Epsilon’ s blog

ธันวาคม 8, 2006

Hello world!

Filed under: book, my life, open, people, web site — epsilon @ 8:47 am

ย้ายบ้านมาจาก http://epsie.blogspot.com/

เพราะ wordpress สามารถแบ่งหมวดหมู่ว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรได้
ลองย้ายมาแล้วก็พบว่า theme สวยกว่า มีให้เลือกเยอะกว่า
ที่สำคัญ สามารถ import ข้อความที่เราอัพบล็อคและคอมเมนท์ทั้งหมดมาอยู่ที่นี่ได้ภายในช่วงเวลาตากผ้าหนึ่งตู้เสร็จ ! โอ้วว้าวววว

เรื่องจัดหมวดหมู่ยังทำไม่เสร็จ นัยว่าโพสต์ไว้เฉียดร้อย ขอเวลาค่อยๆ ทำวันละนิดวันละหน่อย

ต้องลองเล่นดูว่ามีอะไรแอดวานซ์กว่าบ้านเก่าบ้าง คงจะสนุกดี


หลังจากโดนข้อหาพักนี้อัพบล็อคบ่อย เอาเป็นว่าเขียนเพิ่มแล้วกัน

วันนี้อ่าน a day มีบทสัมภาษณ์ Jimmy Liao นักเขียน นักทำภาพประกอบ ผู้โด่งดังของไต้หวัน

จริงๆ แล้ว เจ้าตัวเขียนไว้นปกหน้าของหนังสือรวมผลงานเขาว่า จิมมี่ เลี่ยว คือ นักเขีน นักทำภาพประกอบ กวี นักเล่าเรื่อง พ่อและเด็ก

เพิ่งรู้ว่าเค้าเป็นคนเดียวกันกับคนที่เขียนเรื่อง A Chance of Sunshine หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ที่คนไทยรู้จัก และเป็นเจ้าของแอนนิเมชั่น เรื่อง A fish with a smile ที่เคยมีเพื่อนส่งมาให้ทางเมล์นานมากแล้ว แต่เป็นคลิปสั้นๆ ประมาณนาทีกว่าๆ จำได้ว่าชอบมาก แต่ไม่รู้ว่าใครทำ

จิมมี่เคยทำงานโฆษณาสิบสองปี แล้วก็เริ่มเขียนภาพประกอบลงนิตสาร หลังจากเค้าออกจากงานประจำมานั่งเขียนภาพประกอบอย่างเดียวที่บ้านไม่นาน เค้ากลับต้องพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด หรือลูคีเมีย จนต้องอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ไปหาหมอรวมเป็นเวลาถึงห้าเดือน พร้อมๆ กับที่ได้รับข่าวดีว่าภรรยาของเค้าตั้งท้องลูกคนแรกและคนเดียวของเค้า

ช่วงเวลาที่เค้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเค้ากลับมาวาดรูปอีกครั้งและตั้งใจที่จะแต่งหนังสือโดยมีภาพประกอบเพื่อให้ลูกที่จะเกิดมาได้พบกับผลงานของพ่อ เพราะเค้าคิดว่าเค้าจะจากไปเมื่อไหร่ไม่รู้ หมอบอกว่าอาการของเค้ารุนแรงมาก

เรื่องแรกที่เค้าเขียนคือ Secrets in the Woods ลายเส้นออกไปทางหม่นเศร้า ต่อมาคือ A fish that Smile at me ที่ต่อมานำไปสร้างเป็นแอนนิเมชั่น (เข้าไปดูที่ลิงค์ไว้แล้วกันนะ) ได้รางวัลจากเบอร์ลินฟิล์มเฟสติวัล 2005 มา แล้วก็เรื่องที่สาม A Chane of Sunshine ที่โด่งดังแปลไปแล้วกว่า 11 ภาษา ขายได้กว่าหนึ่งล้านเล่มทั่วโลก (ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านในบล็อคคุณปิ่นว่าชื่นชอบภาพประกอบของหนังสือเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน)

แล้วก็ยังมีหนังสือภาพอีกกว่ายี่สิบเล่ม – แต่ละภาพละเอียดลออ

อย่างภาพในฉากที่นางเอกยืนอยู่ในสวนสาธารณะ มีภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกนั่งรอที่เก้าอี้ม้าหินอยู่ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วจิมมี่วาดรูปครอบครัวของเค้าลงไป น่ารักมั๊ยล่ะ

ภาพของเค้าในหนังสือแต่ละเล่ม ถูกนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าทั่วไต้หวัน เรียกว่าถ้าคุณไปไต้หวันก็จะเห็นผลงานของเค้าทั่วเมือง จริงๆ แล้วหลายภาพเราก็เคยเห็นในเมืองไทย แต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นงานของเค้า

ไล่ไปตั้งแต่เป็นลายบนบัตรเครดิต บนแผ่นซีดี รถยนต์ กระปุกออมสิน กระดาษโน๊ต กระป๋องเบียร์ช่วงวาเลนไทน์ กระเป๋าสตางค์ ชุดจานชาม ถ้วยกาแฟ และที่พลาดไม่ได้ music box รูปม้าหมุน เห็นแล้วน่าใช้ไปหมด

นอกจากพรุ่งนี้จะไปฟิตเนสแล้ว คงต้องวิ่งไปที่ร้านคิโนะ ว่ามีหนังสือของจิมมี่ เลี่ยวขายไหม๊ รีบซื้อไปแจกผู้ใหญ่หัวใจยังเด็ก ด่วน!

