แล้วมั้ง ^.^

…..

ไม่เข้าใจว่าปุ่มที่ไว้สำหรับทำลิงค์เวบมันหายไปไหน
ปรับฟอนท์ก็ไม่ได้
นี่อิชั้นไปคลิกอะไรพลาดไปอีกล่ะเนี่ย 😦

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.