Epsilon’ s blog

กันยายน 26, 2007

Consumer Empowerment in the UK

Filed under: around london, my life, recommended — epsilon @ 4:29 am

เมื่อเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา เราไปซื้อ Imedeen (classic) วิตามินบำรุงผิวที่ Boots ที่นี่มีโปรโมชั่นซื้อ 3 จ่าย 2 ( ซื้อมาแล้วหารกับเพื่อนอีก 2 คน แบ่งๆ กันสวย ^.^ ) ทำให้จากที่รู้สึกว่าวิตามินราคาแพง คำนวณออกมาแล้วไม่แพงอย่างที่คิด

ถ้าซื้อใน UK ข้างในจะมีใบคูปองให้ กล่องละ 3 คะแนน รวมสองกล่องได้ 6 คะแนนจะสามารถแลก imedeen ได้ 60 เม็ดฟรี คำนวณออกมาแล้วคือถ้าซื้อในราคาโปรโมชั่นนี้ ทั้งซื้อ 3 จ่าย 2 และแลกได้อีก 60 เม็ด จะเท่ากับมีต้นทุนในการกินวิตามินนี้ 35 บาทต่อวัน

แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนเราแกะกล่องที่สองออกมาเพื่อที่จะเอาคูปองส่งไปแลกของ เราแทบจะกรี๊ดออกมา ไม่อยากจะเชื่อเลย ในกล่องมีวิตามินแค่ 60 เม็ดแทนที่จะเป็น 180 เม็ด !

ทำไมเรื่องนี้ถึงต้องเกินขึ้นกับเราด้วยเนี่ย ว่าแล้ว วันต่อมาเราก็ไปทีี่ Boots ไปแจ้งว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเรา เราจะขอสินค้ากล่องใหม่ได้ที่นี่หรือเปล่า ทาง Boots ก็บอกว่าเค้าไม่เกี่ยว เค้าแค่จำหน่ายให้ อย่างที่เราเจอมันเป็นปัญหาจากโรงงานที่แพคใส่กล่อง ต้องโทรไปที่บริษัทวิตามินเอง เราก็เลยจัดการโทรไปที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์แล้วก็เล่าให้เค้าฟัง พนักงานบอกว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ (ใช่ เราก็บอกสำหรับเรา มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อกว่า เพราะวิตามินราคาค่อนข้างแพง แล้วเราดันได้รับไม่ครบตามจำนวน) เอาเป็นว่าเค้าบอกให้ส่งกล่องวิตามินพร้อมใบเสร็จไปให้เค้า เค้าขอเช็คจาก bar code ว่าเกิดจากการผลิตช่วงไหน แล้วเค้าจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับเรา

เราก็เลยเขียนจดหมาย เล่ารายละเอียดและขอให้เค้ส่งกล่องใหม่ที่มี 180 เม็ดครบถ้วนมาให้เราใหม่ พร้อมทั้งส่งกล่องวิตามินและใบเสร็จไปให้

ดีใจจัง เมื่อวานบริษัทส่ง วิตามินมาให้ 180 เม็ด พร้อมกับจดหมายขอโทษจากบริษัทอย่างเป็นทางการ

p1000713.jpg

ตั้งแต่เหยียบเกาะอังกฤษ เราเก็บใบเสร็จทุกใบเรียงตามลำดับวันที่ พร้อมทั้งทำบัญชีรายรับรายจ่าย
มีประโยชน์มากๆ ในการกลับมาเช็คราคาของที่ซื้อแล้ว เปรียบเทียบเวลาที่จะซื้อชิ้นต่อไป หรือไปเจอของที่เราใช้ แล้วร้านอื่นมีโปรโมชั่น จะได้รู้ว่าของที่กำลังจะซื้อเค้าตั้งราคาไว้แพงกว่าที่เราเคยจ่ายไปหรือเปล่า

และในกรณีนี้ ใบเสร็จที่มีอายุกว่าหนึ่งเดือนที่เราเก็บไว้ ก็มีประโยชน์ขึ้นมาทันตา เพราะถ้าเราทิ้งไป เราก็คงจะไม่คิดเรื่องเขียนจดหมายไปที่บริษัท

เย้ เย้ ดีใจที่ใช้สิทธิผู้บริโภคเพื่อปกป้องประโยชน์ของตัวเองได้สำเร็จ

พัสดุจากเมืองไทย

Filed under: book, my life, people — epsilon @ 4:03 am

เมื่อวานตื่นขึ้นมาก็เจอกล่องพัสดุจากเมืองไทยวางอยู่

กรี๊ด!!!

พัสดุจากที่บ้าน ส่งของที่เราอยากได้มาให้
p1000712.jpg

หนังสือ นวนิยายมีมือของพี่เอ๋ นิ้วกลม
แว่นตาสองคู่
คอนแทคเลนส์
และแผ่นดีวีดีคาราโอเกะ 6 แผ่น

วิ๊ปปี้ มีแผ่นคาราโอเกะไว้จัดปาร์ตี้แล้ววววว
เพราะปาร์ตี้ล่าสุด วันศุกร์ที่ผ่านมา เราใช้วิธีหาเพลงจาก youtube แล้วก็ร้องตามเอ็มวีที่เป็นคาราโอเกะกัน

ปาร์ตี้ครั้งหน้าจะจัดเมื่อไหร่ดีนะ

กันยายน 21, 2007

อยากตอบ – ปัญหาปวดหัว เวียนหัว

Filed under: my life, people, recommended, tips — epsilon @ 5:18 am

จากที่คุณ noppatee_liv ไปโพสต์ถามไว้ใน about epsilon เรื่องปัญหาปวดหัว เวียนหัว ของพี่สาวที่เป็นเหมือนเรา ก็เลยเกิดอาการอยากตอบในบล็อคขึ้นมา เพราะ add msn ไปแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าคุณ noppatee_liv เล่น msn หรือเปล่า และคิดว่าถ้าตอบในบล็อคอาจจะมีคน search เข้ามาอ่านจะได้ไม่ต้องตอบหลายรอบ

ปัญหาปวดหัว เวียนหัวประมาณบ้านหมุน ตื่นแล้วลุกไม่ได้ หรือลุกขึ้นมาแล้วรู้สึกเวียนหัวอยากอาเจียน รวมไปถึงปวดท้องเพราะเครียดลงเส้นท้อง (ไม่ใช่เครียดแล้วปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพราะนะคะ) สาเหตุหลักเกิดจากความเครียด และคนที่เครียดคนนั้นมีพื้นฐานร่างกายที่ไม่แข็งแรงค่ะ

เมื่อก่อนเราเคยเครียดจนปวดท้องเป็นโรคกระเพราะ จนต้องพกยาเคลือบกระเพราะ(อะลัมมิลค์)ตลอดเวลา แต่พอผ่านสถานการณ์ที่ทำให้เราเครียดมาได้ ทานยาต่อไปซักพักและควบคุมเรื่องอาหารไม่ทานรสจัดก็หายค่ะ

เรารักษาหลายอย่างมาก เริ่มจากทานไทลินอลครั้งละสองเม็ด ทานเป็นขนมเลย (ตัวอย่างที่ไม่ดี ห้ามเอาเยี่ยงอย่าง) แค่รู้สึกปวดหัวนิดนึงก็หยิบเข้าปากแล้ว และบางครั้งที่เราอยากนอน แต่ยังไม่ได้เวลานอนหรือกลัวว่าตัวเองจะนอนหลับไม่สนิทเราก็จะกินยานี้เข้าไป
***ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

จนร่างกายมาถึงจุดที่ทนไม่ไหวเลยต้องไปโรงพยาบาลอย่างที่เคยเขียนในบล็อคนี้ไปแล้ว
แต่เราอยากจะเล่าวิธีรักษาหลังจากออกจากโรงพยาบาลนะคะว่าเราทำอะไรบ้าง
[หมายเหตุ เราไปหาหมอที่รพ.พญาไท 2 ค่ะ แผนกอายุรกรรม จำชื่อคุณหมอไม่ได้ เพราะไม่ได้เอาบัตรติดตัวมาด้วย เป็นหมอผู้ใหญ่ที่เราขอให้เจ้าหน้าที่ระบุหมอที่เก่งที่สุดให้ตอนที่ไปหาครั้งแรก แต่ถ้าไปรพ.กรุงเทพ แนะนำให้ไปหาคุณหมอดามพันธ์ค่ะ ]

1.ไม่เครียด
พยายามไม่เครียด ปล่อยวาง เรื่องอะไรที่ทำให้ยุ่งยากใจ ลำบากใจ หรือทำให้ชีวิตตัวเองลำบากก็ตัดออก

2.แผ่นเจลมหัศจรรย์
ไปซื้อแผ่นเจลสีฟ้าๆ (ซื้อได้ที่วัตสัน หรือบูทส์) ที่แปะบรรเทาอาการปวดหัว มาใช้
ซื้อมาแล้วให้เอาไปแช่ตู้เย็นนะคะ เอามาแปะบริเวณหน้าผาก ขมับและท้ายทอย เวลาที่รู้สึกเวียนหัว

3.ออกกำลังกาย
เราไปสมัครสมาชิกฟิตเนส แล้วก็เข้าคอร์สให้เทรนเนอร์สอนเรื่องวิธีการออกกำลังกายให้ (เคยเขียนไปแล้วในบล็อคนี้) ออกกำลังกายแล้วร่างการแข็งแรงขึ้น เลือดวิ่งไปสูบฉีดทั่วร่างกายและสมองมากขึ้น

4.ทานยาหอมและยาบำรุง
มีผู้ใหญ่แนะนำให้ทานยาสมุนไพรของหมอเส็ง ยาบำรุงร่างกาย(ฉลากสีเหลือง) และยาหอมน้ำ เราก็เลยสมัครเป็นสมาชิกเพราะจะซื้อได้ราคาถูก (อยู่ถ.วิภาวดีรังสิต แถวๆ การบินไทย-ลองค้นในเน็ตดูนะคะ เข้าใจว่าหาซื้อได้หลายที่แต่บ้านเราอยู่ใกล้ที่นี่ค่ะ ) ทานแล้วเรารู้สึกว่าเราดีขึ้นนะคะ ทานยาบำรุงร่างกายตอนกลางคืนก่อนนอน (เราซื้อขวดใหญ่แบบเข้มข้น ทาน และทานยาหอมน้ำตอนเช้าที่ตื่นขี้นมาเช้าละครึ่งขวด

ทานอยู่ประมาณหนึ่งเดือนก็ดีขี้น หลังๆ เหลือแค่ยาบำรุงร่างกายก่อนนอน และยาหอมเวลาที่เวียนหัว ปวดหัว  

5.ไปนวดจับเส้นแผนโบราณ
เคยเขียนใน blog – tag ไปครั้งหนึ่งแล้วเรื่องคุณตาที่เป็นหมอนวดรักษาที่อยู่เพชรบุรี และเคยสัญญากับ wirot (ไปโพสต์ไว้ที่ about epsilon เหมือนกัน) ว่าจะบอกทางไปหาคุณตาให้

*** ต้องขอโทษคุณ wirot ไว้ ณ ที่นี้ด้วยที่ไม่ได้เขียนบอกทางให้***

เนื่องจากผู้ใหญ่ที่พาเราไปขอร้องให้เราไม่โพสต์บนบล็อค เป็นเพราะนื่องจากเกรงใจคุณตา คุณตาอายุ 93 ปีแล้วค่ะ ไม่อยากให้คนแห่กันไปรบกวน เพราะคนที่ไปหาคุณตาส่วนใหญ่จะเป็นการบอกปากต่อปากของคนที่ไปรักษาแล้วหาย

เราเป็นคนนึงที่ไปหาคุณตาประมาณหกครั้ง จนดีขึ้นมาก ถ้ายังอยู่เมืองไทยเราคงจะไปหาคุณตาเดือนละครั้ง แต่ตอนนี้ได้แต่หวังว่าถ้ามีโอกาสกลับเมืองไทยปีหน้าจะได้ไปกราบคุณตา เพราะล่าสุด คุณตาถามถึงเรา กับผู้ใหญ่ที่พาเราไปว่าเด็กที่เอาข้าวสารไปให้คุณตาหายไปไหนไม่มาหลายเดือน ( ไปลาคุณตาก่อนมาที่นี่แล้ว แต่ว่าคุณตาคงจะลืม)

สรุปว่าขอสงวนสิทธิ์ไม่บอกว่าจะไปหาคุณตาได้ยังไงนะคะ

นอกจากเราจะนวดกับคุณตาแล้ว ระหว่างสัปดาห์ เรายังนวดจับเส้นโดยหมอนวดแผนโบราณด้วยค่ะ สัปดาห์ละประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อคลายเส้นรักษาเส้นที่ท้องจากที่เครียดจนตึงนวดจนหย่อนลง แต่ถ้าช่วงไหนเครียดเส้นก็จะตึงขึ้นมาอีก แล้วก็เน้นนวดเส้นที่เกี่ยวกับคอ ศีรษะ (เลือดที่จะไปเลี้ยงสมอง) รวมถึงรักษาอาการปวดไหล่ ปวดหลังเพราะนั่งใชัคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

เครียดมากๆ นอกจากลงเส้นท้องแล้วยังมาที่เส้นกลางหลังด้วยนะคะ เส้นจะตึงจากต้นคอ ไหล่ ไล่ลงมาที่เส้นข้างๆกระดูกสันหลังค่ะ (ตามศัพท์เค้าว่า เส้นจม หมอนวดจะจับแล้วบอกว่าเส้นจมจากไหนถึงไหนแล้ว)

แนะนำให้หานวดนะคะ เลือกที่ใกล้บ้านและเป็นนวดจับเส้นแบบรักษาโรค ราคาส่วนใหญ่จะชั่วโมงละประมาณ 200 บาทครั้งละ 1-2 ชั่วโมงค่ะ เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนวดคือตอนเช้าหลังจากตื่นนอนค่ะ ถ้าจะนวดระหว่างวันหรือเย็น ควรนวดหลังทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมงนะคะ

***สำคัญทีสุดคือความเครียดค่ะ ถ้าไม่เครียดและมีร่างกายที่แข็งแรง ก็จะไม่เป็นค่ะ ***

…….

โพสต์เมล์ไว้ที่ about epsilon แล้วนะคะ
ถ้าอยากให้ช่วยอะไร เมล์มาหรือโพสต์ไว้ที่บล็อคได้ค่ะ จะช่วยตอบให้

…….

joinsungz เราโพสต์ที่อยู่ไว้ที่ about epsilon แล้วนะ
อย่าลืมส่งที่อยู่ของตัวเองมาล่ะ เราจะได้ส่งโปสการ์ดไปให้
ยินดีด้วยกับห้องใหม่ ถ้ากลับไปจะขอไปค้างด้วยนะ

กันยายน 16, 2007

อังกฤษไม่เหมือนเมืองไทย

Filed under: around london, my life — epsilon @ 2:56 am

ไปส่งจดหมายที่ไปรษณีย์

ที่นี่ไม่มีกาว ฟองน้ำชุ่มน้ำ และปากกาไว้บริการเหมือนเมืองไทย
ซื้อกล่องพัสดุก็มีให้แต่กล่อง ไม่มีกระดาษกาวกับเชือกมัดให้
ถ้าไปตัวเปล่าก็ต้องลงทุนซื้อกระดาษกาวเพิ่ม (โดนมาแล้ว)

คำแนะนำ

ควรซื้อซองจดหมายมาจากเมืองไทย
ซองขนาดซองจดหมายราชการ, ซองที่มี bubble กันกระแทกข้างใน
(ถูกกว่ามากๆ )
กระดาษเขียนจดหมายน่ารักๆ ด้วย เราไปเดินหาหลายที่แล้วยังไม่เจอที่ถูกใจเลย
หรือซื้อซองที่ร้านขายเครื่องเขียนแบบยกห่อไว้ใช้ครั้งต่อๆ ไปด้วย
ถ้าซื้อที่ไปรษณีย์ราคาจะแพงกว่าเยอะเลย

ไปไปรษณีย์ ควรพก ปากกา กาว และกระดาษกาวไปด้วย

…..

ส่ง sms ไปหาเพื่อน

ส่งข้อความไป ไม่รู้ว่าเพื่อนได้รับหรือเปล่า ยกเว้นเพิื่น reply กลับมา
ไม่เหมือนเมืองไทย ที่จะมี sms รายงานผลการส่ง ว่าเพื่อนเปิดอ่าน sms ตอนเวลากี่โมง

……

เวลาปิดมือถือ

ปิดมือถือแล้วมีเพื่อนโทรมา ก็จะไม่รู้เลย นอกจากเพื่อนฝากข้อความไว้
ไม่เหมือนเมืองไทย ถ้าเปิดเครื่องมาจะขึ้นให้เลยว่ามีใครโทรมาหาเราตอนกี่โมงระหว่างที่เราปิดเครื่อง

…..

มาอยู่ที่นี่ถึงได้รู้ว่า ทั้งบริการของไปรษณีไทยย์และการให้บริการของมือถือสารพัดค่ายในเมืองไทย ดีกว่า อังกฤษ

กันยายน 4, 2007

เดี้ยง

Filed under: around london, my life — epsilon @ 6:25 pm

เนื่องจากพนักงานรถใต้ดินประท้วงหยุดงานตั้งแต่เมื่อวานบ่ายจนถึงวันพฤหัสนี้ ใครๆ ก็เลยต้องขึ้นรถเมล์ไปทำงานกัน วันนี้เราเลยต้องยืนเบียดๆ บนรถเมล์ไปเรียน (เป็นครั้งแรกที่ขึ้นรถเมล์ในลอนดอนแล้วไม่ได้นั่ง) แล้วก็ดันอยากจะจามสามทีในพื้นที่แคบๆ ด้วยความเกรงใจ กลัวว่าจะไปโดนคนอื่น ข้าพเจ้าเลยย่อตัวก้มหน้านิดนึง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เราก็เจ็บที่ไหล่ซ้ายมากๆ โอ๊ย!

นั่งเรียนด้วยความทรมานแบบว่าขยับตัวไม่ได้เลย นั่งเฉยๆ ก็ยังปวด แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่กล้ามเนื้อหรือว่าเส้นพลิก เจ็บมากบริเวณบ่าซ้ายไปถึงต้นคอ กลับมาบ้านเอาครีมนีโอติการ์บาล์มทา แล้วก็เอาแผ่นแปะแก้ปวดหลังแปะไว้ ว่ากันว่าเป็นแบบนี้ต้องรอเป็นอาทิตย์ถึงจะหาย โอ๊ย ทำไมต้องเกิดกับเราด้วยเนี่ย

เมื่อปีที่แล้วก็เส้นตึงไปคร้ั้งนึง เอี้ยวคอไม่ได้เลย เป็นที่คอซ้ายนี่แหละ ไปหาหมอ แล้วหมอให้ใส่เฝือกคออยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ แถมตอนนั้นมีเพื่อนมาจากอเมริกานัดกินข้าวที่สยามกัน ข้าพเจ้าก็ไปทั้งเฝือกเลย แล้วก็ได้ถอดออกทันไปเป็นพิธีกรงานแต่งงานรุ่นพี่ที่ทำงานพอดี

จากนั้นเราก็โดนสั่งให้ออกกำลังกายซะบ้าง เส้นจะได้มีความยืดหยุ่น จากนั้นเราก็กลับเข้าสู่่วงการนวดแผนโบราณจับเส้นรักษาอาการเจ็บป่วยอีกครั้ง จนหายปวดท้อง(เครียดลงท้อง) ปวดหัว กว่าจะรักษาหายใช้เวลาหลายเดือนอยู่

วันนี้ไปหาหมอ หมอบอกว่าการที่เราก้มตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ก็เลยเกิืดอาการเจ็บแบบนี้ คุณหมอจ่ายยา Diclofenac Soduim Enteric (ยาคลายกล้ามเนื้อ) มาให้ 28 เม็ด ให้กินหลังอาหารครั้งละ 1 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น และหลังจากกินยา 1 ชั่วโมง ให้บริหารคอด้วยการก้มเงย และหันซ้ายขวาประมาณห้านาที ต้องใช้เวลาประมาณห้าวันถึงจะหายเป็นปกติ

คงต้องหยุดซ่าเป็นอาทิตย์ กรรมจริงๆ เลยเรา

บลอกที่ WordPress.com .