วันนี้ epsie บุกไปถึงหน้าสำนักพิมพ์โอเพ่น

ช่างกล้าซะนี่กระไร

เรื่องมีอยู่ว่าเราไปซื้อแก้วกาแฟ แล้วก็ไปเจอแก้วของ Bodum รุ่น Pavina ที่ทำด้วยแก้วสองชั้น ทำให้แก้วสามารถเก็บความร้อนได้นานขึ้น เก็บความเย็นได้นานขึ้น สามารถใส่น้ำร้อน หรือ น้ำเย็น ลงไปแล้วใช้มือยกแก้วขึ้นมาดื่มได้ โดยที่ไม่ร้อนมือ หรือ ไม่เย็นมือจนไม่สามารถจับได้ (แก้วรุ่นนี้ไม่มีหูจับให้เกะกะ) แล้วก็แก้วใบเดียวนี้ สามารถใส่ของร้อน แล้วก็ของเย็นได้ในแก้วเดียว ใช้ใบเดียวอยู่ ไม่ต้องมีแก้วส่วนตัวหลายใบอีกต่อไป

แก้วรุ่นนี้เป็นแก้วชา หรือ แก้วกาแฟเอสเพรสโซ รุ่นยอดนิยมของ bodum ได้รางวัลด้านการออกแบบ และ การสร้างสรรค์วัสดุ หลายต่อหลายเวที

เค้าขายเป็นคู่ เราจะซื้อใช้เองอยู่แล้ว เราก็เลย คิดถึงพี่ภิญโญขึ้นมาว่าอีกใบให้พี่เค้าก็คงจะดี เพราะอ่านจากหนังสือหรือสัมภาษณ์เค้าหลายครั้ง พบว่าเค้าชอบดื่มชามาก เราเอามาใช้เองทดสอบประสิทธิภาพหนึ่งใบ แล้วอีกใบก็ใส่ห่อ แพ็คไว้อย่างดี ตอนแรกว่าจะส่งไปรณีย์ แต่ก็กลัวแตก ก็เลยตั้งอยู่ที่โต๊ะเรานานเป็นเดือน วันนี้ฤกษ์งามยามดี มีเวลาว่างช่วงบ่ายก็เลยแวะเอาไปให้ด้วยตัวเอง

พี่ที่สำนักพิมพ์เค้าก็งงๆ ว่ายัยนี่มาจากไหน อยู่ๆ ก็โทรไปถามทางไปสำนักพิมพ์ เราก็ได้แต่บอกไปว่าจะเอาของไปฝากไว้ให้พี่โญ ก่อนไปเราแวะซื้อสตอร์เบอร์รี่ใส่ไปอีกถุง เพราะคิดว่าผู้ชายคงไม่ซื้อผลไม้กินเอง

ไปกดออดหน้ารั้วสีฟ้า แล้วก็มีพี่ผู้หญิงที่เราเคยเห็นที่บูธโอเพ่นในงานสัปดาห์หนังสือถีบจักรยานออกมาเปิดประตูรับของด้วยหน้าตางงๆ

“ฝากให้พี่โญค่ะ ในนี้มีสตอร์เบอร์รี่ด้วย ถ้าพี่โญไม่เข้ามา พี่เอาไปกินเลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ จะให้บอกพี่โญว่าจากไหนคะ”

“บอกว่าจากแฟนหนังสือโอเพ่นค่ะ”

5 ความเห็น »

  1. Hi, this is a comment.
    To delete a comment, just log in, and view the posts’ comments, there you will have the option to edit or delete them.

    ความเห็น โดย Mr WordPress — ธันวาคม 8, 2006 @ 8:47 am

  2. โอ้วววว

    บ้านใหม่น่าอยู่ดีนิ อิอิ

    ความเห็น โดย gelgloog — ธันวาคม 8, 2006 @ 10:17 am

  3. เข้ามาแวบๆ ดู wordpress สอง-สามที ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เนื่องด้วยสงสัยว่าใครต่อใครทำไมใช้ wordpress (เช่น คุณสฤนี, คุณปราบดา และคุณอื่นๆ กว่า 517 คน..รวมคุณ parinya ที่ย้ายมาก่อนหน้านี้ด้วย)

    เมื่อวานเข้ามาถึงหน้า sign in แล้วเชียว

    ขาดแค่อีกหนึ่ง “คลิก” epsie ก็ต้องมาเยี่ยมบ้านใหม่นัทสิมาแทนเสียแล้วล่ะนะ

    ——————————
    ปล. ช่วงนี้ epsie อัพ blog บ่อยเนอะ

    ความเห็น โดย natsima — ธันวาคม 8, 2006 @ 1:55 pm

  4. ว่าจะย้ายบ้านใหม่เหมือนกันแฮะ เพราะไอ้เรื่องโพสรูปนี่แหละ มาสมัครสมาชิกไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ลองทำเลยครับ เสียดายบ้านเก่าเหมือนกัน

    ความเห็น โดย pickmegadance — ธันวาคม 15, 2006 @ 11:19 am

  5. คิดถึงมาก

    ความเห็น โดย joinsungz — ธันวาคม 16, 2006 @ 7:26 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: