Epsilon’ s blog

ตุลาคม 13, 2008

ของโปรด

Filed under: my life, recommended, web site — ป้ายกำกับ:, — epsilon @ 9:15 am

ของโปรดประจำเดือนนี้ของเอปซี่

.

อาหารเช้า: ปลาทูทอดกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ คลุกน้ำปลา

ทอดครั้งละห้าตัว แล้วเก็บเข้าตู้เย็นไว้ เวลาจะทานก็เอามาวางบนจานข้่้าว เอาเข้าไปเวฟพร้อมๆ กัน หมดแล้วก็ทอดใหม่ วนไปวนมาอย่างนี้

อร่อยดี มีประโยชน์ ถูกด้วย

ปลาทูเป็นปลาแช่แข็งมาจากเวียดนาม หรือไม่ก็อินเดีย  ถุงละประมาณ หกปอนด์ มีหกถึงแปดตัว แล้วแต่ขนาด

หาซื้อได้ตามร้านจีน หรือร้านไทย ทั่วไป (แต่เอปซี่ยังไม่เคยไปเหยียบร้านไทยเลย ไปแต่ร้านจีนง่ะ)

.

.

อาหารเย็น: แกงป่าเนื้อ

ติดใจแกงป่าหมู ร้านทางขึ้นแก่งกระจาน

เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่าอร่อยที่สุดในชีวิต อืม อร่อยจริง

คิดถึงเพื่อนก็เลยสั่งมาลองดู  อืม เด็ด

ทานได้ทุกวัน ทานมาเดือนนึงแล้ว

(อยู่เมืองไทย ไม่ทานเนื้อ แต่มาอยู่ที่นี่เปลี่ยนใจทานเพื่อความสะดวกในการดำรงชีวิต  แล้วก็พบว่า การไม่ทานเนื้อ ไม่มีนัยสำคัญกับการเป็นคนดี = เป็นคนดีได้  ทั้งๆ ที่ทานเนื้อทุกวันเนี่ยแหละ)

.

.

social network : twitter

เล่าสั้นๆ ว่าเป็น microblog เขียนครั้งละไม่เกิน 140 ตัวอักษร

เขียนไปเรื่อยๆ แล้วคนที่ follow เรา เค้าก็จะเห็นว่าเราเขียนอะไรบ้าง

เช่นเดียวกับที่คนเรา follow อยู่  เราก็จะรู้ว่าเค้าเขียนอะไรบ้าง

เอปซี่เลยไป follow สำนักข่าวต่าง ๆ BBC,CNN, FT, NYT,ประชาไท และอื่นๆ รวมไปถึงเพื่อนที่ใช้ twitter อยู่

สำนักข่าวต่างๆก็จะ tweet หัวข้อข่าวเข้ามา พร้อมกับลิงค์ข่าว ถ้าเราจะอ่านข่าวเต็ม

เป็นอันว่าเอปซีึ่ได้รับข่าวอัพเดทตลอดเวลา ทั้งจากสำนักข่าว และจากเพื่อนๆ ที่เรา follow อยู่

ตั้งใจจะเขียนเรื่อง twitter จริงจังซักโพสต์  เพราะมีประโยชน์มาก และอยากให้มาใช้กัน

เอาเป็นว่า ถ้าอยากลองใช้ดู  แวะไปดูของเอปซี่ก่อนได้ที่

http://twitter.com/parichat

Advertisements

กรกฎาคม 25, 2008

The soundtracks of my love / เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม

Filed under: book, music, open, people, recommended, web site — epsilon @ 1:12 pm

เราเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบ The soundtracks of my love / เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม (พี่เอ๋)

เรายุ่งๆ ไม่ได้เข้าบล็อคพี่เอ๋นานมากกกกกกก เอาเป็นว่าหลายเดือน (ไม่ได้เข้าบล็อคคนอื่นด้วยเหมือนกัน อย่าเพิ่งน้อยใจนะ) พอเข้าไปก็ตะลุยอ่านอย่างเมามัน แล้วก็พบว่าพี่เอ๋มีหนังสือเล่มใหม่เล่มนี้ โอ้วววว อยากอ่านที่สุด

เหมือนสวรรค์เป็นใจ จากนั้นไม่กี่วันเราก็ได้รับเมล์จากเพื่อนว่าจะมาทำงานที่ Nottingham สองสัปดาห์ เจอกันหน่อยไหม๊ หุหุ เสร็จเรา ข้าพเจ้าเลยเมล์รายชื่อหนังสือออกใหม่ที่อยากอ่าน อันประกอบไปด้วย

เพลงรักประกอบชีวิต โดย นิ้วกลม

october เล่ม 7 โดย open

ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้ตรอมตรม โดย ภาณุ ตรัยเวช

โลกจิต โดย แทนไท ประเสริฐกุล

ไปให้เพื่อน(รุ่นพี่) ซื้อให้ หลังจากที่หนังสือขึ้นเครื่องบินเดินทางมาอังกฤษ เราได้รับคำอธิบายจากเพื่อนว่า หนังสือที่สั่งได้ครบทุกเล่ม แต่ เพลงรักประกอบชีวิต หาซื้อไม่ได้เลย หมดเกลี้ยงไม่มีซักร้าน (เศร้าอ่ะ)

เพื่อนเราเลยใช้วิธิี อ่านของตัวเองให้จบแล้วฝากเล่มของตัวเองมาให้ (เออ ฉลาดดีว่ะ)

แถมเล่าให้ฟังว่า ซื้อตอนไปงานหนังสือ ไม่รู้หรอกว่านิ้วกลมเป็นใคร ไม่เคยอ่าน แต่ที่ร้านเค้าแนะนำว่ากำลังดัง ขายดีมาก คนเขียนแจกลายเซ็นอยู่ตรงนั้น ซื้อแล้วไปให้เค้าเซ็นซิ่

เดาซิ ว่าเพื่อนเราทำไง

เพื่อนเราก็มองไปในกลุ่ม่ฝูงชนก้อนมหึมา จ่ายเงินค่าหนังสือแล้วเดินจากมา !!

อ้าว ก็ไม่รู้จัก ขี้เกียจไปเบียด – ตรูจะบ้าตาย !

เอาเป็นว่า เราแกะกล่องพัสดุที่ Nottingham แล้วก็อ่านคำนำของหนังสือทุกเล่มบนรถไฟ

แล้วก็หยิบ เพลงรักประกอบชีวิต มาอ่านเนื้อข้างใน ประมาณสองบท จากนั้นก็หลับยาวเกือบสองชั่วโมง มาถึงลอนดอน

วันนี้หลังจากตื่นเช้ามาก เพราะนอนไม่หลับ ก็เลยหยิบ เพลงรักประกอบชีวิตขึ้นมาอ่าน

อ่าน อ่าน อ่าน แบบว่า ลุ้น ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ เขินอาย และมีความสุขไปกับชีวิตรักของพี่เอ๋

รวดเดียวจบ !

ร้องไห้ ตอนที่พี่เอ๋ ร้องไห้ด้วยอ่ะ อิน

(ชิงชิง ผู้หญิงที่ใส่ใจในทุกความรู้สึก, เอ๋เอ๋ ผู้ชายที่อ่อนไหวกับทุกรายละเอียด)

ดีใจกับพี่เอ๋ด้วย ที่ได้เจอ และมีคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข รักเค้า และ เค้าก็รักพี่เอ๋เหมือนกัน

เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างลงตัว

ทั้งในเรื่องแนวทางการดำเนินชีวิต และ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ รายละเอียดปลีกย่อยของความรู้สึก

พี่เอ๋ เชื่อไหม๊ ว่า หลายๆ เพลงที่เป็นเพลงสำคัญของพี่เอ๋ ก็เป็นเพลงสำคัญของ เราด้วยเหมือนกัน

อ่านแล้วก็อึ้งอ่ะ เพลงนี้เราก็เคยได้รับ เพลงนั้นเราก็เคยเป็นฝ่ายให้

อ่านแล้วก็คิดถึงวันเวลาดีๆ ของตัวเอง ^_^

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ถึงรู้สึกดีกับพี่เอ๋มากขึ้น ทุกครั้งที่อ่านตัวหนังสือที่พี่สารภาพว่าพี่น้ำตาไหล พี่ร้องไห้

รู้สึกว่าจริงใจดี รู้สึกอะไรก็แสดงออกมา ซึ้ง ดีใจ เสียใจก็น้ำตาไหล เป็นเหมือนกันเลย

แต่พี่เป็นผู้ชายที่กล้ายอมรับว่าตัวเอง น้ำตาไหล เพราะซึ้งใจแฟนที่เข้าใจ เพราะคิดถึงแฟนที่เพิ่งห่างกัน

จริงใจได้อีก ชอบชอบ

รู้ไหม๊ประโยคที่ชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้คืออะไร

เฉลยค่ะ

ถ้าจะเปลี่ยนไป ก็ขอให้แต่ละคนได้เปลี่ยนตามทันกัน

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวความรักของพี่ให้อ่าน ทำให้วันนี้มีความสุขมากๆเลยค่ะ หัวใจพองโต และที่สำคัญ อยากเขียนบล็อคขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ทิ้งไปนานมากแล้ว ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

หมายเหตุ

ภาพประกอบอันแสนจะน่ารักในแต่ละบท เป็นลายเส้นฝีมือ ชิงชิง คุณแฟนของพี่เอ๋ นิ้วกลมหล่ะ

ฟังเพลงประกอบหนังสือ ได้ที่นี่ค่ะ

และ bonus tracks by Stamp* & Roundfinger

เมษายน 12, 2008

หายซื่อบื่อ

Filed under: my life, recommended, web site — epsilon @ 1:28 am

เราเพิ่งสังเกตุว่า slide.com  กับ multiply.com สามารถดึงภาพจาก flickr.com ได้เลย 😛

วันนี้เราเลยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีแชร์ไฟล์รูป มาทำสไลด์ไปขึี้น iamepsie.hi5.com กับ epsie.muliply.com 

ถ้าอยากดูรูปที่เราไปเที่ยวมา ก็แวะไปดูได้เลยนะคะ

สิงหาคม 21, 2007

โทรฟรีกลับเมืองไทยและอเมริกา

Filed under: around london, mac, my life, recommended, web site — epsilon @ 1:46 am

จ่ายเงิน 10 ยูโร เพื่อรักษาบัญชี
แล้วสามารถโทรฟรีกลับเมืองไทยและอเมริกาฟรี เลยเอามาแนะนำให้ใช้กัน สามารถโทรเข้ามือถือและเบอร์บ้านได้ เสียงชัดมากเหมือนใช้โทรศัพท์บ้านที่เมืองไทยโทรหากัน

v
v

ได้รับลิงค์เวบนี้จากเพื่อน
http://www.voipdiscount.com/en/index.html

ให้ลองใช้ดู โทรฟรีกลับเมืองไทย ทั้งเบอร์บ้านและเบอร์มือถือ
เคยเข้าไปดูตั้งแต่ก่อนมาอยู่ที่นี่ แต่โปรแกรมมันลงได้เฉพาะเครื่อง PC ก็เลย ลืมเวบนี้ไปสนิท
จนเพื่อนย้ำอีกทีว่าใช้โปรแกรมนี้โทรฟรีอยู่ ก็เลยโหลดไปลงเครื่องเพื่อนซะเลย
ใครใช้ MAC เสียใจด้วยนะจ๊ะ ต้องใช้ Skypeout ต่อไป 😛

จริงๆแล้วมันก็คือโปรแกรมที่ไว้โทรไปต่างประเทศทั่วโลกด้วยราคาประหยัด แต่ว่ามีบางประเทศที่เค้าให้โทรฟรี ไม่คิดเงิน และบังเอิญโชคดีที่ประเทศไทย กับอเมริกา ปลายสายที่เรามักจะโทรไป FREE

ใครยังไม่เคยใช้ลองโหลดไปใช้ดูก่อนก็ได้เค้ามีให้ทดลองใช้ ไม่ต้องเสียเงิน
เราเพิ่งใช้ได้สองวัน ทดสอบสัญญาณ ปลายสายบอกว่าชัดเจนดี ถึงแม้ว่าจะคมชัดน้อยกว่า skypeout ที่เคยใช้ก็ตาม แต่คุณภาพเสียงไม่ด้อยไปกว่าใช้บัตรโทรศัพท์ ที่สำคัญมัน ‘ฟรี’ นะจ๊ะ

แต่เมื่อวานเราจ่ายเงินซื้อเครดิตไปประมาณ 12 ยูโรกว่าๆ (รวม VAT) เอาไว้ใช้โทรในอังกฤษและส่ง sms ราคาประหยัดด้วย แล้วก็ส่ง login กับ passw ไปให้ที่บ้าน เอาไว้โทรมาหาเรา เพราะถ้าปลายสายที่อังกฤษเป็นมือถือจะต้องเสียเงิน (ฟรีเฉพาะเบอร์บ้าน)

เรามาอยู่นี่สามเดือน ยังใช้มือถือแบบเติมเงิน ( top up ) อยู่ เพิ่งใช้ไปแค่ 20 ปอนด์เอง ซึ่งถ้าใช้แบบรายเดือนจะเสียเดือนละ 15/20/35 ปอนด์ สัญญา 12/18 เดือน แต่จะได้มือถือฟรีด้วย โดยที่เราสามารถเลือกรุ่นมือถือได้ตามต้องการ เค้าจะทำเป็นโปรโมชั่นมาว่าจ่ายรายเดือนเท่านี้ได้มือถือรุ่นไหนฟรี แต่ถ้าใครจ่ายรายเดือนถูก แต่อยากได้เครื่องแพง ก็ต้องเพิ่มเงินเอา

แต่ข้าพเจ้า เอาเครื่องเก่ามาจากเมืองไทย พร้อมได้ซิมฟรีมา ก็เลยมีค่าใช้จ่ายเรื่องโทรศัพท์แค่นั้น

ช่วงที่ผ่านมา ใช้บัตรโทรศัพท์โทรกลับเมืองไทยไปประมาณ 30 ปอนด์ (ยังเหลืออยู่อีก 10 ปอนด์ไม่ได้ใช้) และ skypeout อีก 10 ปอนด์
ต้องขอบคุณ msn, skype, google talk and blog ที่ทำให้เราติดต่อกับที่บ้านและเพื่อนๆได้ง่าย ประหยัด สะดวก เหมือนอยู่ใกล้กันอย่างเคย

ใครจะใช้สำหรับโทรหากันที่เมืองไทยแบบไม่เสียเงินก็ได้นะ เวบเค้าไม่สนว่าต้นทางอยู่ที่ไหน เค้าคิดเงินจากปลายทางที่เราโทรไป จะได้ประหยัดค่าโทรศัพท์ไงล่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม จากการเข้าไปค้นกระทู้ในพันทิป พบว่า คนที่ใช้บางคน ใช้วิธีลงโปรแกรมแล้วโทรฟรีไปเรื่อยๆ จนครบสามเดือนที่เค้าให้ทดลองใช้ แล้ว remove โปรแกรมออกจากเครื่อง จากนั้นก็เข้าไปสมัครใหม่ login ชื่อใหม่ ก็จะใช้ฟรีได้เรื่อยๆ

แล้วก็มีคนใช้แล้วจับเวลาพบว่าถ้าโทรฟรี ช่วงทดลองใช้ โปรแกรมจะตัดทุกๆ 16 นาที จากนั้นเราต้องโทรใหม่

ส่วนของเรา จ่ายเงินตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เวลาโทรไม่มีปัญหาว่าตัดสัญญาณ คุยเป็นชั่วโมงได้เลย

เราคิดว่าควรจะจ่ายเงินรักษาบัญชีไว้ เพื่อความสะดวกในการใช้ เพราะจ่ายแค่นี้แล้วได้โทรฟรีกลับเมืองไทยนี่คุ้มสุดๆ เงินที่จ่ายไปก็เอาไว้ส่ง sms กับโทรหาเพื่อนในอังกฤษ

ถ้าใครใช้โปรแกรมอะไรดีๆ ก็โพสต์แนะนำไว้ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

……

ข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทู้ในห้องไกลบ้าน

โดยคุณ casidy
ซื้อเครดิต 10 ยูโร
แล้วจะได้จำนวนวันโทรฟรีตามที่เขาบอก
พอวันฟรีหมด มันก็จะเริ่มหักเงินจากเครดิต 10 ยูโร ที่เราซื้อไว้
แต่ถึงยังไงมันก็ถูกมากๆ นาทีละ 0.005 ยูโร โทรได้นานมากๆๆ กว่าเครดิตจะหมด
หรือถ้าไม่รอให้เครดิตหมด แล้วซื้อเครดิตต่ออีก
เขาก็จะเอาเครดิตเก่ามารวมให้ด้วย แล้วเราก็ได้วันโทรฟรีเหมือนเดิม
ซึ่งวันนึงจะโทรมากเท่าไหร่ก็ได้ เพียงแต่มันจะตัดทุก 1 ช.ม
มีดีเลย์นิดหน่อย บางทีเสียงก็ตะกุกตะกัก
แต่บางวันก็ชัดแจ่ม ปลอดโปร่ง
โดยรวมแล้วถือว่าคุ้มค่ะ

โดยคุณ หมูหวาน
มีช่วงให้ทดลองฟรีค่ะ แต่คุณต้องจ่ายเงิน 10 ยูโร หลังจากนั้นจะได้โทรฟรี 120 วัน โดยโทรไม่เกิน 300 นาทีต่อสัปดาห์ค่ะ ถ้าเกิน 300 นาที
ก็ต้องจ่ายตาม Rate คือโทรมาเมืองไทยนาทีละ 1 เซ็นต์ยูโรค่ะ พอครบ 120 วันแล้ว ถ้าคุณโทรมาเมืองไทยก็เสียนาทีละ 1 เซ็นต์ยูโรค่ะ

มกราคม 25, 2007

Econtalk by Greg Mankiw + free space

Filed under: econ school, mac, people, recommended, web site — epsilon @ 2:54 am

วันนี้ได้เจอเวบ http://www.econtalk.org : Economics podcasts for daily life Hosted by Russ Roberts รวบรวมไฟล์เสียงการบรรยายของอ.เศรษฐศาสตร์ชื่อดังระดับโลกในรูปแบบของ podcast (ทันสมัยจัง) ให้ฟังบนเวบถ้าเน็ตแรง และมีไฟล์ให้ดาวน์โหลดไปฟังใน iPod

ไฟล์ล่าสุดที่ทางเวบนำเสนอคือการบรรยายของ
Greg Mankiw, Prof. at Harvard University, talks about the state of modern macroeconomics and Keynes vs. the Chicago School. He defends his proposal to raise gasoline taxes and discusses the politics of tax policy.

คลิกที่นี่เลยค่ะ

เราว่านักเรียนเศรษฐศาสตร์ทุกคนคงจะเคยอ่านหนังสือของเค้าน่ะ

เวบนี้ดี เลยเอามาฝาก ฟังกันเองแล้วกัน

อ.มีบล็อคด้วยนะ >> Greg Mankiw’s Blog

….

วันนี้จำเป็นต้องส่งไฟล์ขนาดใหญ่ไปให้บางคน ก็เลยค้นเวบที่ให้บริการพื้นที่ฝากไฟล์ฟรี แล้วก็ไปเจอเวบนี้ http://www.drivehq.com/ ให้พื้นที่ฟรี 1 G ชอบตรงที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลเยอะแยะ ก็เข้าใช้ได้

จากนั้นเราก็อัพโหลดไฟล์ขึ้นไป ส่งลิงค์เวบนี้ไปกับเมล์พร้อมระบุล็อคอินกับรหัสผ่าน ให้ปลายทางไปโหลดเอาเอง ง่ายดีเหมือนกัน

กำลังคิดว่าจะเปิดอีกชื่อนึงไว้สำหรับอัพไฟล์ที่เกี่ยวกับเตรียมสอบ IELTS ขึ้นไป เพราะสามวันมานี้เรานั่งส่งเมล์ให้คนในบอร์ด http://jaiboon.pantown.com/ ไปหลายสิบแล้ว เผื่อใครอยากได้อะไรก็ไปโหลดกันเอาเองเลย ไม่ต้องส่งเมล์อีกต่อไป เราว่ามันต้องดีแน่ๆ เลย

มกราคม 21, 2007

ปิ๊งหนุ่ม

Filed under: people, recommended, web site — epsilon @ 10:29 pm

อะฮ่า ใช่ว่า epsie จะไม่มีหัวใจนะจ๊ะ

พักนี้เราหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาความคิดความอ่านของชายหนุ่มถึง 2 คน!
.
.
หนุ่มคนแรก
เราเจอเค้าที่ fastest growing ซึ่งเป็นการจัดลำดับบล็อคที่เติบโตเร็วที่สุดของ wordpress คลิกเข้าไปอ่านปรากฎว่าเค้าอัพบล็อคเกือบทุกวัน ได้ประเด็นได้สาระ แถมยาวชะมัด เรื่องที่เขียนก็หลายหลายเหลือเกิน เหลือบไปเห็น categories ที่เค้าทำไว้งี้อึ้งไปเลยย
.

บางทีอาจจะเป็นเพราะเค้าร่ำเรียนในสายวิชาที่น่าสนใจ เค้าเป็นนักเรียน grad อยู่ที่ the School of Information and Library Science (วิทยาการสารสนเทศ บรรณารักษศาสตร์และห้องสมุด ) ที่ the University of North Carolina at Chapel Hill. เราเดาว่าเกี่ยวกับบรรณารักษ์ แต่เป็นบรรณารักษณ์ที่ใช้ IT เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการข้อมูล ซึ่งเป็นสาขาที่น่าจะอินกับยุคสมัยมากที่สุดตอนนี้
.

เราอ่าน librarian tag ก่อนเป็นอย่างแรก เพราะคิดว่าไม่ค่อยมีใครเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็ได้ความรู้ไปเยอะเลย
.

ค่อยๆ อ่านบล็อคเค้ามาเป็นเดือนแล้วสนุกดี บางทีอาจจะเป็นเพราะเราเองก็เคยอยากเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุด อยากจัดการระบบห้องสมุดในเมืองไทยซะใหม่ (คิดการใหญ่อีกแล้ว) อยากทำห้องสมุดชุมชน แล้วก็อยากให้มีบรรณารักษ์เจ๋งๆ ในห้องสมุดต่างๆ ละมั้ง มาเจอว่าที่บรรณารักษ์ในยุคไซเบอร์ครองเมือง ก็เลยอดสนใจไม่ได้
.

เค้าชื่อ ทรงพันธ์ เจิมประยงค์ เจ้าของบล็อค iTeau
.
.

หนุ่มคนที่สอง
เราเคยเขียนถึงเค้าไปนิดนึงแล้วว่าเป็นนักเขียนขวัญใจเราคนล่าสุด คุณนิ้วกลม เจ้าของ บ้านพักฝากอากาศ ที่ขึ้น top blog และ top post เป็นประจำสม่ำสเมอ
.

เห็นชื่อเค้าครั้งแรกก็ที่ปกหนังสือ โตเกียวไม่มีขา แต่ก็ไม่ได้หยิบขึ้นมาอ่าน เพราะคิดในใจว่าคงเป็นหนังสือพาเที่ยวของเด็กวัยรุ่นที่เขียนด้วยสำนวนกวนตีนๆ แหง (เดาจากชื่อหนังสือ) และตอนนี้ยังไม่คิดจะไปญี่ปุ่นก็เลยไม่หยิบมาเปิดดู ไม่หยิบมาพิจารณาเลยซักนิด ป่านนี้อาจจะเป็นของหายาก เพราะแฟนคลับท่านเยอะเหลือเกิน
.

มาอ่านงานของเค้าครั้งแรกที่ onopen เค้าเปิดทีเดียวสองคอลัมน์เลย มั่นมาก รูของผู้บริโภคอ่านไปขำไป แล้วก็มักจะเออออห่อหมกไปกับเค้าด้วยว่าอืม จริง (ว่ะ) กับ บุกคนสำคัญ เค้าพาไปรู้จักประวัติและแนวคิดของบุคคลที่มีชื่อเสีียง ด้วยวิธีเขียน วิธีคิดที่แปลก ทำให้อ่านแล้วรู้สึกว่า ทำไมเราอ่านประวัติคนเหล่านี้แล้วไม่เคยคิด หรือจับประเด็นได้อย่างที่เค้าคิดเลยหล่ะเนี่ย
.

มาเจอว่าเค้าเขียนบล็อคด้วยตอบเหลือบไปเห็นว่าบล็อคอ.ปิ่น มีลิงค์ของเค้าเพิ่มขึ้นมา ก็เลยลองเข้าไปอ่านดู ปรากฎว่าเจ้าตัวอัพบล็อคเกือบทุกวัน แล้วคนอ่านก็เยอะมาก บางโพสต์คนคอมเมนต์เกือบครึ่งร้อยทั้งๆ ที่เพิ่งอัพไม่กี่ชั่วโมง
.

เราว่าประเด็นที่เค้าเขียนบล็อค แล้วก็ทัศนคติในเรื่องต่างๆ ของเค้าน่าสนใจทีเดียว

.
.
ขอตัวไปอ่านบล็อคของสองคนนี้ต่อแล้วกันนะ

มกราคม 13, 2007

Blog-Tag ของ epsie

Filed under: book, econ school, music, my life, people, recommended, web site — epsilon @ 4:41 am

รู้จัก Blog Tagครั้งแรกจากบบล็อคของคุณคนชายขอบ ให้เครดิตกับคุณ bact’ สรุปไว้ คือ ใครถูกแท็กต้องแท็กต่อไป “…เป็นแชร์ลูกโซ่ MLM work@home บล็อกได้จากที่บ้าน ไม่กระทบงานประจำ บอกเล่าเรื่องของตัวเอง 5 ข้อ และแท็กต่อไป 5 ราย เป็นอันเสร็จพิธี”

ถ้าอยากจะรู้ว่าใครแท็กใคร เริ่มมาจากไหน ไปไหน ดูผังได้ที่นี่ blog tag trace ทำโดยคุณ keng

จุดเริ่มต้นของBlog-Tag: A Game for a Virtual Cocktail Partyมาจาก The Jeff Pulver Blog (เครดิตจากบล็อคของคุณนิ้วกลม นักเขียนหนุ่มขวัญใจ epsie คนล่าสุด เพราะเขียนอะไรก็ฮาได้สาระไปหมด ไม่เชื่อลองแวะไปที่บล็อคเค้าซิ่)

คนที่ให้เกียรติ tag เรามาคือ pickmegadance ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยอ่ะ

เอาหล่ะ มาเริ่มอ่านเรื่องของ epsie ที่ไร้สาระสำหรับรอยหยักในสมอง 5 ข้อได้แล้ว

.
.
.
1.เราเล่นเกมส์ไม่เป็น เกมส์ในท่ีนี้หมายถึง เกมส์กด play เกมคอม เกมออนไลน์ทั้งหลายน่ะ เพราะเคยลองเล่นตอนเด็กๆ แล้วงง ไม่เข้าใจกติกา จับทางไม่ถูก เล่นแล้วไม่สนุกก็เลยไม่เล่น (จริงๆ แล้วอาจจะเป็นความซื่อบื้อของเราเอง ที่เล่นเกมส์่ไม่เป็น) ตอนเรียนที่ห้องฮิตเล่นเกม jewely มันเป็นเกมส์ที่ง่ายนะ แต่เราลองเล่นดูห้าหกครั้งแล้วก็ไม่รู้สึกท้าทายที่จะทำแต้มให้ได้เยอะๆ ก็เลยนั่งดูเพื่อนเล่นแทน ตอนที่ sudoku ฮิตใหม่ๆ เจ้านายอุตสาห์ส่งลิงค์มาให้เล่น เราลองเล่นดูแล้วรู้สึกเสียเวลา (แทนที่จะรู้สึกท้้าทายแบบที่ชาวบ้านเค้ารู้สึก) ก็ไม่เล่นอีก จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่เคยเข้าใจว่าทำไมใครต่อใครถึงได้ติดเกมส์กันงอมแงม

เราไม่เคยคลิกเล่นเกมส์ใหม่ๆ ที่เพื่อนส่งมาให้ลองเล่นทางเมล์เลย ส่งต่อให้คนอื่นอย่างเดียวเพราะเรารู้ว่าใครชอบเล่นเกมส์บ้าง

.
.
.
2.ศิลปินที่สุดในดวงใจเรา ไม่ใช่พี่ Boyd (คนนี้ลำดับสอง) แต่เป็น น้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต กวีศรีชาวไร่คนนั้นต่างหาก เราจำไม่ได้ว่าเริ่มฟังเพลงน้าหมูครั้งแรกเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าเราเริ่มชอบเค้าสุดๆ ตอนที่ไปซื้ออัลบัมคนพูดเพลง 4 ม้วนจบ มาฟัง ฟังแล้วฟังอีก แล้วก็ให้เพื่อนๆ เอาไปฟังด้วย (เผยแพร่สุดฤทธิ์) ตอนนี้เทปชุดนั้นหายไปแล้ว คงต้องไปซื้อซีดีมาเก็บแทน เรารู้สึกว่าเค้าเป็นศิลปินตัวจริงที่เขียนเพลงด้วยภาษาที่สวยมาก ความหมายลึกซื้ง ดนตรีก็เพราะ มีกลิ่นอายของชนบท บ้านนอกคอกนาดี เราดูคอนเสิร์ตที่น้าหมูมาจัดในกรุงเทพฯ ปีละครั้ง ติดต่อกันมา 7 ปีได้แล้วมั้ง ไม่นับคอนเสิร์ตอื่นๆ ที่น้าไปร่วมแจม ถ้าใครเคยดูจะรู้ว่าเป็นคอนเสิร์ตมาราธอน ครั้งที่จัดที่ลานกลางแจ้งศูนยวัฒนธรรม คอนเสิร์ตเริ่มทุ่มครึ่งเลิกเกือบตีหนึ่ง เพลงน้าเค้าเยอะ แล้วน้าก็โม้เรื่องตลกเยอะด้วยน่ะ

เราเป็นคนนึงที่ฟังเพลงเพื่อชีวิตทั้งคาราบาว, คาราวาน, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, มาลีฮวนน่า ฯลฯ มานาน ตอนไปออกค่ายครั้งแรก เรานั่งร้องเพลงกับรุ่นพี่จนเที่ยงคืน รู้จักเกือบหมด จนพี่ๆ อึ้ง ตอนเป็นเลขาชมรมฯ ฮึดทำหนังสือเพลงสำหรับชาวค่ายมาแล้ว ตอนนี้ที่ชมรมยังใช้กันอยู่เลย

.
.
.

3.บ้านเราอยู่ติดคลอง บ้านหลังที่เราเกิดอยู่ริมคลอง เราย้ายมาอยู่บ้านหลังปัจจุบันสิบปีแล้วบ้านหลังนี้ก็อยู่ติดคลองอีกน่ะแหละ ห่างจากบ้านเดิมไม่เยอะ อากาศดีมาก เราหัดว่ายน้ำในคลอง ป๊าเป็นคนหัดให้ เคยโดนจับโยนน้ำด้วย ตอนเด็กๆ เราเล่นน้ำคลองหน้าบ้านเกือบทุกวัน (ช่วงน้ำสะอาด น้ำปริ่มคล่อง) แต่หลังจากย้ายมาบ้านนี้เราไม่เคยเล่นน้ำคลองอีกเลย เพราะเราไม่คุ้นว่าด้านล่างจะมีอะไรไหม๊ มีเศษแก้วหรือเปล่าทำนองนั้น เราเรียนว่ายน้ำแบบว่ายในสระตอนโตแล้ว เรียนทุกท่าแต่ที่ถนัดที่สุดคือว่ายกบ และตอนนี้เราว่ายท่านี้ท่าเดียว ถ้าว่ายท่าอื่นเราจะหายใจไม่ทัน สำลักน้ำและเหนื่อยง่าย ว่ายกบดีกว่า

.
.
.
4.ตั้งแต่เด็กจนยี่สิบกว่าๆ เราผายลมไม่เกินสิบครั้ง เราเคยงงว่าทำไมใครๆ ถึงผายลมบ่อยจัง มีเรื่องขำๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาเล่าเรื่อย แต่เราไม่เคยเลย แต่เราไม่คิดว่าผิดปกติอะไร จนกระทั่งวันนึง

ช่วงหกเดือนที่แล้วเราอยู่ในภาวะเครียด ปวดหัวทุกวัน เครียดลงท้อง ปวดต้นคอ ปวดไหล่ จนต้องไปหาหมอนวดในนวดคลายเส้นให้ คุณแม่เพื่อนสนิทของเรา เป็นเหมือนเราแต่ท่านเป็นมานานยี่สิบปี ได้ไปรักษากับคุณตา ที่เป็นหมอนวดที่เพชรบุรี รู้ว่าเราเป็นเหมือนท่านก็เลยพาเราไป คุณตาอายุ 93 แล้วแต่ยังแข็งแรงมาก คุณตามนวดรักษาคนไข้มาตั้งแต่อายุ 11 เพิ่งมาตาบอดช่วงสองปีที่ผ่านมา​(เห็นราง ๆ ) คุณตาจะจับที่เท้าเพื่อตรวจดูว่าเราเป็นอะไร แล้วก็จะจับเส้น (จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าจิกเส้นมากว่า) ที่เท้าเพื่อรักษาอาการ รักษาทุกโรคที่เกี่ยวข้องกับเส้นได้หมด คุณตาจับเส้นที่เท้้าและที่ขาให้เรา บอกว่าเรากินยาเยอะ (เยอะจริงๆ กินพาราและยานอนหลับสลับกันติดต่อกันสองเดือน – ห้ามทำตามโดยเด็ดขาด) ทำงานมาก ต้องบอกเค้า(เจ้านาย) ว่าทำไม่ไหว อย่าฝืนไม่งั้นจะแย่ (เราไปหาคุณตาวันอาทิตย์ วันพฤหัสเราอาการหนักจนต้อง admit ให้นำ้เกลือพร้อมทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล อึ้งไปเลย) และอีกหลายอย่าง คุณตาบอกว่าเราเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ต้องออกกำลังกายช่วย แล้วคุณตาจะช่วยด้วย

เวลาที่คุณตาจับเส้น จับโดนทุกเส้น ไม่มีการคลำ จิกแล้วรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้นเลือดมันวิ่งไปตามจุดต่างๆ (แล้วแต่ว่าจับเส้นไหน) บางครั้งก็แขน บางครั้งก็ขา และบางครั้งก็รู้สึกว่าขึ้นมาที่หัว เป็นการจัับเส้นที่เจ็บมากแต่เรารู้ว่ามันเป็นการรักษาจากเส้นจริงๆ

เราพาป๊าไปหาคุณตาเพราะป๊าปวดหลังมานาน นั่งขับรถนานๆ ไม่ได้ นั่งพื้นไม่ได้ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลก็แล้ว ไปนวดแผนโบราณก็แล้ว ไม่หายขาด แต่พาไปหาคุณตาสองครั้ง หายเลย ที่น่าแปลกคือคุณตาไม่ได้นวดตรงที่ป๊าเป็น ท่านจับเส้นตรงส่วนอื่นที่ท่านบอกว่าที่ปวดตรงนั้นเป็นเพราะเส้นตรงนี้

ครั้งแรกที่คุณตานวดให้เสร็จ เราผายลมเป็นลมยาวๆ ติดต่อกันประมาณสองชั่วโมง และผายลมเยอะมากในช่วงสองวันหลังจากนั้น เราบอกคุณตา คุณตาบอกว่าคุณตาเปิดเส้นที่เท้าให้ ให้เลือดลมเดินสะดวกขึ้น ไม่เป็นไรหรอก และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เราผายลมเกือบทุกวัน บางวันสองสามครั้ง เป็นการผายลมยาวๆไม่มีเสียง แต่ไม่แน่ใจว่ามีกลิ่นหรือเปล่า 😛

.
.
.

5.เราไม่ค่อยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น เพราะเราอ่านไม่เป็น งงไม่รู้ว่าอ่านยังไง มันมีหลายช่องแล้วต้องอ่านช่องไหนก่อนล่ะเนี่ย แต่การ์ตูนที่เราเคยอ่านแล้วยังจำได้จนถึงวันนี้เรื่องเวทีฉาบสีรุ้ง เขียนโดย ไซโต จิโฮ สมัยตอนเรียนมัธยม เพราะเพื่อนสนิทตอนม.ต้นติดเรื่องนี้มากและเอามาให้อ่าน หลังจากนั้นพยายามอ่านเล่มอื่นๆ แต่ก็ไม่ประทับใจลายเส้น เนื้อเรื่องธรรมดา ก็เลยไม่ได้อ่านอีกเลย

แต่ตอนนี้เรากำลังติดหนึบการ์ตูนเรื่อง ‘ป๋าอัจริยะ ยานางิซาว่า’ เขียนโดย Kazumi Yamashita เพราะไปอ่านกระทู้ในพันทิปเกี่ยวกับการ์ตูนในดวงใจ แล้วก็มีคนเขียนถึงเรื่องนี้หลายคน มาสะดุดตรงที่เค้าเขียนอธิบายว่า เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์คณะเศรษฐศาสตร๋์ เท่านั้นแหละ เรารีบวิ่งไปร้านเช่าหนังสือหน้าม.ก่อนเลยว่ามีหรือเปล่า มีแฮะ ทั้งหมดตอนนี้ 24 เล่ม ค่อยยืมมาอ่านวันละเล่ม ตอนนี้ถึงเล่ม 13 แล้ว ยิ่งอ่านยิ่งสนุก เพราะอ.มีลักษณะของนักวิชาการเศรษฐศาตร์ ทั้งช่างสังเกต พยายามหาคำตอบเพื่ออธิบายพฤติกรรมต่างๆ แถมยังเป็นอ.ที่มีความเป็นครูสูงด้วย บางตอนคล้ายเรื่องจริง หรือเสียดสีเรื่องจริงจนเราชักสงสัยว่าคนเขียนเป็นอ.เศรษฐศาสตร์หรือเปล่า ตั้งใจว่าอ่านจบ 24 เล่ม (แต่เรื่องยังไม่จบ ไม่รู้ว่าจะออกเล่นต่อไปเมื่อไหร่) จะเขียนเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเรารู้สึกว่า การ์ตูนชุดนี้วางไว้บนชั้นหนังสือรวมกับ text books ได้อย่างไม่เคอะเขินเลย

ถ้าคุณเป็นอาจารย์/นักวิชาการ/นักวิจัย/นักเรียน/ผู้ที่อยากเรียนเศรษฐศาสตร์ ควรมีการ์ตูนชุดนี้ไว้ในครอบครอง

เราไปซื้อยกชุดได้ที่ Anime ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิร์ล มีแค่ชุดเดียว และเราให้การ์ตูนชุดนี้กับคนที่เราอ่านป๋าอัจฉริยะแล้วเรานึกถึงเค้าเป็นของขวัญปีใหม่ไปแล้ว เราต้องตามล่าหาซื้อมาเก็บไว้ให้ได้ แถมมีคนฝากซื้อเพราะอยากอ่านหลังจากฟังเราโม้เรื่องนี้ด้วย ว่าแต่จะไปหาซื้อที่ไหนล่ะเนี่ย

.
.
.
เราขอ tag ต่อไปให้ joinsungz, gelgoog, พี่ tony almeida, คุณ nastsima และ พี่ iconoclast ค่ะ

.
.
.
เราเพิ่งไปแก้ option ที่บล็อคให้คนที่จะมาคอมเมนท์ไม่ต้องใส่ email ก่อนคอมเมนท์ จากเดิมที่ wordpress ตั้งไว้อัตโนมัตว่าต้องแจ้งเมล์ก่อนคอมเมนท์ ใครใคร่เมนท์เชิญเลยจ้า

ธันวาคม 29, 2006

PC to MAC

Filed under: mac, web site — epsilon @ 3:04 pm

ตอนซื้อแมคมาใหม่ๆ ลองเข้่าเวบบอร์ดของคนใช้แมคในเมืองไทย พบว่ากลุ่มใหญ่เหมือนกันแล้วก็มีหลายเวบ แล้วเราก็ไปเจอกระทู้มีประโยชน์อย่างอันนี้มา แต่ไม่ได้เซฟไว้ พออยากจะหา print screen fn. แบบวินโดว์ก็เลยนึกถึงกระทู้นี้ขึ้นมาว่าควรจะเก็บไว้อ่านเผื่อจะใช้อะไรอีก ต้องมานั่งไล่หาในเวบบอร์ดใหม่นี่เหนื่อยไม่ใช่เล่น

ต้องขอบคุณทุกๆ คนในเวบบอร์ด http://www.freemac.net ที่ช่วยกันตอบจนได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆ

เผื่อว่าใครกำลังลังเลใจที่จะเปลี่ยนมาใช้แมค หรือเป็นมือใหม่ใช้แมคแบบข้าพเจ้า จะได้ใช้แมคได้อย่างอุ่นใจ

ถ้าคุณกำลังจะย้ายจาก PC มาอยู่บน Mac คุณจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

บน PC : จะเขียน CD/DVD มักจะใช้ Nero, Easy CD
บน Mac : มักจะใช้ Toast ครับ

บน PC : จะพิมพ์งานเอกสาร ใช้ M$ Word
บน Mac : ใช้ M$ Word สำหรับ Mac หรือปัจจุบัน มี Pages ให้ใช้ครับ อยู่ในชุด iWork

บน PC : จะตัดต่อวิดีโอ มีโปรแกรมยอดนิยมอย่าง AVID Express DV, Adobe Premiere
บน Mac : ใช้ Final Cut Pro ครับ แบบง่ายๆ ก็มี iMovie

บน PC : ใช้ Norton, Panda, McAfee ตรวจไวรัส
บน Mac : ถึงจะน้อยมาก แต่ก็มี Virex ให้ใช้ครับ

บน PC : ต้องทำ Deragment HD เป็นประจำ
บน Mac : ถ้าเป็น OS X และ Format HD เป็น Mac OS Extended (Journaled) ไม่ต้องทำครับ ระบบทำให้อัตโนมัติ

บน PC : เล่นอินเตอร์เน็ท ใช้ IE เป็น Browser
บน Mac : ลืม IE ไปได้เลยครับ อ่านภาษาไทยไม่ออก เราใช้ Safari กันครับ ยังมี Firefox, Opera, etc. ให้ใช้ด้วยเช่นกัน

บน PC : ใช้ M$ Outlook จัดการ Mail, Calendars, Address
บน Mac : มีครับ ใช้หลายตัวหน่อยคือ Mail, iCal, Address Book ถ้าอยากเหมารวบ ใช้ Entourage ของ M$ ได้ครับ

บน PC : จะต่อ Pocket PC ใช้ Active Sync
บน Mac : ทำได้ครับ ซื้อ Software เพิ่ม เช่น MissingSync

บน PC : ต่อ Palm ใช้ Palm Desktop
บน Mac : ก็ใช้ Palm Desktop ครับ แถมให้ iSync ครับ พ่วงมือถือ Bluetooth เข้าไปอีกอัน

บน PC : ใช้ Photoshop
บน Mac : ก็ใช้ Photoshop ครับ

บน PC : ใช้ BitComet เล่น Terrent
บน Mac : ใช้ Azureus, Tomato, etc. ครับ

บน PC : ใช้ MSN
บน Mac : ก็มี MSN ครับ แต่เราชอบใช้ iChat คุยกันมากกว่า

บน PC : ใช้ Windows Media Player ดูหนัง ฟังเพลง
บน Mac : ฟังเพลงใช้ iTunes ครับ ดูหนังใช้ Quicktime ดู DVD มี DVD Player ให้ ดู WMV ใช้ Windows Media Player for Mac ครับ หรือเหมารวบ ใช้ VLC ครับ

บน PC : ใช้ WS_FTP, Cute FTP สำหรับใช้บริการ FTP
บน Mac : ใช้ Transmit, CyberDuck ครับ

PC : Windows Explorer
Mac : Finder

PC : ?@$@$?@$
Mac : Expose

PC : PowerDVD, WinDVD
Mac : Apple DVD Player

PC : M$ Outlook Express, Eudora, IncrediMail
Mac : Mail.app

PC : Notepad
Mac : TextEdit

PC : M$ PowerPoint
Mac : Keynote 2

PC : WinAmp
Mac : iTunes

PC : Adobe Reader
Mac : Preview, Adobe Reader

PC : CuteFTP, WSFTP
Mac : Finder, Transmit, CyberDuck

PC : Right Click
Mac : Control + Click

PC : Controlpanels
Mac : System Preferences

PC : Control+Alt+Del
Mac : Command+Option+Esc

PC : จอฟ้า
Mac : Kernel Panic

PC : TMPG สำหรับ Encode Mpeg
Mac : ffmpegX

PC : Start Menu
Mac : ไม่มีครับ คล้ายๆ หน่อยก็ Apple Menu + Dock

PC : My Computer
Mac : Computer (เลือกให้แสดง หรือไม่แสดงได้ ใน Finder Preference)

PC : My Network Place
Mac : Network

PC : ACDsee (เสริม)
Mac : iPhoto, Graphic Converter, ACDsee for Mac, iView, etc.

PC : Kazaa
Mac : Limewire

PC : ใช้ nero, Easy CD หรือถ้าขี้เกียจลง ในตัว WinXP ก็สามารถเลือกไฟล์แล้วสั่งเขียนได้เลยครับ (เสริมคุณตั้ม)
Mac : Toast

PC : ตัดต่อวีดีโอง่าย ๆ ก็มีครับ Window Movie Maker (อันนี้ก็ขอเสริมครับ)
Mac : iMovie

PC+Mac : ใช้ได้ทั้ง iPod Shuffle และ Flash Drive ครับ (ขอเสริมจากคุณ alo55555 เดี๋ยวท่านอื่นจะงงน่ะครับ แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ มันดูไฮโซกว่า)

PC : Window Explorer, WS FTP, Cute FTP, Macromedia Dreamweaver, Macromedia Homesite (เสริมคุณ mike ครับ)
Mac : Finder……

PC : Recycle Bin
Mac : Trash Can

ถ้าทำพวกงานเวบนะครับ
PC : PHP + ASP + .net .. etc.
Mac : PHP ครับ พวก asp เนี่ย ไม่ได้เลยล่ะครับ ถ้าจะย้ายมาแล้วต้องใช้จริง ๆ ล่ะก็ แนะนำว่าลองใช้ Virtual PC ครับ

PC : ThaiSoftware Dictionary โปรแกรม dic ยอดนิยม
Mac : มีเช่นเดียวกันครับ

Mac : ถ้าไม่ชินเม้าส์นะครับ จะเอาเมาส์ของ PC ตัวเก่ามาใช้ก็ได้ครับ แต่ใช้ของ Apple ให้ชินดีกว่าครับ สวยกว่าเยอะเลย

PC : Taskbar
Mac : Finder ครับ ครอบคลุมทั้ง Explorer, Start Menu, และ Taskbar ครับ

PC : keyboard ปุ่ม Enter
Mac : จะเขียนว่า return ครับ แต่จริง ๆ แล้วเหมือนกัน และจะมีอีกปุ่มหนึ่งข้าง ๆ กับ space bar

PC : Ctrl
Mac : Command (Apple button)

PC : เปลี่ยนภาษาใช้ Grave Accent
Mac : ใช้ command + space bar

PC : Properties (file)
Mac : Get Info : command+i

PC : Mindjet MindManager Pro X5
Mac : ConceptDraw MindMap (เกือบดี แต่ MindManager ใช้ง่ายกว่าหน่อย)

C->ถ้าพิมพ์ภาษาไทยอยู่กดcaplockจะเป็นภาษาไทยแถวบน
Mac->ถ้าพิมพ์ภาษาไทยอยู่กดcaplockจะเป็นภาษาอังกฤษ

PC->ต้องมีชื่อและนามสกุลให้fileไม่งั้นไม่รู้จักอ่านไม่ออก
mac->OS9ไม่ต้องมีนามสกุลก็รู้โปรแกรมเองได้ ,OSXต้องมีนามสกุลเช่นกันจ้า

PC->ต้องซื้อระบบปฏิบัติการwindowใช้ของเถื่อนเครื่องมักมีปัญหาเยอะ
Mac->ระบบปฏิบัติการเค้าแจกฟรีพร้อมเครื่องนะซิแถมมีบริการช่วยเหลือแบบออนไลน์อีกต่างหาก (หรือจะดาวน์โหลดมาใช้เองก็ไม่มีปัญหา)

PC->captionหน้าจอด้วยปุ่มPrintScreen
Mac->captionหน้าจอด้วยคีย์ลัด shift+command+3หรือ4

PC -> equation editor: Mathtype
MAC: -> equation editor: LaTEXIT 1.8 (freeware) ต้องมีความรู้เกี่ยวกับ LaTEX เล็กน้อย แต่ไม่ยากครับ + สมการสวยมาก

โปรแกรมทางสถิติทั้งหมด และมีทั้งบนmac และ windows
SPSS โปรแกรมสถิติทั่วไป (Commercial)
Lisrel สถิติเฉพาะทาง Structural Equation Modeling (Commercial & free student version)
EQS สถิติเฉพาะ Structured Models Analysis (Freeware)

ยังมีFreewareอีกเยอะ ที่นี่เลยhttp://freestatistics.altervista.org/index.php

ธันวาคม 19, 2006

Graduate Lounge

Filed under: music, web site — epsilon @ 11:20 am

วันนี้เป็นวันแรกที่ Graduate Lounge คลับใหม่ของชาวไกลบ้าน เปิดให้บริการ

เริ่มจากกระทู้ของคุณ Lawเก้อ ที่มาเปิดประเด็นไว้ว่า
ขอเสนอให้มีการตั้งห้องใหม่ “ห้อง PhD” สำหรับให้คนบ้าๆ อย่างพวกผมมีที่บ่น ช่วยกันลงชื่อด้วยนะครับ!!

พวกเราช่วยกันลงชื่อสนับสนุน กดโหวตกระทู้ แสดงความเห็นเรื่องเนื้อหาและชื่อห้อง จนได้ พี่ BF ขาประจำไกลบ้าน เสนอชื่อ”Graduate Lounge” ชื่อของห้องข้าง ๆ ในตึกที่พี่เค้าเรียน ห้องที่ไว้ให้นักเรียนมานั่งคุยกัน

จากนั้นพีี่ Lawเก้อก็สรุปเรื่องวัตถุประสงค์การจัดตั้งกลุ่มและเมล์ไปขอเปิดคลับกับทีมงานของพันทิปให้ในกระทู้ สรุปข้อเสนอขอจัดตั้ง คลับ “Graduate Lounge”

วัตถุประสงค์และหลักการของคลับนี้คือ:

1. เป็นมุมเล็กๆ ให้นักเรียนในระดับที่เรียนด้วยการวิจัย (PhD + Master by Research) ได้ระบายความในใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ตลอดจนเป็นที่ให้กำลังใจในการเรียนแก่เพื่อนๆ ที่กำลังหมดหวังหรือมีปัญหาในการวิจัย

2. เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิดต่างๆ ในทางการศึกษาและวิธีการวิจัยระดับสูง ทั้งในสายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ (ซึ่งในขณะนี้ไม่มีห้องให้โพส)และวิทยาศาสตร์ (แม้จะคาบเกี่ยวกับห้องหว้ากอ แต่คาดได้ว่ากระทู้ในคลับนี้ จะเป็นกระทู้ในเชิงวิธีการวิจัย มากกว่าจะเป็นการพูดคุยทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป) และเพื่อสร้างกลุ่ม audience ที่เหมาะสมกับเนื้อหาของเรื่องที่ผู้โพสต้องการนำเสนอ

3. เป็นที่สร้าง networking ให้กับนักเรียนวิจัยและนักวิจัย เพื่อก่อให้เกิดการทำวิจัยร่วมกันต่อไปในอนาคต.. เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ

4. เป็นที่ให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะสมัครเข้าเรียนในระดับนี้ ข้ามาถามรายละเอียดเชิงลึก ทั้งในเรื่องการสมัคเรียน วิธีการเรียน การสอบ โดยจะมีโอกาสได้คำตอบจากเพื่อนๆ ในคลับที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในเรื่องนั้นๆ

5. เป็นที่แลกเปลี่ยนบทความต่างๆ ซึ่งนักศึกษาในบางสถาบันไม่สามารถหาได้ และมีเพื่อนๆ ในสถาบันอื่นหรือในประเทศอื่นๆ สามารถไปหามาให้ได้

6. กระทู้ที่จะมีการโพสในคลับนี้ ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาไม่ซ้ำกับเรื่องที่โพสกันในห้องหลัก ทั้งในห้องไกลบ้าน ห้องสมุด และห้องหว้ากอ คลับไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะไปดึงเนื่อหากระทู้ในห้องหลักมาคุยกันเองแต่อย่างใด แต่มีวัตถุประสงค์ที่ให้กลุ่มคนที่มีความสนใจตรงกันในเรื่องการศึกษาและการวิจัย ได้คุยกันมากขึ้น

ขอเชิญชวนเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ที่คลับนี้ ด้วยการเข้า เวบไซต์ พันทิป ห้องไกลบ้าน http://www.pantip.com/cafe/klaibann จากนั้นเลือกคลับย่อย Graduate Lounge

ส่วนตัวข้าพเจ้า เข้าไปเจิมคลับใหม่เรียบร้อยแล้วหล่ะ

….

Badly Drawn Boy เจ้าของ OST: About a boy ออกอัลบัมใหม่ Born in the U.K. เชิญฟังได้ที่
http://www.badlydrawnboy.co.uk/

ธันวาคม 8, 2006

Hello world!

Filed under: book, my life, open, people, web site — epsilon @ 8:47 am

ย้ายบ้านมาจาก http://epsie.blogspot.com/

เพราะ wordpress สามารถแบ่งหมวดหมู่ว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรได้
ลองย้ายมาแล้วก็พบว่า theme สวยกว่า มีให้เลือกเยอะกว่า
ที่สำคัญ สามารถ import ข้อความที่เราอัพบล็อคและคอมเมนท์ทั้งหมดมาอยู่ที่นี่ได้ภายในช่วงเวลาตากผ้าหนึ่งตู้เสร็จ ! โอ้วว้าวววว

เรื่องจัดหมวดหมู่ยังทำไม่เสร็จ นัยว่าโพสต์ไว้เฉียดร้อย ขอเวลาค่อยๆ ทำวันละนิดวันละหน่อย

ต้องลองเล่นดูว่ามีอะไรแอดวานซ์กว่าบ้านเก่าบ้าง คงจะสนุกดี


หลังจากโดนข้อหาพักนี้อัพบล็อคบ่อย เอาเป็นว่าเขียนเพิ่มแล้วกัน

วันนี้อ่าน a day มีบทสัมภาษณ์ Jimmy Liao นักเขียน นักทำภาพประกอบ ผู้โด่งดังของไต้หวัน

จริงๆ แล้ว เจ้าตัวเขียนไว้นปกหน้าของหนังสือรวมผลงานเขาว่า จิมมี่ เลี่ยว คือ นักเขีน นักทำภาพประกอบ กวี นักเล่าเรื่อง พ่อและเด็ก

เพิ่งรู้ว่าเค้าเป็นคนเดียวกันกับคนที่เขียนเรื่อง A Chance of Sunshine หรือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ที่คนไทยรู้จัก และเป็นเจ้าของแอนนิเมชั่น เรื่อง A fish with a smile ที่เคยมีเพื่อนส่งมาให้ทางเมล์นานมากแล้ว แต่เป็นคลิปสั้นๆ ประมาณนาทีกว่าๆ จำได้ว่าชอบมาก แต่ไม่รู้ว่าใครทำ

จิมมี่เคยทำงานโฆษณาสิบสองปี แล้วก็เริ่มเขียนภาพประกอบลงนิตสาร หลังจากเค้าออกจากงานประจำมานั่งเขียนภาพประกอบอย่างเดียวที่บ้านไม่นาน เค้ากลับต้องพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด หรือลูคีเมีย จนต้องอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ไปหาหมอรวมเป็นเวลาถึงห้าเดือน พร้อมๆ กับที่ได้รับข่าวดีว่าภรรยาของเค้าตั้งท้องลูกคนแรกและคนเดียวของเค้า

ช่วงเวลาที่เค้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเค้ากลับมาวาดรูปอีกครั้งและตั้งใจที่จะแต่งหนังสือโดยมีภาพประกอบเพื่อให้ลูกที่จะเกิดมาได้พบกับผลงานของพ่อ เพราะเค้าคิดว่าเค้าจะจากไปเมื่อไหร่ไม่รู้ หมอบอกว่าอาการของเค้ารุนแรงมาก

เรื่องแรกที่เค้าเขียนคือ Secrets in the Woods ลายเส้นออกไปทางหม่นเศร้า ต่อมาคือ A fish that Smile at me ที่ต่อมานำไปสร้างเป็นแอนนิเมชั่น (เข้าไปดูที่ลิงค์ไว้แล้วกันนะ) ได้รางวัลจากเบอร์ลินฟิล์มเฟสติวัล 2005 มา แล้วก็เรื่องที่สาม A Chane of Sunshine ที่โด่งดังแปลไปแล้วกว่า 11 ภาษา ขายได้กว่าหนึ่งล้านเล่มทั่วโลก (ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านในบล็อคคุณปิ่นว่าชื่นชอบภาพประกอบของหนังสือเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน)

แล้วก็ยังมีหนังสือภาพอีกกว่ายี่สิบเล่ม – แต่ละภาพละเอียดลออ

อย่างภาพในฉากที่นางเอกยืนอยู่ในสวนสาธารณะ มีภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกนั่งรอที่เก้าอี้ม้าหินอยู่ด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วจิมมี่วาดรูปครอบครัวของเค้าลงไป น่ารักมั๊ยล่ะ

ภาพของเค้าในหนังสือแต่ละเล่ม ถูกนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าทั่วไต้หวัน เรียกว่าถ้าคุณไปไต้หวันก็จะเห็นผลงานของเค้าทั่วเมือง จริงๆ แล้วหลายภาพเราก็เคยเห็นในเมืองไทย แต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นงานของเค้า

ไล่ไปตั้งแต่เป็นลายบนบัตรเครดิต บนแผ่นซีดี รถยนต์ กระปุกออมสิน กระดาษโน๊ต กระป๋องเบียร์ช่วงวาเลนไทน์ กระเป๋าสตางค์ ชุดจานชาม ถ้วยกาแฟ และที่พลาดไม่ได้ music box รูปม้าหมุน เห็นแล้วน่าใช้ไปหมด

นอกจากพรุ่งนี้จะไปฟิตเนสแล้ว คงต้องวิ่งไปที่ร้านคิโนะ ว่ามีหนังสือของจิมมี่ เลี่ยวขายไหม๊ รีบซื้อไปแจกผู้ใหญ่หัวใจยังเด็ก ด่วน!

วันนี้ epsie บุกไปถึงหน้าสำนักพิมพ์โอเพ่น

ช่างกล้าซะนี่กระไร

เรื่องมีอยู่ว่าเราไปซื้อแก้วกาแฟ แล้วก็ไปเจอแก้วของ Bodum รุ่น Pavina ที่ทำด้วยแก้วสองชั้น ทำให้แก้วสามารถเก็บความร้อนได้นานขึ้น เก็บความเย็นได้นานขึ้น สามารถใส่น้ำร้อน หรือ น้ำเย็น ลงไปแล้วใช้มือยกแก้วขึ้นมาดื่มได้ โดยที่ไม่ร้อนมือ หรือ ไม่เย็นมือจนไม่สามารถจับได้ (แก้วรุ่นนี้ไม่มีหูจับให้เกะกะ) แล้วก็แก้วใบเดียวนี้ สามารถใส่ของร้อน แล้วก็ของเย็นได้ในแก้วเดียว ใช้ใบเดียวอยู่ ไม่ต้องมีแก้วส่วนตัวหลายใบอีกต่อไป

แก้วรุ่นนี้เป็นแก้วชา หรือ แก้วกาแฟเอสเพรสโซ รุ่นยอดนิยมของ bodum ได้รางวัลด้านการออกแบบ และ การสร้างสรรค์วัสดุ หลายต่อหลายเวที

เค้าขายเป็นคู่ เราจะซื้อใช้เองอยู่แล้ว เราก็เลย คิดถึงพี่ภิญโญขึ้นมาว่าอีกใบให้พี่เค้าก็คงจะดี เพราะอ่านจากหนังสือหรือสัมภาษณ์เค้าหลายครั้ง พบว่าเค้าชอบดื่มชามาก เราเอามาใช้เองทดสอบประสิทธิภาพหนึ่งใบ แล้วอีกใบก็ใส่ห่อ แพ็คไว้อย่างดี ตอนแรกว่าจะส่งไปรณีย์ แต่ก็กลัวแตก ก็เลยตั้งอยู่ที่โต๊ะเรานานเป็นเดือน วันนี้ฤกษ์งามยามดี มีเวลาว่างช่วงบ่ายก็เลยแวะเอาไปให้ด้วยตัวเอง

พี่ที่สำนักพิมพ์เค้าก็งงๆ ว่ายัยนี่มาจากไหน อยู่ๆ ก็โทรไปถามทางไปสำนักพิมพ์ เราก็ได้แต่บอกไปว่าจะเอาของไปฝากไว้ให้พี่โญ ก่อนไปเราแวะซื้อสตอร์เบอร์รี่ใส่ไปอีกถุง เพราะคิดว่าผู้ชายคงไม่ซื้อผลไม้กินเอง

ไปกดออดหน้ารั้วสีฟ้า แล้วก็มีพี่ผู้หญิงที่เราเคยเห็นที่บูธโอเพ่นในงานสัปดาห์หนังสือถีบจักรยานออกมาเปิดประตูรับของด้วยหน้าตางงๆ

“ฝากให้พี่โญค่ะ ในนี้มีสตอร์เบอร์รี่ด้วย ถ้าพี่โญไม่เข้ามา พี่เอาไปกินเลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ จะให้บอกพี่โญว่าจากไหนคะ”

“บอกว่าจากแฟนหนังสือโอเพ่นค่ะ”

Older Posts »

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.