Epsilon’ s blog

กุมภาพันธ์ 22, 2008

รักแห่งสยาม / the love of Siam ~~ พลังแห่งรักหลากมิติ

Filed under: movie, my life, recommended — epsilon @ 3:41 am

เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว

เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด มองไปรอบกาย หัวใจก็พลันหวาดกลัว

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันที่ฉายในวันต่อไป เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทางเมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป

ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์

วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์

เนื้อเพลง : คืนอันเป็ํนนิรันดร์ (คลิกที่นี่เพื่อฟังเพลงค่ะ)

ขับร้อง : เพชร ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์

เพลงประกอบภาพยนตร์ : รักแห่งสยาม

 

 

เราเพิ่งผ่านคืนอันเป็นนิรันดร์ คืนที่เราคิดทบทวนเรื่องหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง’เค้า’

ใช่  ‘เค้า’  คนเดียวกับที่เราเขียนถึงใน entry ก่อนหน้านี้ (ขอโทษ มิตรรักแฟนบล็อคที่เข้ามาอีกครั้งแล้วหาไม่เจอ  – เราเซ็ตให้เป็น private ไปแล้ว ขออนุญาตอ่านซ้ำคนเดียวนะคะ 😛 )

 

….

เราควรจะบังคับหัวใจตัวเองให้เข้มแข็งกว่านี้  

รู้จักอดทนกับการเก็บความรู้สึกคิดถึงไว้กับหัวใจตัวเอง 

รู้จักอดทนกับการไม่บอกว่ารักทุกครั้งที่อยากบอกว่ารัก 

รู้จักอดทนเก็บซ่อนความรู้สีกที่เกิดขึ้นไว้แค่ในหัวใจของเราเอง

(เพราะมันอาจจะทำให้เค้าคุ้นชิน รอคอย และหวั่นไหวได้)  

บางครั้งเราควรจะเลือก ‘ทางที่คิดว่าดีที่สุด’  สำหรับ  ‘คนอื่นๆ’ บ้าง

ไม่ใช่เลือกเฉพาะทางที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเองเท่านั้น 

.

.โต้ง : เราคงคบกับมิวเป็นแฟนไม่ได้  แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ

มิว : ขอบคุณนะ

.

เราเองก็คงจะเป็นคนรักของเค้าไม่ได้  

และเช่นกัน  ไม่ได้หมายความว่่าเราไม่ได้รักเค้า

การที่เราตั้งใจจะไม่แสดงออกถึงความรู้สึกอ่อนไหวใดๆ

ไม่ได้หมายความว่า เราไม่รู้สึก  

เพียงแต่เรามุ่งมั่นที่จะร้อยโยงความรู้สึกไว้กับเหตุผล

และให้น้ำหนักกับเหตุผลมากกว่า

ก็เท่านั้นเอง…  

.

 

 ปีนี้เราฉลองวาเลนไทน์หมู่ด้วยการดูหนังรักแห่งปี 2007  รักแห่งสยาม

 

เคยมีใครซักคนที่ร้องไห้เพราะดูหนังรักแล้วโทรหาคุณด้วยความคิดถึงไหม๊

หนังรักที่ทำให้้คนรักที่อยู่ห่างไกลกันร้องไห้ไม่หยุดตอนที่ดูหนังจบ และโทรข้ามทวีึปมาย้ำว่าต้องดูหนังเรื่องนี้ให้ได้

หนังรักที่ทำให้ความรู้สึกและสมองทำงานไปพร้อมๆ กัน ว่าความรักหลากมิติที่เราทุกคนเผชิญอยู่เป็นความรักที่มีคุณค่าและควรทะนุถนอมจริงๆ

หนังรักที่ทำให้เรารู้สึกเข้มแข็งหลังจากดูหนังจบ แต่หลังจากนั่งฟังเพลงประกอบหนังอีกหลายรอบ กลับรู้สึกว่าหัวใจเปราะบางของเราแตกสลายไปกับความรักที่มากเกินไป (ให้ตายเถอะ เราร้องไห้แบบหยุดไม่อยู่เกือบสองชั่วโมง)  และเมื่อฟังเพลงประกอบหนังไปอีกหลายรอบ  เรากลับรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเข้มแข็งขึ้นมาอีกครั้ง 

หนังรักที่ทำให้เราโทรไปหาน้องที่เมืองไทย  ฝากซื้อหนังเรื่องนี้เป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้ป๊าม้าดูให้ได้นะ –  ความรักของพ่อแม่เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

ขอบคุณทุกๆ ความรักที่มีให้กันเสมอมา 

 

หมายเหตุ   2 บทความที่เราอ่านหลังจากดูหนังจบ และ เพลงประกอบหนังค่ะ

1. รักแห่งสยาม:ตราบใดมีรักย่อมมีหวัง คอลัมน์ ดูหนังอย่างคนป่วย โดย คุณวิวัฒน์  เลิศวัฒน์วงศา

2. รักแห่งสยาม : The Power of Love โดย คุณ Merveillesxx

3. Ost. the love of siam playlist  

 

Advertisements

ตุลาคม 13, 2007

รักเค้า บอกเค้าไปหรือยัง

Filed under: movie, music, my life — epsilon @ 8:32 pm

เมื่อวานเรานั่งดูหนัง Nada Sou Sou (Tears for you) รักแรก รักเดียว รักเธอ

ดูจบเราก็ถามเพื่อนสาวสุดที่รักขึ้นมาลอยๆ ว่า

“รักเค้า บอกเค้าไปหรือยัง”

ตัวหนังเตือนให้เราบอกกับตัวเองว่า
ควรจะแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเองให้คนรอบข้างได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไง

รู้สึกดีกับเค้าแค่ไหน
คิดถึงเค้าแค่ไหน
เป็นห่วงแค่ไหน
รักแค่ไหน

เวลาที่เราได้รับการแสดงออกจากผู้คนรอบข้างอย่างตรงไปตรงมา เราเองก็รู้สึกดีมากมาย รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับความรู้สึกเหล่านี้ แล้วเวลาที่เรารู้สึกดีๆ กับคนรอบตัว เราจะเก็บไว้รอบอกเฉพาะวันสำคัญ มันคงไม่พอ

วันนี้เราโทรกลับบ้าน สารภาพกับป๊าม้าว่าเราเริ่มมีอาการ home sick เล็กๆ บอกว่าเราคิดถึงบ้าน คิดถึงทุกๆคน บอกให้ดูแลสุขภาพกันและกัน คุยเรื่องสัพเพเหระหลายเรื่อง แล้วเราจะโทรไปหาอีก (รีบวางสายเพราะกลัวตัวเองร้องไห้)

วันนี้โทรไปบอกคนป่วยที่นอนตื่นบ่ายว่า ให้ดูแลตัวเองและพักผ่อนเยอะๆหน่อย รู้ใช่ไหม๊ว่า ‘เป็นห่วง’

วันนี้โทรหาใครหลายคนที่เมืองไทย ทั้งได้คุยจริงและฝากข้อความ บอกออกไปว่า “คิดถึงอ่ะ”

พอลองค้นอินเตอร์เน็ตเพื่อจะเขียนโพสต์นี้
เราพบว่าเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องต่อมาขอผู้กำกับ Be with you
1-1.jpg
หนังรักที่พวกเรานั่งดูกันสามรอบเมื่อสองอาทิตย์ก่อน (ประทับใจจริงๆ)

Nada Sou Sou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ

Nada Sou Sou

ทีมงานผู้สร้าง ผู้อำนวยการสร้าง : Kazuya Hamana
ผู้อำนวยการสร้าง : Jun’ichi Shindo
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Nobuhiro Doi
บทภาพยนตร์ : Noriko Yoshida
website ภาพยนตร์ : Nada Sou Sou Official Website

ร่วมเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวความรักอันบริสุทธิ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านที่ไพเราะที่สุดของญี่ปุ่น

นาดา โซวโซว Nada Sou Sou เป็นภาษาพื้นเมืองของโอกินาว่า แปลว่า “น้ำตาไหลริน” เพลง “นาดา โซวโซว” นี้แต่งโดย Begin เขียนเนื้อร้องโดย เรียวโกะ โมริยาม่า (เนื้อเพลงพูดถึงความทรงจำของเธอที่มีต่อพี่ชายที่เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้ว) ออกวางแผงในปี 1998 และได้รับการเรียบเรียงใหม่ในปี 2001 โดยนักร้องสาว ริมิ นัทสึกาว่า ปัจจุบันเพลง นาดา โซวโซว มียอดขายกว่าล้านแผ่นและกลายเป็นเพลงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่น

Nada Sou Sou เพลงรักยอดขายล้านแผ่น
แรงบันดาลใจหนังรักสุดจี๊ดเรื่องใหม่ของผู้กำกับ Be with You

โนบุฮิโระ โดอิ ผู้กำกับ Be with You ยอมรับอย่างไม่อ้อมค้อมว่า ภาพยนตร์รักเรียกน้ำตาเรื่องล่าสุดของเขาที่ชื่อ Nada Sou Sou หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือ Tears for You นั้น แท้จริงแล้วได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงรักยอดนิยมตลอดกาลของญี่ปุ่นที่ชื่อ Nada Sou Sou เหมือนกันนั่นเอง

เพลง Nada Sou Sou มี เรียวโกะ โมริยามะ เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง และวงโฟล์คป๊อบจากโอกินาวะชื่อ Begin รับผิดชอบภาคดนตรี ชื่อเพลง Nada Sou Sou ในภาษาท้องถิ่นของโอกินาวะ มีความหมายว่า “น้ำตาที่ไม่อาจหยุดไหล” ซึ่งก็เข้ากับเนื้อหาของเพลงที่ว่ากันว่า โมริยามะแต่งขึ้นเพื่อรำลึกถึงพี่ชายซึ่งจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเธอ

คนญี่ปุ่นมีโอกาสได้ฟังเพลง Nada Sou Sou ครั้งแรกในปี 1998 และด้วยเนื้อหาที่ซาบซึ้งบวกกับท่วงทำนองที่เข้ากันได้อย่างพอเหมาะ ทำให้เพลง Nada Sou Sou ได้รับความนิยมจากผู้ฟังอย่างล้นหลาม จนกระทั่งอีก 3 ปีต่อมา ริมิ นัตสุกาวะ นักร้องชื่อดังของญี่ปุ่น ก็นำเพลงนี้มาร้องใหม่ ทำให้ท้ายที่สุดเพลง Nada Sou Sou มียอดขายรวมแล้วร่วมล้านแผ่น

นอกจากนี้ คราวที่ NHK จัดให้มีการโหวตร้อยเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรอบ 60 ปีเมื่อปี 2005 เพลง Nada Sou Sou ฉบับที่ริมิ นัตสุกาวะเป็นผู้ร้อง ก็มีชื่อติดอันดับกับเขาด้วย เมื่อเพลง Nada Sou Sou กลายมาเป็น Nada SouSou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ ฉบับภาพยนตร์ โนบุฮิโระ โดอิ ผู้กำกับ ก็ใช้สอยมันอย่างคุ้มค่า ภาพยนตร์ Nada SouSou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ นอกจากจะเรียกใจและน้ำตาจากผู้ชมได้มากโขในฐานะเป็นหนังรักที่น่าประทับใจเหลือเกินแล้ว มันยังได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวก อีกทั้งยังกลายเป็นหนังฮิตที่สุดเรื่องหนึ่งประจำปี 2006 เป็นหนังญี่ปุ่นที่ทำเงินสูงสุดภายในประเทศติดกัน 4 สัปดาห์ซ้อน

นำแสดงโดยสองนักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่งของญี่ปุ่น

ซาโตชิ ทสึมาบุกิ และ มาซามิ นางาซาว่า แม้จะอายุน้อย แต่นักแสดงนำทั้งคู่ต่างเป็นนักแสดงคุณภาพของญี่ปุ่น ซาโตชิ ทสึมาบุกิ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Water Boys (2001) และได้เข้าชิงอีกครั้งในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก Spring Snow (2005) ส่วน มาซามิ นางาซาว่า ก็คว้าตุ๊กตาทองสาขาหน้าใหม่ฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Robot Contest (2004) และสาขานำหญิงยอดเยี่ยมจาก Crying Out for Love in the Center of the World (2005)

การกลับมาของผู้กำกับ Be With You

โนบุฮิโร่ โดอิ เกิดวันที่ 11 กันยายน 1964 ที่เมืองฮิโรชิม่า และไต่เต้าจากการเป็นผู้กำกับซีรี่ย์ทางโทรทัศน์เรื่อง Good Luck! (2003) และ Orange Days (2004) มากำกับภาพยนตร์เรื่องแรกใน Be With You (2005) ที่ซาบซึ้งจับใจผู้ชมจนกวาดรายได้ไปกว่า 48 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ Nada Sousou หรือ Tears for You คือภาพยนตร์เรื่องที่สองที่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านการถ่ายทอดแก่นเรื่องเกี่ยวกับความรักต้องห้ามที่มาพร้อมกับความรู้สึกและบรรยากาศอันบริสุทธิ์สดใส โดยเขาสั่งสมความสามารถนี้จากการกำกับทีวีซีรี่ย์ญี่ปุ่นกว่า 10 เรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับความรักรวมถึงซีรี่ย์ร่วมทุนเกาหลี-ญี่ปุ่น เรื่อง Friends ที่นำแสดงโดย วอนบิน และ เคียวโกะ ฟุกาดะ ที่เคยฉายในเมืองไทยและเป็นที่ฮือฮาเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนด้วย

ภาพยนตร์ Nada Sou Sou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ เปิดตัวอันดับ 1 ในญี่ปุ่นด้วยรายได้กว่า 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และติดอันดับ 1 ใน 5 หนังทำเงินสูงสุดอยู่นานถึง 4 สัปดาห์


ขอไม่โพสต์เนื้อเรื่องย่อ เพราะอยากให้ดูและลุ้นจากหนังกันเอง

แต่ถ้าใครอดใจไม่ไหว หาอ่านได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ

ที่มา:http://www.mono2u.com/review/content/nada_sou_sou/

ฟังเพลง Nada Sou Sou ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนต์เรื่องนี้ที่นี่เลยค่ะ

มกราคม 29, 2007

สมเด็จพระนเรศวร และ Final Score

Filed under: movie, music, people, recommended — epsilon @ 9:19 pm

เพิ่งกลับจากดูหนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคที่ 1 เชื่อไหม๊ว่าเราเสียน้ำตาตั้งสามครั้ง T T ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย
.
ฉากอลังการ ภาพสวย เครื่องแต่งกายปราณีต บทหนังคมคาย นักแสดงฝีมือเยี่ยม โดยเฉพาะนักแสดงเด็กทั้งสามคน ดูแล้วรู้เลยว่ากว่าจะสร้างเป็นหนังได้ต้องค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์มากอย่างที่ท่านมุ้ยให้ัสัมภาษณ์ว่าใช้เวลากว่า 4 ปี
.
นักแสดงเด็กที่แสดงเป็นพระนเรศวร บุคคลิกดีมาก ได้ข่าวว่าไปคัดมาจากโรงเรียนวชิราวุธ อืมมม
.
น้องที่เล่นเป็นมณีจันทร์สร้างบรรยาาศให้เรื่องนี้มีความสดใสขึ้นมาก จะพูดจะทำอะไรก็น่ารักไปหมด
.
ส่วนน้องอีกคนที่เล่นเป็นบุญทิ้ง เล่นละครมาหลายเรื่องแล้ว เรื่องนี้ก็ยังคงไว้ลายฝีมืออยู่เหมือนเดิม
.
ซึ้งใจกับฉากสุดๆ กับฉาก…. เปลี่ยนใจไม่บอกดีกว่า
.
จำคำพูดจริงๆ ในเรื่องไม่ได้ แต่สิ่งที่องค์ดำตรัสกับพระมหินทราธิราช ประมาณว่า ‘จะเป็นราชวงศ์ไหนที่ปกครองแผ่นดินสยามก็ไม่สำคัญ ขอให้สยามปกครองสยามก็เพียงพอ’ นัยยะคือไม่ควรที่คนไทยจะรบราฆ่าฟันกันเองจนต้องเสียแผ่นดินให้กับคนอื่น (พม่า)
.
อย่างอื่นอย่าให้เล่าเลย เราว่าถ้ามีเวลาควรจะไปดูนะ สนับสนุนหนังไทยดีๆ ที่ให้แง่คิดเรื่องความสามัคคีของคนในชาติ

…………….
.
อยากดู Final Score – 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์

.

เราเคยเห็นข่าวหนังเรื่องนี้เมื่อหลายเดือนมาแล้ว ได้ดูตัวอย่างหนังที่อยู่บน youtube ยังส่งไปให้เพื่อนที่จบสวนกุหลาบดูเลย แล้วก็รอว่าเมื่อไหร่จะได้ดูของจริง หนังจะเข้าวันที่ 1 ก.พ.นี้แล้ว เย้

.
อันนี้คือตัวอย่างหนังที่เคยส่งไปให้เพื่อน

.
ได้อ่านรายละเอียดเรื่องการสร้างหนังเรื่องนี้มากขึ้นจาก a day เล่มล่า
ได้ดูหนังตัวอย่างก่อนดูหนังวันนี้
และวันนี้ได้คุยกับเพื่อนที่เขียนบทหนังให้ GTH (แต่ไม่ได้เขียนบทเรื่องนี้นะ เพราะเรื่องนี้ไม่มีบท ไม่มีสคริปท์) เพื่อนเราไปได้ดูแล้ว บอกว่าจี๊ดมาก ต้องดูให้ได้นะ
.
ความรู้สึกส่วนตัวเราก็อยากดูหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะช่วงชีวิตม.ปลายก่อนเอ็นท์เป็นช่วงเวลาที่แจ่มชัดช่วงหนึ่งของชีวิต

.
อยากดู อยากดู
.
.
ส่วนอันนี้เป็น MV อ่ะ ชื่อเพลง วัน เดือน ปี ของพี่เจี๊ยบ วรรธนา
อ่านจาก a day คนตัดต่อตัดออกมา 12 เวอร์ชั่น เพราะไม่บทไม่มีสคริปท์ ตัดไปมึนไปไม่รู้ว่าจะเลือกให้หนังออกมาโทนไหนดี แต่บังเอิญได้ฟังเพลงนี้ของพี่เจี๊ยบโดยบังเอิญ ความหมายดีมาก ก็เลยเลือกที่จะตัดใหม่ให้โทนหนังออกมาตามอารมณ์เพลงนี้เป็นหลัก

ลองดู MV เรียกน้ำย่อยกันก่อนแล้วกัน

ขอขอบคุณกระต่ายน้อยที่ช่วยชี้ทางสว่างในการโพสต์ youtube ขึ้นบล็อค

ธันวาคม 22, 2006

The Holiday

Filed under: book, movie — epsilon @ 3:42 pm

The Holiday เป็นหนังที่เรารอคอยตั้งแต่รู้ว่าเริ่มถ่ายทำ
อะไรจะขนาดนั้น
ก็พี่ Jude Law เป็นคนแสดงนำน่ะ เป็นพระเอกที่เราชอบมากที่สุดน่ะซิ่ เราว่าเค้าเล่นไ้ด้ดีทั้งแอคชั่น ทั้งตราม่า โดยเฉพาะ เลิฟซีน อุ๊ปส์
แถมยังเป็นหนังของ Nancy Meyers ที่เคยทำให้เราประทับใจจากเรื่อง Something’s Gotta Give, What Women Want มาแล้ว ทั้งสองเรื่องน่ารักมาก

Nancy เล่นเน็ตแล้วพบว่ามีเวบไซต์ให้บริการแลกบ้านกันอยู่ ทำให้เธอปิ๊งเป็นไอเดียพล็อตหนังเรื่องนี้
Cameron Diaz เป็นสาวจาก LA, USA ส่่วน Kate Winsle เป็นสาวจากจาก Surrey, UK ทั้งคู่ผิดหวังในความรักช่วงใกล้คริสมาส ก็เลยลองแลกบ้านกันอยู่สองสัปดาห์ จากนั้นเรื่องราวน่ารักๆ ก็เกิดขึ้น

เรารู้สึกว่า Cameron Diaz ขโมยซีนไปเกือบทั้งเรื่อง บทที่ได้รับเธอตีแตกกระจุย ทั้งน่ารัก ขำ แล้วก็ซึ้ง บางทีอาจจะเป็นเพราะตัวเธอเป็นแบบนี้อยู่่แล้วหรือเปล่า จำได้ว่าเคยดู There’s something about Marry หนังฟอร์มเล็กที่เธอเล่น เราขำเธอเกือบทั้งเรื่อง ผู้หญิงอะไรน่ารักชะมัด

ดูแล้วมีความสุขจนอยากดูแล้วดูอีก เหมือนตอนที่ได้ดู Something’s gotta give, Love actually, You got mail, Ameli ฯลฯ

ใครอยากหาหนังที่ช่วยทำให้อมยิ้มช่วงเทศกาลปีใหม่ ลองเลือกดู The Holiday แล้วจะรู้ว่าสองชั่วโมงในโรงหนังผ่านไปเร็วมาก

อย่าพลาด

บทสัมภาษณ์ ม.ร.ว.ปริญญากร วรวรรณ เจ้าของคอลัมน์ คนใจสัตว์ ในนิตยสารสารคดี โดย วรพจน์ พันธ์พงศ์ จาก GM เล่มล่าสุด ปกเคน ธีรเดช เจ๋งจริงๆ น่ะ

รวมเล่มบทความ MIMIC เลียนแบบทำไม? เขียนโดย แทนไท ประเสริฐกุล ที่เคยทำให้เราเฝ้ารอหน้าจอคอมทุกวันศุกร์เพื่อจะได้อ่านบทความภาคต่อที่แสนจะสนุก ขำ เสียดสี และให้ความรู้เรื่องชีววิทยาที่สนุกที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา ตั้งใจว่าจะซื้อหลายๆ เล่มไปบริจาคให้โรงเรียนต่างจังหวัด เปิดมุมมองใหม่ให้เด็กอยากเรียนชีวะ อิอิ

บลอกที่ WordPress.com .