Epsilon’ s blog

กรกฎาคม 25, 2008

The soundtracks of my love / เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม

Filed under: book, music, open, people, recommended, web site — epsilon @ 1:12 pm

เราเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบ The soundtracks of my love / เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม (พี่เอ๋)

เรายุ่งๆ ไม่ได้เข้าบล็อคพี่เอ๋นานมากกกกกกก เอาเป็นว่าหลายเดือน (ไม่ได้เข้าบล็อคคนอื่นด้วยเหมือนกัน อย่าเพิ่งน้อยใจนะ) พอเข้าไปก็ตะลุยอ่านอย่างเมามัน แล้วก็พบว่าพี่เอ๋มีหนังสือเล่มใหม่เล่มนี้ โอ้วววว อยากอ่านที่สุด

เหมือนสวรรค์เป็นใจ จากนั้นไม่กี่วันเราก็ได้รับเมล์จากเพื่อนว่าจะมาทำงานที่ Nottingham สองสัปดาห์ เจอกันหน่อยไหม๊ หุหุ เสร็จเรา ข้าพเจ้าเลยเมล์รายชื่อหนังสือออกใหม่ที่อยากอ่าน อันประกอบไปด้วย

เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม

october เล่ม 7 โดย open

ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้ตรอมตรม โดย ภาณุ ตรัยเวช

โลกจิต โดย แทนไท ประเสริฐกุล

ไปให้เพื่อน(รุ่นพี่) ซื้อให้ หลังจากที่หนังสือขึ้นเครื่องบินเดินทางมาอังกฤษ เราได้รับคำอธิบายจากเพื่อนว่า หนังสือที่สั่งได้ครบทุกเล่ม แต่ เพลงรักประกอบชีวิต หาซื้อไม่ได้เลย หมดเกลี้ยงไม่มีซักร้าน (เศร้าอ่ะ)

เพื่อนเราเลยใช้วิธิี อ่านของตัวเองให้จบแล้วฝากเล่มของตัวเองมาให้ (เออ ฉลาดดีว่ะ)

แถมเล่าให้ฟังว่า ซื้อตอนไปงานหนังสือ ไม่รู้หรอกว่านิ้วกลมเป็นใคร ไม่เคยอ่าน แต่ที่ร้านเค้าแนะนำว่ากำลังดัง ขายดีมาก คนเขียนแจกลายเซ็นอยู่ตรงนั้น ซื้อแล้วไปให้เค้าเซ็นซิ่

เดาซิ ว่าเพื่อนเราทำไง

เพื่อนเราก็มองไปในกลุ่ม่ฝูงชนก้อนมหึมา จ่ายเงินค่าหนังสือแล้วเดินจากมา !!

อ้าว ก็ไม่รู้จัก ขี้เกียจไปเบียด – ตรูจะบ้าตาย !

เอาเป็นว่า เราแกะกล่องพัสดุที่ Nottingham แล้วก็อ่านคำนำของหนังสือทุกเล่มบนรถไฟ

แล้วก็หยิบ เพลงรักประกอบชีวิต มาอ่านเนื้อข้างใน ประมาณสองบท จากนั้นก็หลับยาวเกือบสองชั่วโมง มาถึงลอนดอน

วันนี้หลังจากตื่นเช้ามาก เพราะนอนไม่หลับ ก็เลยหยิบ เพลงรักประกอบชีวิตขึ้นมาอ่าน

อ่าน อ่าน อ่าน แบบว่า ลุ้น ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ เขินอาย และมีความสุขไปกับชีวิตรักของพี่เอ๋

รวดเดียวจบ !

ร้องไห้ ตอนที่พี่เอ๋ ร้องไห้ด้วยอ่ะ อิน

(ชิงชิง ผู้หญิงที่ใส่ใจในทุกความรู้สึก, เอ๋เอ๋ ผู้ชายที่อ่อนไหวกับทุกรายละเอียด)

ดีใจกับพี่เอ๋ด้วย ที่ได้เจอ และมีคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข รักเค้า และ เค้าก็รักพี่เอ๋เหมือนกัน

เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างลงตัว

ทั้งในเรื่องแนวทางการดำเนินชีวิต และ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ รายละเอียดปลีกย่อยของความรู้สึก

พี่เอ๋ เชื่อไหม๊ ว่า หลายๆ เพลงที่เป็นเพลงสำคัญของพี่เอ๋ ก็เป็นเพลงสำคัญของ เราด้วยเหมือนกัน

อ่านแล้วก็อึ้งอ่ะ เพลงนี้เราก็เคยได้รับ เพลงนั้นเราก็เคยเป็นฝ่ายให้

อ่านแล้วก็คิดถึงวันเวลาดีๆ ของตัวเอง ^_^

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ถึงรู้สึกดีกับพี่เอ๋มากขึ้น ทุกครั้งที่อ่านตัวหนังสือที่พี่สารภาพว่าพี่น้ำตาไหล พี่ร้องไห้

รู้สึกว่าจริงใจดี รู้สึกอะไรก็แสดงออกมา ซึ้ง ดีใจ เสียใจก็น้ำตาไหล เป็นเหมือนกันเลย

แต่พี่เป็นผู้ชายที่กล้ายอมรับว่าตัวเอง น้ำตาไหล เพราะซึ้งใจแฟนที่เข้าใจ เพราะคิดถึงแฟนที่เพิ่งห่างกัน

จริงใจได้อีก ชอบชอบ

รู้ไหม๊ประโยคที่ชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้คืออะไร

เฉลยค่ะ

ถ้าจะเปลี่ยนไป ก็ขอให้แต่ละคนได้เปลี่ยนตามทันกัน

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวความรักของพี่ให้อ่าน ทำให้วันนี้มีความสุขมากๆเลยค่ะ หัวใจพองโต และที่สำคัญ อยากเขียนบล็อคขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ทิ้งไปนานมากแล้ว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

หมายเหตุ

ภาพประกอบอันแสนจะน่ารักในแต่ละบท เป็นลายเส้นฝีมือ ชิงชิง คุณแฟนของพี่เอ๋ นิ้วกลมหล่ะ

ฟังเพลงประกอบหนังสือ ได้ที่นี่ค่ะ

และ bonus tracks by Stamp* & Roundfinger

เมษายน 6, 2008

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ก็เจอแต่สิ่งดีงาม

Filed under: around london, book, music, my life, open, recommended — epsilon @ 3:12 am

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนบล็อคให้อ่านกันเท่าไหร่  ส่วนใหญ่เข้ามาเขียนแล้วก็เซ็ตให้มันเป็นส่วนตัว ไว้อ่านคนเดียวน่ะ

 

จริงๆ แล้วก็มีเรื่องที่น่าจะเขียนหลายเรื่อง  อย่าง เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเราได้มีโอกาสไปอิตาลีกับสเปน  ได้เห็นได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง  แต่ก็นะ แปะไว้ก่อน  แค่อัพรูปขึ้น flickr ส่งไปให้เพื่อนดูก็เหนื่อยแล้ว ยังไม่ได้ทำสไลด์ขึ้น hi5 เลย อาทิตย์หน้าเราก็จะไปสวิสอีก  เอาไว้ฮึดทำทีเดียวเลยแล้วกัน (ถ้าไม่ขีึ้เกียจซะก่อน)

มีเรื่องหลายเรื่องให้คิด และต้องทำ  เอาเถอะ ทุกอย่างน่าจะผ่านไปด้วยดี

ขอบคุณกำลังใจ ความเข้าใจ และคำแนะนำ จากพี่ๆ เพื่อนๆ ขอบคุณที่ดีแสนดีต่อกันมาตลอด

ขอบคุณนะคะ

 

 

ตื่นเต้นกับการรอคอยหนังสือใหม่ที่ฝากเพื่อนไปซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือ  งานเขียนคุณวรพจน์ กับพี่คนชายขอบจัดพิมพ์โดยโอเพ่นบุคส์ทั้งหมด อีกสองวันเราก็จะได้อ่านแล้ววว คุณนายแม่ของคุณเพื่อนจะบินมาที่นี่  (แล้วเราจะไปสวิสด้วยกันน่ะ)  

 

ช่วงนี้อากาศลอนดอนประหลาดมาก  อาทิตย์ที่แล้วหิมะตก ทั้งๆที่กำลังเข้าช่วง spring อาทิตย์นี้อยู่ๆ ก็อุ่นขึ้น แดดเปรีี้ยง ผสมฝนตก     ส่วนวันพรุ่งนี้พยากรณ์อากาศเค้าว่าจะติดลบ  เฮ้ออออ  นี่ละนะลอนดอน

[ถึงเวลาจริง วันนี้ ที่ว่าจะติดลบ หิมะตกตั้งแต่หกโมงเช้า สิบโมงแล้วก็ยังตกอยู่ ตกหนักจนเมืองเหงาๆ เมืองนี้กลายเป็นสีขาว]

 

เมื่อคืน เจอเพลง เพราะอะไร ของพี่ป้าง แต่ร้องใหม่โดยโมเดิร์นด็อกโดยบังเอิญ ก็เลยนั่งฟังอยู่สองวันแล้ว เพราะจัง

เธอเคยถามกับฉัน ที่ฉันรักเธอ ว่าอยากจะรู้รักเพราะอะไร 
กลับไปคิดไปค้น ใคร่ครวญมากมาย ไม่เจอ…คำตอบ 
ที่ผ่านมานั้นไม่คิดอยากรู้ที่มา และไม่เคยหาเหตุผลใดๆ 
แค่ตัวฉันเพียงรู้ ว่าเป็นสุขใจเมื่ออยู่เคียงกัน 

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน 
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ 
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ 
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม 

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน 
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ 
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ 
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม 

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ  ก็เจอแต่สิ่งดีงาม 

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ  ได้เจอแต่สิ่งดีงาม

 

 

ตุลาคม 13, 2007

รักเค้า บอกเค้าไปหรือยัง

Filed under: movie, music, my life — epsilon @ 8:32 pm

เมื่อวานเรานั่งดูหนัง Nada Sou Sou (Tears for you) รักแรก รักเดียว รักเธอ

ดูจบเราก็ถามเพื่อนสาวสุดที่รักขึ้นมาลอยๆ ว่า

“รักเค้า บอกเค้าไปหรือยัง”

ตัวหนังเตือนให้เราบอกกับตัวเองว่า
ควรจะแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเองให้คนรอบข้างได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไง

รู้สึกดีกับเค้าแค่ไหน
คิดถึงเค้าแค่ไหน
เป็นห่วงแค่ไหน
รักแค่ไหน

เวลาที่เราได้รับการแสดงออกจากผู้คนรอบข้างอย่างตรงไปตรงมา เราเองก็รู้สึกดีมากมาย รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้รับความรู้สึกเหล่านี้ แล้วเวลาที่เรารู้สึกดีๆ กับคนรอบตัว เราจะเก็บไว้รอบอกเฉพาะวันสำคัญ มันคงไม่พอ

วันนี้เราโทรกลับบ้าน สารภาพกับป๊าม้าว่าเราเริ่มมีอาการ home sick เล็กๆ บอกว่าเราคิดถึงบ้าน คิดถึงทุกๆคน บอกให้ดูแลสุขภาพกันและกัน คุยเรื่องสัพเพเหระหลายเรื่อง แล้วเราจะโทรไปหาอีก (รีบวางสายเพราะกลัวตัวเองร้องไห้)

วันนี้โทรไปบอกคนป่วยที่นอนตื่นบ่ายว่า ให้ดูแลตัวเองและพักผ่อนเยอะๆหน่อย รู้ใช่ไหม๊ว่า ‘เป็นห่วง’

วันนี้โทรหาใครหลายคนที่เมืองไทย ทั้งได้คุยจริงและฝากข้อความ บอกออกไปว่า “คิดถึงอ่ะ”

พอลองค้นอินเตอร์เน็ตเพื่อจะเขียนโพสต์นี้
เราพบว่าเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องต่อมาขอผู้กำกับ Be with you
1-1.jpg
หนังรักที่พวกเรานั่งดูกันสามรอบเมื่อสองอาทิตย์ก่อน (ประทับใจจริงๆ)

Nada Sou Sou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ

Nada Sou Sou

ทีมงานผู้สร้าง ผู้อำนวยการสร้าง : Kazuya Hamana
ผู้อำนวยการสร้าง : Jun’ichi Shindo
ผู้กำกับภาพยนตร์ : Nobuhiro Doi
บทภาพยนตร์ : Noriko Yoshida
website ภาพยนตร์ : Nada Sou Sou Official Website

ร่วมเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวความรักอันบริสุทธิ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านที่ไพเราะที่สุดของญี่ปุ่น

นาดา โซวโซว Nada Sou Sou เป็นภาษาพื้นเมืองของโอกินาว่า แปลว่า “น้ำตาไหลริน” เพลง “นาดา โซวโซว” นี้แต่งโดย Begin เขียนเนื้อร้องโดย เรียวโกะ โมริยาม่า (เนื้อเพลงพูดถึงความทรงจำของเธอที่มีต่อพี่ชายที่เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้ว) ออกวางแผงในปี 1998 และได้รับการเรียบเรียงใหม่ในปี 2001 โดยนักร้องสาว ริมิ นัทสึกาว่า ปัจจุบันเพลง นาดา โซวโซว มียอดขายกว่าล้านแผ่นและกลายเป็นเพลงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของญี่ปุ่น

Nada Sou Sou เพลงรักยอดขายล้านแผ่น
แรงบันดาลใจหนังรักสุดจี๊ดเรื่องใหม่ของผู้กำกับ Be with You

โนบุฮิโระ โดอิ ผู้กำกับ Be with You ยอมรับอย่างไม่อ้อมค้อมว่า ภาพยนตร์รักเรียกน้ำตาเรื่องล่าสุดของเขาที่ชื่อ Nada Sou Sou หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือ Tears for You นั้น แท้จริงแล้วได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงรักยอดนิยมตลอดกาลของญี่ปุ่นที่ชื่อ Nada Sou Sou เหมือนกันนั่นเอง

เพลง Nada Sou Sou มี เรียวโกะ โมริยามะ เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง และวงโฟล์คป๊อบจากโอกินาวะชื่อ Begin รับผิดชอบภาคดนตรี ชื่อเพลง Nada Sou Sou ในภาษาท้องถิ่นของโอกินาวะ มีความหมายว่า “น้ำตาที่ไม่อาจหยุดไหล” ซึ่งก็เข้ากับเนื้อหาของเพลงที่ว่ากันว่า โมริยามะแต่งขึ้นเพื่อรำลึกถึงพี่ชายซึ่งจากไปอย่างไม่มีวันกลับของเธอ

คนญี่ปุ่นมีโอกาสได้ฟังเพลง Nada Sou Sou ครั้งแรกในปี 1998 และด้วยเนื้อหาที่ซาบซึ้งบวกกับท่วงทำนองที่เข้ากันได้อย่างพอเหมาะ ทำให้เพลง Nada Sou Sou ได้รับความนิยมจากผู้ฟังอย่างล้นหลาม จนกระทั่งอีก 3 ปีต่อมา ริมิ นัตสุกาวะ นักร้องชื่อดังของญี่ปุ่น ก็นำเพลงนี้มาร้องใหม่ ทำให้ท้ายที่สุดเพลง Nada Sou Sou มียอดขายรวมแล้วร่วมล้านแผ่น

นอกจากนี้ คราวที่ NHK จัดให้มีการโหวตร้อยเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรอบ 60 ปีเมื่อปี 2005 เพลง Nada Sou Sou ฉบับที่ริมิ นัตสุกาวะเป็นผู้ร้อง ก็มีชื่อติดอันดับกับเขาด้วย เมื่อเพลง Nada Sou Sou กลายมาเป็น Nada SouSou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ ฉบับภาพยนตร์ โนบุฮิโระ โดอิ ผู้กำกับ ก็ใช้สอยมันอย่างคุ้มค่า ภาพยนตร์ Nada SouSou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ นอกจากจะเรียกใจและน้ำตาจากผู้ชมได้มากโขในฐานะเป็นหนังรักที่น่าประทับใจเหลือเกินแล้ว มันยังได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวก อีกทั้งยังกลายเป็นหนังฮิตที่สุดเรื่องหนึ่งประจำปี 2006 เป็นหนังญี่ปุ่นที่ทำเงินสูงสุดภายในประเทศติดกัน 4 สัปดาห์ซ้อน

นำแสดงโดยสองนักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่งของญี่ปุ่น

ซาโตชิ ทสึมาบุกิ และ มาซามิ นางาซาว่า แม้จะอายุน้อย แต่นักแสดงนำทั้งคู่ต่างเป็นนักแสดงคุณภาพของญี่ปุ่น ซาโตชิ ทสึมาบุกิ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองญี่ปุ่นสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจาก Water Boys (2001) และได้เข้าชิงอีกครั้งในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จาก Spring Snow (2005) ส่วน มาซามิ นางาซาว่า ก็คว้าตุ๊กตาทองสาขาหน้าใหม่ฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจาก Robot Contest (2004) และสาขานำหญิงยอดเยี่ยมจาก Crying Out for Love in the Center of the World (2005)

การกลับมาของผู้กำกับ Be With You

โนบุฮิโร่ โดอิ เกิดวันที่ 11 กันยายน 1964 ที่เมืองฮิโรชิม่า และไต่เต้าจากการเป็นผู้กำกับซีรี่ย์ทางโทรทัศน์เรื่อง Good Luck! (2003) และ Orange Days (2004) มากำกับภาพยนตร์เรื่องแรกใน Be With You (2005) ที่ซาบซึ้งจับใจผู้ชมจนกวาดรายได้ไปกว่า 48 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ Nada Sousou หรือ Tears for You คือภาพยนตร์เรื่องที่สองที่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ด้านการถ่ายทอดแก่นเรื่องเกี่ยวกับความรักต้องห้ามที่มาพร้อมกับความรู้สึกและบรรยากาศอันบริสุทธิ์สดใส โดยเขาสั่งสมความสามารถนี้จากการกำกับทีวีซีรี่ย์ญี่ปุ่นกว่า 10 เรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับความรักรวมถึงซีรี่ย์ร่วมทุนเกาหลี-ญี่ปุ่น เรื่อง Friends ที่นำแสดงโดย วอนบิน และ เคียวโกะ ฟุกาดะ ที่เคยฉายในเมืองไทยและเป็นที่ฮือฮาเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนด้วย

ภาพยนตร์ Nada Sou Sou (Tears for You) รักแรก รักเดียว รักเธอ เปิดตัวอันดับ 1 ในญี่ปุ่นด้วยรายได้กว่า 3 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และติดอันดับ 1 ใน 5 หนังทำเงินสูงสุดอยู่นานถึง 4 สัปดาห์


ขอไม่โพสต์เนื้อเรื่องย่อ เพราะอยากให้ดูและลุ้นจากหนังกันเอง

แต่ถ้าใครอดใจไม่ไหว หาอ่านได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ

ที่มา:http://www.mono2u.com/review/content/nada_sou_sou/

ฟังเพลง Nada Sou Sou ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนต์เรื่องนี้ที่นี่เลยค่ะ

ตุลาคม 10, 2007

epsilon on imeem

Filed under: music, my life — epsilon @ 11:09 pm

วันนี้พอมีเวลาเลยแวะไปอัพเพลงใน http://epsie.imeem.com บางเพลงอาจจะอ่านภาษาไทยไม่ออก ก็คลิกมั่วๆ ฟังไปแล้วกันนะ รับประกันความเพราะทุกเพลง ส่วนใครจะอินกับเพลงไหน คงต้องเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละคนเอง

เป็นเพลงบางส่วนที่อยู่ในเครื่อง
เพลงส่วนใหญ่ดันอยู่ใน external hard disc 80G ที่เพิ่งเจ๊ง ไม่ว่าจะไปลองเสียบเครื่องไหนก็ไฟไม่ติด อ่านไม่ออก มองไม่เห็น (รู้สึกเหมือนโลกส่วนตัวพังทลาย เพราะทุกอย่าง ย้ำทุกอย่าง อยู่ในนั้นหมด) ใครรู้วิธีกู้ข้อมูล ช่วยบอกวิธีกับข้าพเจ้าด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง

Beautiful Girls

Filed under: around london, music, my life — epsilon @ 8:54 pm

เพลงฮิตติดชาร์ตประจำเกาะอังกฤษช่วงนี้คือเพลง Beautiful Girls ร้องโดย Sean Kingston
เดินไปทางไหนก็จะได้ยินเพลงนี้ โดยเฉพาะเวลาผ่านกลุ่มเด็กวัยรุ่น (เปิดสปีคเกอร์มือถือ) ถ้าไปผับแนวแดนซ์กระจายก็ต้องได้ยิน เราเข้าไปฟังใน youtube ตอนที่มีคนฟังไปแล้ว 14 ล้านครั้ง ผ่านไปแค่สิบวัน กระโดดมาอยู่ที่ 16 ล้านกว่าๆ

ตอนนี้เป็นเพลงฮิตประจำบ้าน ที่จะต้องเปิดวอร์มอัพทุกครั้งที่เปิดคอม เสร็จแล้วก็ตามด้วยภาคร้องแก้ของน้อง JoJo (ที่เราแอบชอบมากกว่าต้นฉบับ)

เชิญร่วมชม และโยกตัวสนุกๆ กันได้เลยค่ะ

Sean Kingston-Beautiful Girls

Chorus:
You’re way too beautiful girl
That’s why it’ll never work
You’ll have me suicidal, suicidal
When you say it’s over
Damn all these beautiful girls
They only wanna do your dirt
They’ll have you suicidal, suicidal
When they say it’s over

Verse 1:
See it started at the park
Used to chill at the dark
Oh when you took my heart
That’s when we fell apart
Coz we both thought
That love lasts forever (lasts forever)
They say we’re too young
To get ourselves sprung
Oh we didn’t care
We made it very clear
And they also said
That we couldn’t last together (last together)

Refrain:
See it’s very define, girl
One of a kind
But you mush up my mind
You walk to get declined
Oh Lord…
My baby is driving me crazy

Chorus:
You’re way too beautiful girl
That’s why it’ll never work
You’ll have me suicidal, suicidal
When you say it’s over
Damn all these beautiful girls
They only wanna do your dirt
They’ll have you suicidal, suicidal
When they say it’s over

Verse 2:
It was back in ’99
Watchin’ movies all the time
Oh when I went away
For doin’ my first crime
And I never thought
That we was gonna see each other (see each other)
And then I came out
Mami moved me down South
Oh I’m with my girl
Who I thought was my world
It came out to be
That she wasn’t the girl for me (girl for me)

Refrain:
See it’s very define, girl
One of a kind
But you mush up my mind
You walk to get declined
Oh Lord…
My baby is driving me crazy

Chorus:
You’re way too beautiful girl
That’s why it’ll never work
You’ll have me suicidal, suicidal
When you say it’s over
Damn all these beautiful girls
They only wanna do your dirt
They’ll have you suicidal, suicidal
When they say it’s over

Verse 3:
Now we’re fussin’
And now we’re fightin’
Please tell me why
I’m feelin’ slightin’
And I don’t know
How to make it better (make it better)
You’re datin’ other guys
You’re tellin’ me lies
Oh I can’t believe
What I’m seein’ with my eyes
I’m losin’ my mind
And I don’t think it’s clever (think it’s clever)

You’re way too beautiful girl
That’s why it’ll never work
You’ll have me suicidal, suicidal, suicidal…

JoJo-Beautiful Girls

I’m way too cool for ya boy
That’s why it’ll never work
I’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over
Damn all these beautiful girls
We’re only gonna do your dirt
We’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over

Yeah yeah

I remember when
I was hanging with my friends
That’s when I caught your eye
You thought that I was fly
Right then you wished that I would be your baby (be your baby)
You try to get some game
Asking me girl what ya name
All that ice upon ya chain
So I asked you the same
Something tells me that we have fun together (fun together)

I ain’t easy to find
I’m a one of a kind
Oh when I judge your wine
I know your only mine
Tonight is yours
Tomorrow is for another guy (another guy)

I’m way too cool for ya boy
That’s why it’ll never work
I’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over
Damn all these beautiful girls
We’re only gonna do your dirt
We’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over

You’ve been calling me
Leaving messages all week
Was your curiousity
Got ya knees weak

I’m not looking for a man
So I don’t want no confusion (no confusion)
I took ya to the floor
Got ya begging me for more
But that was my queue to go
So I hit the door
I let you hot
With your mind used to running wild (running wild)

I ain’t easy to find
I’m a one of a kind
Oh when I judge your wine
I know your only mine
If you stick around
Be careful not to fall in love (fall in love)

I’m way too cool for ya boy
That’s why it’ll never work
I’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over
Damn all these beautiful girls
We’re only gonna do your dirt
We’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over

Now a couple months have past
Never thought that this would last
Oh everybody asked
How ya got a girl like that
But you should’ve known
That nothing lasts forever (lasts forever)
I mashed up ya mind
When I tell you lies
But boy don’t be suprised
That I’m seeing other guys
I’m too young to settle
And you should’ve known better (known better)

Damn all these beautiful girls (you should have known)
We’re only gonna do your dirt (cos I’ll have)
I’ll have you suicidal, suicidal
When I say it’s over

เนื้อร้องจาก http://www.completealbumlyrics.com

สิงหาคม 11, 2007

LDN

Filed under: around london, music — epsilon @ 4:14 pm

LDN ของ Lily Allen เพลงที่เราเปิดฟังทุกวัน เพลงที่สะท้อนความเป็น Londoner ได้ชัดเจน
ถ้าใครได้ดู MV จะเห็นว่า Lily ใส่ชุดกระโปรงแดงสวยเริ่ด แต่เธอกลับใส่รองเท้าผ้าใบ
ใช่ Londoner มักจะเป็นแบบนี้ แต่งตัวสวยแต่ใส่รองเท้าผ้าใบ

สาวลอนดอนแท้ๆ หน้าตาประมาณแบบนี้
ออกเสียงแบบนี้ (ไม่ออกเสียงตัว t ที่อยู่ในคำ เช่น little ออกเสียงเป็น ลิต-เอิล )

เวลาแดดออกก็จะต้องไป enjoy at the park ด้วยการไปนั่งปิคนิค

เรานั่งดู MV แล้วก็ขำๆ ตอนนี้เลยนั่งฟังเพลงของคุณเธอทั้งวัน
ใครยังไม่เคยฟัง ลองเข้าไปฟังได้ที่ http://www.lilyallenmusic.com/
รับประกันความเสียงใส เพลงเป็นจังหวะที่โยกได้ทุกเพลง
จริงๆแล้วเพลงที่ดังมากๆ คือ Smile (อาจจะเคยได้ยินกันตามผับในเมืองไทย )

คุณเธอมีบล็อคด้วยนะ http://www.myspace.com/lilymusic

LDN Lyrics
Riding through the city on my bike all day
Cause the filth took away my licence
It doesn’t get me down and I feel ok
Cause the sights that I’m seeing are priceless

Everything seems to look as it should
But I wonder what goes on behind doors
A fella looking dapper, but he’s sittin with a slapper
Then I see it’s a pimp and his crack whore

You might laugh you might frown
Walkin’ round London town

Chorus
Sun is in the sky oh why oh why ?
Would I wanna be anywhere else
Sun is in the sky oh why oh why ?
Would I wanna be anywhere else

When you look with your eyes
Everything seems nice
But if you look twice
you can see it’s all lies

There was a little old lady, who was walkin down the road
She was struggling with bags from Tesco
There were people from the city havin lunch in the park
I believe that it’s called al fresco
Then a kid came along to offer a hand

But before she had time to accept it
hits her over the head, doesn’t care if she’s dead
Cause he’s got all her jewellery and wallet

You might laugh you might frown
walkin round London town

Chorus
Sun is in the sky oh why oh why ?
Would I wanna be anywhere else
Sun is in the sky oh why oh why ?
Would I wanna be anywhere else

When you look with your eyes
Everything seems nice
But if you look twice
you can see it’s all lies

Life, that’s city life, yeah that’s city life, that’s city life
Life, that’s city life, yeah that’s city life, that’s city life

Chorus
Sun is in the sky oh why oh why ?
Would I wanna be anywhere else
Sun is in the sky oh why oh why ?
Would I wanna be anywhere else
Chorus x4

lyric from http://www.lilyallenfans.info/lyrics/LDN

มกราคม 29, 2007

สมเด็จพระนเรศวร และ Final Score

Filed under: movie, music, people, recommended — epsilon @ 9:19 pm

เพิ่งกลับจากดูหนัง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาคที่ 1 เชื่อไหม๊ว่าเราเสียน้ำตาตั้งสามครั้ง T T ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย
.
ฉากอลังการ ภาพสวย เครื่องแต่งกายปราณีต บทหนังคมคาย นักแสดงฝีมือเยี่ยม โดยเฉพาะนักแสดงเด็กทั้งสามคน ดูแล้วรู้เลยว่ากว่าจะสร้างเป็นหนังได้ต้องค้นเรื่องราวประวัติศาสตร์มากอย่างที่ท่านมุ้ยให้ัสัมภาษณ์ว่าใช้เวลากว่า 4 ปี
.
นักแสดงเด็กที่แสดงเป็นพระนเรศวร บุคคลิกดีมาก ได้ข่าวว่าไปคัดมาจากโรงเรียนวชิราวุธ อืมมม
.
น้องที่เล่นเป็นมณีจันทร์สร้างบรรยาาศให้เรื่องนี้มีความสดใสขึ้นมาก จะพูดจะทำอะไรก็น่ารักไปหมด
.
ส่วนน้องอีกคนที่เล่นเป็นบุญทิ้ง เล่นละครมาหลายเรื่องแล้ว เรื่องนี้ก็ยังคงไว้ลายฝีมืออยู่เหมือนเดิม
.
ซึ้งใจกับฉากสุดๆ กับฉาก…. เปลี่ยนใจไม่บอกดีกว่า
.
จำคำพูดจริงๆ ในเรื่องไม่ได้ แต่สิ่งที่องค์ดำตรัสกับพระมหินทราธิราช ประมาณว่า ‘จะเป็นราชวงศ์ไหนที่ปกครองแผ่นดินสยามก็ไม่สำคัญ ขอให้สยามปกครองสยามก็เพียงพอ’ นัยยะคือไม่ควรที่คนไทยจะรบราฆ่าฟันกันเองจนต้องเสียแผ่นดินให้กับคนอื่น (พม่า)
.
อย่างอื่นอย่าให้เล่าเลย เราว่าถ้ามีเวลาควรจะไปดูนะ สนับสนุนหนังไทยดีๆ ที่ให้แง่คิดเรื่องความสามัคคีของคนในชาติ

…………….
.
อยากดู Final Score – 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์

.

เราเคยเห็นข่าวหนังเรื่องนี้เมื่อหลายเดือนมาแล้ว ได้ดูตัวอย่างหนังที่อยู่บน youtube ยังส่งไปให้เพื่อนที่จบสวนกุหลาบดูเลย แล้วก็รอว่าเมื่อไหร่จะได้ดูของจริง หนังจะเข้าวันที่ 1 ก.พ.นี้แล้ว เย้

.
อันนี้คือตัวอย่างหนังที่เคยส่งไปให้เพื่อน

.
ได้อ่านรายละเอียดเรื่องการสร้างหนังเรื่องนี้มากขึ้นจาก a day เล่มล่า
ได้ดูหนังตัวอย่างก่อนดูหนังวันนี้
และวันนี้ได้คุยกับเพื่อนที่เขียนบทหนังให้ GTH (แต่ไม่ได้เขียนบทเรื่องนี้นะ เพราะเรื่องนี้ไม่มีบท ไม่มีสคริปท์) เพื่อนเราไปได้ดูแล้ว บอกว่าจี๊ดมาก ต้องดูให้ได้นะ
.
ความรู้สึกส่วนตัวเราก็อยากดูหนังเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะช่วงชีวิตม.ปลายก่อนเอ็นท์เป็นช่วงเวลาที่แจ่มชัดช่วงหนึ่งของชีวิต

.
อยากดู อยากดู
.
.
ส่วนอันนี้เป็น MV อ่ะ ชื่อเพลง วัน เดือน ปี ของพี่เจี๊ยบ วรรธนา
อ่านจาก a day คนตัดต่อตัดออกมา 12 เวอร์ชั่น เพราะไม่บทไม่มีสคริปท์ ตัดไปมึนไปไม่รู้ว่าจะเลือกให้หนังออกมาโทนไหนดี แต่บังเอิญได้ฟังเพลงนี้ของพี่เจี๊ยบโดยบังเอิญ ความหมายดีมาก ก็เลยเลือกที่จะตัดใหม่ให้โทนหนังออกมาตามอารมณ์เพลงนี้เป็นหลัก

ลองดู MV เรียกน้ำย่อยกันก่อนแล้วกัน

ขอขอบคุณกระต่ายน้อยที่ช่วยชี้ทางสว่างในการโพสต์ youtube ขึ้นบล็อค

มกราคม 13, 2007

Blog-Tag ของ epsie

Filed under: book, econ school, music, my life, people, recommended, web site — epsilon @ 4:41 am

รู้จัก Blog Tagครั้งแรกจากบบล็อคของคุณคนชายขอบ ให้เครดิตกับคุณ bact’ สรุปไว้ คือ ใครถูกแท็กต้องแท็กต่อไป “…เป็นแชร์ลูกโซ่ MLM work@home บล็อกได้จากที่บ้าน ไม่กระทบงานประจำ บอกเล่าเรื่องของตัวเอง 5 ข้อ และแท็กต่อไป 5 ราย เป็นอันเสร็จพิธี”

ถ้าอยากจะรู้ว่าใครแท็กใคร เริ่มมาจากไหน ไปไหน ดูผังได้ที่นี่ blog tag trace ทำโดยคุณ keng

จุดเริ่มต้นของBlog-Tag: A Game for a Virtual Cocktail Partyมาจาก The Jeff Pulver Blog (เครดิตจากบล็อคของคุณนิ้วกลม นักเขียนหนุ่มขวัญใจ epsie คนล่าสุด เพราะเขียนอะไรก็ฮาได้สาระไปหมด ไม่เชื่อลองแวะไปที่บล็อคเค้าซิ่)

คนที่ให้เกียรติ tag เรามาคือ pickmegadance ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยอ่ะ

เอาหล่ะ มาเริ่มอ่านเรื่องของ epsie ที่ไร้สาระสำหรับรอยหยักในสมอง 5 ข้อได้แล้ว

.
.
.
1.เราเล่นเกมส์ไม่เป็น เกมส์ในท่ีนี้หมายถึง เกมส์กด play เกมคอม เกมออนไลน์ทั้งหลายน่ะ เพราะเคยลองเล่นตอนเด็กๆ แล้วงง ไม่เข้าใจกติกา จับทางไม่ถูก เล่นแล้วไม่สนุกก็เลยไม่เล่น (จริงๆ แล้วอาจจะเป็นความซื่อบื้อของเราเอง ที่เล่นเกมส์่ไม่เป็น) ตอนเรียนที่ห้องฮิตเล่นเกม jewely มันเป็นเกมส์ที่ง่ายนะ แต่เราลองเล่นดูห้าหกครั้งแล้วก็ไม่รู้สึกท้าทายที่จะทำแต้มให้ได้เยอะๆ ก็เลยนั่งดูเพื่อนเล่นแทน ตอนที่ sudoku ฮิตใหม่ๆ เจ้านายอุตสาห์ส่งลิงค์มาให้เล่น เราลองเล่นดูแล้วรู้สึกเสียเวลา (แทนที่จะรู้สึกท้้าทายแบบที่ชาวบ้านเค้ารู้สึก) ก็ไม่เล่นอีก จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เคยเข้าใจว่าทำไมใครต่อใครถึงได้ติดเกมส์กันงอมแงม

เราไม่เคยคลิกเล่นเกมส์ใหม่ๆ ที่เพื่อนส่งมาให้ลองเล่นทางเมล์เลย ส่งต่อให้คนอื่นอย่างเดียวเพราะเรารู้ว่าใครชอบเล่นเกมส์บ้าง

.
.
.
2.ศิลปินที่สุดในดวงใจเรา ไม่ใช่พี่ Boyd (คนนี้ลำดับสอง) แต่เป็น น้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต กวีศรีชาวไร่คนนั้นต่างหาก เราจำไม่ได้ว่าเริ่มฟังเพลงน้าหมูครั้งแรกเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าเราเริ่มชอบเค้าสุดๆ ตอนที่ไปซื้ออัลบัมคนพูดเพลง 4 ม้วนจบ มาฟัง ฟังแล้วฟังอีก แล้วก็ให้เพื่อนๆ เอาไปฟังด้วย (เผยแพร่สุดฤทธิ์) ตอนนี้เทปชุดนั้นหายไปแล้ว คงต้องไปซื้อซีดีมาเก็บแทน เรารู้สึกว่าเค้าเป็นศิลปินตัวจริงที่เขียนเพลงด้วยภาษาที่สวยมาก ความหมายลึกซื้ง ดนตรีก็เพราะ มีกลิ่นอายของชนบท บ้านนอกคอกนาดี เราดูคอนเสิร์ตที่น้าหมูมาจัดในกรุงเทพฯ ปีละครั้ง ติดต่อกันมา 7 ปีได้แล้วมั้ง ไม่นับคอนเสิร์ตอื่นๆ ที่น้าไปร่วมแจม ถ้าใครเคยดูจะรู้ว่าเป็นคอนเสิร์ตมาราธอน ครั้งที่จัดที่ลานกลางแจ้งศูนยวัฒนธรรม คอนเสิร์ตเริ่มทุ่มครึ่งเลิกเกือบตีหนึ่ง เพลงน้าเค้าเยอะ แล้วน้าก็โม้เรื่องตลกเยอะด้วยน่ะ

เราเป็นคนนึงที่ฟังเพลงเพื่อชีวิตทั้งคาราบาว, คาราวาน, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, มาลีฮวนน่า ฯลฯ มานาน ตอนไปออกค่ายครั้งแรก เรานั่งร้องเพลงกับรุ่นพี่จนเที่ยงคืน รู้จักเกือบหมด จนพี่ๆ อึ้ง ตอนเป็นเลขาชมรมฯ ฮึดทำหนังสือเพลงสำหรับชาวค่ายมาแล้ว ตอนนี้ที่ชมรมยังใช้กันอยู่เลย

.
.
.

3.บ้านเราอยู่ติดคลอง บ้านหลังที่เราเกิดอยู่ริมคลอง เราย้ายมาอยู่บ้านหลังปัจจุบันสิบปีแล้วบ้านหลังนี้ก็อยู่ติดคลองอีกน่ะแหละ ห่างจากบ้านเดิมไม่เยอะ อากาศดีมาก เราหัดว่ายน้ำในคลอง ป๊าเป็นคนหัดให้ เคยโดนจับโยนน้ำด้วย ตอนเด็กๆ เราเล่นน้ำคลองหน้าบ้านเกือบทุกวัน (ช่วงน้ำสะอาด น้ำปริ่มคล่อง) แต่หลังจากย้ายมาบ้านนี้เราไม่เคยเล่นน้ำคลองอีกเลย เพราะเราไม่คุ้นว่าด้านล่างจะมีอะไรไหม๊ มีเศษแก้วหรือเปล่าทำนองนั้น เราเรียนว่ายน้ำแบบว่ายในสระตอนโตแล้ว เรียนทุกท่าแต่ที่ถนัดที่สุดคือว่ายกบ และตอนนี้เราว่ายท่านี้ท่าเดียว ถ้าว่ายท่าอื่นเราจะหายใจไม่ทัน สำลักน้ำและเหนื่อยง่าย ว่ายกบดีกว่า

.
.
.
4.ตั้งแต่เด็กจนยี่สิบกว่าๆ เราผายลมไม่เกินสิบครั้ง เราเคยงงว่าทำไมใครๆ ถึงผายลมบ่อยจัง มีเรื่องขำๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาเล่าเรื่อย แต่เราไม่เคยเลย แต่เราไม่คิดว่าผิดปกติอะไร จนกระทั่งวันนึง

ช่วงหกเดือนที่แล้วเราอยู่ในภาวะเครียด ปวดหัวทุกวัน เครียดลงท้อง ปวดต้นคอ ปวดไหล่ จนต้องไปหาหมอนวดในนวดคลายเส้นให้ คุณแม่เพื่อนสนิทของเรา เป็นเหมือนเราแต่ท่านเป็นมานานยี่สิบปี ได้ไปรักษากับคุณตา ที่เป็นหมอนวดที่เพชรบุรี รู้ว่าเราเป็นเหมือนท่านก็เลยพาเราไป คุณตาอายุ 93 แล้วแต่ยังแข็งแรงมาก คุณตามนวดรักษาคนไข้มาตั้งแต่อายุ 11 เพิ่งมาตาบอดช่วงสองปีที่ผ่านมา​(เห็นราง ๆ ) คุณตาจะจับที่เท้าเพื่อตรวจดูว่าเราเป็นอะไร แล้วก็จะจับเส้น (จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าจิกเส้นมากว่า) ที่เท้าเพื่อรักษาอาการ รักษาทุกโรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นได้หมด คุณตาจับเส้นที่เท้้าและที่ขาให้เรา บอกว่าเรากินยาเยอะ (เยอะจริงๆ กินพาราและยานอนหลับสลับกันติดต่อกันสองเดือน – ห้ามทำตามโดยเด็ดขาด) ทำงานมาก ต้องบอกเค้า(เจ้านาย) ว่าทำไม่ไหว อย่าฝืนไม่งั้นจะแย่ (เราไปหาคุณตาวันอาทิตย์ วันพฤหัสเราอาการหนักจนต้อง admit ให้นำ้เกลือพร้อมทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล อึ้งไปเลย) และอีกหลายอย่าง คุณตาบอกว่าเราเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ต้องออกกำลังกายช่วย แล้วคุณตาจะช่วยด้วย

เวลาที่คุณตาจับเส้น จับโดนทุกเส้น ไม่มีการคลำ จิกแล้วรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นเลือดมันวิ่งไปตามจุดต่างๆ (แล้วแต่ว่าจับเส้นไหน) บางครั้งก็แขน บางครั้งก็ขา และบางครั้งก็รู้สึกว่าขึ้นมาที่หัว เป็นการจัับเส้นที่เจ็บมากแต่เรารู้ว่ามันเป็นการรักษาจากเส้นจริงๆ

เราพาป๊าไปหาคุณตาเพราะป๊าปวดหลังมานาน นั่งขับรถนานๆ ไม่ได้ นั่งพื้นไม่ได้ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลก็แล้ว ไปนวดแผนโบราณก็แล้ว ไม่หายขาด แต่พาไปหาคุณตาสองครั้ง หายเลย ที่น่าแปลกคือคุณตาไม่ได้นวดตรงที่ป๊าเป็น ท่านจับเส้นตรงส่วนอื่นที่ท่านบอกว่าที่ปวดตรงนั้นเป็นเพราะเส้นตรงนี้

ครั้งแรกที่คุณตานวดให้เสร็จ เราผายลมเป็นลมยาวๆ ติดต่อกันประมาณสองชั่วโมง และผายลมเยอะมากในช่วงสองวันหลังจากนั้น เราบอกคุณตา คุณตาบอกว่าคุณตาเปิดเส้นที่เท้าให้ ให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น ไม่เป็นไรหรอก และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เราผายลมเกือบทุกวัน บางวันสองสามครั้ง เป็นการผายลมยาวๆไม่มีเสียง แต่ไม่แน่ใจว่ามีกลิ่นหรือเปล่า 😛

.
.
.

5.เราไม่ค่อยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น เพราะเราอ่านไม่เป็น งงไม่รู้ว่าอ่านยังไง มันมีหลายช่องแล้วต้องอ่านช่องไหนก่อนล่ะเนี่ย แต่การ์ตูนที่เราเคยอ่านแล้วยังจำได้จนถึงวันนี้เรื่องเวทีฉาบสีรุ้ง เขียนโดย ไซโต จิโฮ สมัยตอนเรียนมัธยม เพราะเพื่อนสนิทตอนม.ต้นติดเรื่องนี้มากและเอามาให้อ่าน หลังจากนั้นพยายามอ่านเล่มอื่นๆ แต่ก็ไม่ประทับใจลายเส้น เนื้อเรื่องธรรมดา ก็เลยไม่ได้อ่านอีกเลย

แต่ตอนนี้เรากำลังติดหนึบการ์ตูนเรื่อง ‘ป๋าอัจริยะ ยานางิซาว่า’ เขียนโดย Kazumi Yamashita เพราะไปอ่านกระทู้ในพันทิปเกี่ยวกับการ์ตูนในดวงใจ แล้วก็มีคนเขียนถึงเรื่องนี้หลายคน มาสะดุดตรงที่เค้าเขียนอธิบายว่า เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร๋์ เท่านั้นแหละ เรารีบวิ่งไปร้านเช่าหนังสือหน้าม.ก่อนเลยว่ามีหรือเปล่า มีแฮะ ทั้งหมดตอนนี้ 24 เล่ม ค่อยยืมมาอ่านวันละเล่ม ตอนนี้ถึงเล่ม 13 แล้ว ยิ่งอ่านยิ่งสนุก เพราะอ.มีลักษณะของนักวิชาการเศรษฐศาตร์ ทั้งช่างสังเกต พยายามหาคำตอบเพื่ออธิบายพฤติกรรมต่างๆ แถมยังเป็นอ.ที่มีความเป็นครูสูงด้วย บางตอนคล้ายเรื่องจริง หรือเสียดสีเรื่องจริงจนเราชักสงสัยว่าคนเขียนเป็นอ.เศรษฐศาสตร์หรือเปล่า ตั้งใจว่าอ่านจบ 24 เล่ม (แต่เรื่องยังไม่จบ ไม่รู้ว่าจะออกเล่นต่อไปเมื่อไหร่) จะเขียนเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเรารู้สึกว่า การ์ตูนชุดนี้วางไว้บนชั้นหนังสือรวมกับ text books ได้อย่างไม่เคอะเขินเลย

ถ้าคุณเป็นอาจารย์/นักวิชาการ/นักวิจัย/นักเรียน/ผู้ที่อยากเรียนเศรษฐศาสตร์ ควรมีการ์ตูนชุดนี้ไว้ในครอบครอง

เราไปซื้อยกชุดได้ที่ Anime ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิร์ล มีแค่ชุดเดียว และเราให้การ์ตูนชุดนี้กับคนที่เราอ่านป๋าอัจฉริยะแล้วเรานึกถึงเค้าเป็นของขวัญปีใหม่ไปแล้ว เราต้องตามล่าหาซื้อมาเก็บไว้ให้ได้ แถมมีคนฝากซื้อเพราะอยากอ่านหลังจากฟังเราโม้เรื่องนี้ด้วย ว่าแต่จะไปหาซื้อที่ไหนล่ะเนี่ย

.
.
.
เราขอ tag ต่อไปให้ joinsungz, gelgoog, พี่ tony almeida, คุณ nastsima และ พี่ iconoclast ค่ะ

.
.
.
เราเพิ่งไปแก้ option ที่บล็อคให้คนที่จะมาคอมเมนท์ไม่ต้องใส่ email ก่อนคอมเมนท์ จากเดิมที่ wordpress ตั้งไว้อัตโนมัตว่าต้องแจ้งเมล์ก่อนคอมเมนท์ ใครใคร่เมนท์เชิญเลยจ้า

ธันวาคม 19, 2006

Graduate Lounge

Filed under: music, web site — epsilon @ 11:20 am

วันนี้เป็นวันแรกที่ Graduate Lounge คลับใหม่ของชาวไกลบ้าน เปิดให้บริการ

เริ่มจากกระทู้ของคุณ Lawเก้อ ที่มาเปิดประเด็นไว้ว่า
ขอเสนอให้มีการตั้งห้องใหม่ “ห้อง PhD” สำหรับให้คนบ้าๆ อย่างพวกผมมีที่บ่น ช่วยกันลงชื่อด้วยนะครับ!!

พวกเราช่วยกันลงชื่อสนับสนุน กดโหวตกระทู้ แสดงความเห็นเรื่องเนื้อหาและชื่อห้อง จนได้ พี่ BF ขาประจำไกลบ้าน เสนอชื่อ”Graduate Lounge” ชื่อของห้องข้าง ๆ ในตึกที่พี่เค้าเรียน ห้องที่ไว้ให้นักเรียนมานั่งคุยกัน

จากนั้นพีี่ Lawเก้อก็สรุปเรื่องวัตถุประสงค์การจัดตั้งกลุ่มและเมล์ไปขอเปิดคลับกับทีมงานของพันทิปให้ในกระทู้ สรุปข้อเสนอขอจัดตั้ง คลับ “Graduate Lounge”

วัตถุประสงค์และหลักการของคลับนี้คือ:

1. เป็นมุมเล็กๆ ให้นักเรียนในระดับที่เรียนด้วยการวิจัย (PhD + Master by Research) ได้ระบายความในใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ตลอดจนเป็นที่ให้กำลังใจในการเรียนแก่เพื่อนๆ ที่กำลังหมดหวังหรือมีปัญหาในการวิจัย

2. เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดต่างๆ ในทางการศึกษาและวิธีการวิจัยระดับสูง ทั้งในสายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ (ซึ่งในขณะนี้ไม่มีห้องให้โพส)และวิทยาศาสตร์ (แม้จะคาบเกี่ยวกับห้องหว้ากอ แต่คาดได้ว่ากระทู้ในคลับนี้ จะเป็นกระทู้ในเชิงวิธีการวิจัย มากกว่าจะเป็นการพูดคุยทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป) และเพื่อสร้างกลุ่ม audience ที่เหมาะสมกับเนื้อหาของเรื่องที่ผู้โพสต้องการนำเสนอ

3. เป็นที่สร้าง networking ให้กับนักเรียนวิจัยและนักวิจัย เพื่อก่อให้เกิดการทำวิจัยร่วมกันต่อไปในอนาคต.. เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ

4. เป็นที่ให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะสมัครเข้าเรียนในระดับนี้ ข้ามาถามรายละเอียดเชิงลึก ทั้งในเรื่องการสมัคเรียน วิธีการเรียน การสอบ โดยจะมีโอกาสได้คำตอบจากเพื่อนๆ ในคลับที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในเรื่องนั้นๆ

5. เป็นที่แลกเปลี่ยนบทความต่างๆ ซึ่งนักศึกษาในบางสถาบันไม่สามารถหาได้ และมีเพื่อนๆ ในสถาบันอื่นหรือในประเทศอื่นๆ สามารถไปหามาให้ได้

6. กระทู้ที่จะมีการโพสในคลับนี้ ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาไม่ซ้ำกับเรื่องที่โพสกันในห้องหลัก ทั้งในห้องไกลบ้าน ห้องสมุด และห้องหว้ากอ คลับไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะไปดึงเนื่อหากระทู้ในห้องหลักมาคุยกันเองแต่อย่างใด แต่มีวัตถุประสงค์ที่ให้กลุ่มคนที่มีความสนใจตรงกันในเรื่องการศึกษาและการวิจัย ได้คุยกันมากขึ้น

ขอเชิญชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ที่คลับนี้ ด้วยการเข้า เวบไซต์ พันทิป ห้องไกลบ้าน http://www.pantip.com/cafe/klaibann จากนั้นเลือกคลับย่อย Graduate Lounge

ส่วนตัวข้าพเจ้า เข้าไปเจิมคลับใหม่เรียบร้อยแล้วหล่ะ

….

Badly Drawn Boy เจ้าของ OST: About a boy ออกอัลบัมใหม่ Born in the U.K. เชิญฟังได้ที่
http://www.badlydrawnboy.co.uk/

ธันวาคม 5, 2006

รายการโปรด

Filed under: mac, music, open, web site — epsilon @ 1:46 am

ช่วงนี้เราเข้าเวบ http://www.typhoonbooks.com/ ทุกวัน
เพราะสนุกกับการฟังเพลงประจำวันของเวบพี่คุ่น
เค้าเปลี่ยนเพลงที่หน้าโฮมเกือบทุกวัน

แถมถ้าคลิกไปอ่าน typhooncafe’
http://www.typhoonbooks.com/typhooncafe/sounds.html
นิตยสารออนไลน์ ในส่วนของ sound ก็ยังจะได้ฟังเพลงอีกสองเพลง

ชอบค่ะชอบ อ่านขำ ขำ ได้ความสนุกสนาน ได้ความรู้ แถมยังบรรเทิงใจ

……..

ย้อนกลับมาที่โอเพ่น
ก็ยังอ่านปกติ แต่คอลัมน์ใหม่ที่รอคอยว่าเมื่อไหร่จะขึ้น update สีส้ม
คือ ที่นั่งริมหน้าต่าง กับ รูของผู้บริโภค

ที่นั่งริมหน้าต่าง ไม่ค่อยอัพ ก็เลยดอดไปอ่านบล็อกของเจ้าของคอลัมน์แทน
อ่านไปขำไป ด้วยความที่ไม่เคยคิดว่าเค้ามีอารมณ์ขันได้ถึงเพียงนี้

รูของผู้บริโภค งานเขียนของน้ิวกลมที่อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองพรุนไปด้วยรู ! ของความความไม่มั่นใจ
นานๆ จะเจอคนที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคควรตระหนัก ที่ได้ทั้งสาระแล้วก็เสียงหัวเราะไปพร้อมๆ กัน
He can !

……….

Demien Rice ออกอัลบัมใหม่ ชื่อว่า 9
http://www.warnerbrosrecords.com/damienrice/
เลิศค่ะ

ประทับใจจากอัลบัมก่อนนี้จากเพลง Blower’s daughter
ประกอบหนังเรื่อง Closer
http://www.damienrice.co.uk/music.asp

….. I cant take my mind off you …..

ส่วนที่ประทับใจกว่านั้นก็คือ เค้าไปเที่ยวพม่าแล้วก็ออกซิงเกิล unlpayed piano
http://www.actionburma.com/
เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี
แถมเค้ายังได้ขึ้นไปร้องเพลงนี้กับ Lisa Hannigan
บนเวทีงานเลี้ยงฉลองรางวัลโนเบลเมื่อปี 2005 เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 60 ปีให้กับอองซาน ซูจี

ดูได้จากลิงค์นี้
http://www.youtube.com/watch?v=FehGdho5Hhg
เราว่าเค้าทั้งคู่ร้องสดได้ดีมากๆ ฟังแล้วรู้สึกมีพลัง มีชีวิตชีวา มากกว่าต้นฉบับ

***ความรู้ใหม่
เราเพิ่งรู้ว่าเวลาที่โหลดไฟล์จาก youtube ให้คลิกที่ปุ่ม play เพื่อให้หยุดก่อน
จากนั้นรอให้แถบดำๆ ด้านข้าง ค่อยๆ เปลี่ยนสีจากดำเป็นสีแดงจนเต็ม
ซึ่งหมายความว่าดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อย แล้วค่อยกด play อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อก่อนเราก็เซ่อซ่า ปล่อยให้มันเล่นไปเลยแล้วเน็ตมันก็ไม่แรงจริง ภาพกับเสียงก็กระตุกเป็นระยะ จนไม่ค่อยหนุกแล้วก็ไม่อยากโหลดคลิปมาดู เพื่อส่งอะไรมาทีก็ต้องรอไปเปิดดูที่มหาลัย เชยซะจริง

เดือนนี้เราฟัง unplayed piano ไปร้อยกว่ารอบได้แล้วมั้ง ^.^

…..

ไม่เข้าใจว่าปุ่มที่ไว้สำหรับทำลิงค์เวบมันหายไปไหน
ปรับฟอนท์ก็ไม่ได้
นี่อิชั้นไปคลิกอะไรพลาดไปอีกล่ะเนี่ย 😦

Older Posts »

บลอกที่ WordPress.com .