Epsilon’ s blog

มกราคม 6, 2006

วงกลมวงนั้น (ตอบคุณ Natsima#2)

Filed under: Uncategorized — epsilon @ 11:25 pm

ประโยคสุดท้ายของความตอนที่แล้วที่แสดงความเห็นว่าถ้าเราเป็นไข่ย้อยในเรื่องเพื่อนสนิท เราจะเลือกกลับไปหาดากานดาทำเอาคุณ Natsima เข้ามาอ้าวววว ถึงสองครั้งสองครา แถมตั้งคำถามก่อนจากว่า

‘คุณ epsie ว่าผมมองโลกในแง่ร้ายเกินไปรึเปล่า? ‘
ตอบ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

….
Natsima : ถ้าเป็นผมนะ ผมก็ไม่กลับไปหาดากานดาครับเพราะความเป็น “เพื่อน” นั้นยั่งยืนกว่าสิ่งอื่นใด

Epsie : ก็เพราะมิตรภาพของเพื่อนยั่งยืนกว่าสิ่งอื่นใดน่ะสิ่ ถ้าเป็นเรา ถึงได้เลือกกลับไปหาเพื่อนที่ชื่อดากานดาเพราะถ้าเราก้าวล่วงข้ามพรมแดนของความเป็นเพื่อนไปเป็นคนรัก เราก็จะรักเค้าได้อย่างสนิทใจ เพราะพื้นฐานของความเป็นเพื่อน โดยที่มีความรู้สึกพิเศษเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ และเมื่อเรารู้สึกว่าความรู้สึกพิเศษนั้นเปลี่ยนแปลงไป (กรณีที่ลดลง) ความสัมพันธ์แบบเพื่อนก็จะยังคงอยู่ ถ้าเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน พอเลิกเป็นคนพิเศษของกันและกันแล้ว มักจะคงระยะห่างไว้แค่คนรู้จักทั้งๆ ที่ช่วงเวลาหนึ่งเป็นคนที่หายใจเข้าออกเป็นกันและกัน

Nasima : อ้าวเหรอ..(อีกทีครับ)เรื่องนี้อาจต้องคุยกันยาวนิดนึงครับ มีทฤษฎีเกี่ยวกับ Self หรือ “ตัวตน” ทฤษฏีหนึ่งที่พูดถึง Boundary ของปัจเจกบุคคลครับ

ลองเอากระดาษเปล่ามาใบนึงนะครับ แล้ววาดจุดกลมๆ เล็กๆ ลงที่กึ่งกลางกระดาษจากนั้นก็หาวงเวียนมาสักอัน กางรัศมีออกนิดนึง จากนั้นก็ปักด้านแหลมๆ ของวงเวียนที่จุดที่เราวาดไว้ แล้วจัดการ”วง” Boundary ขึ้นมาถ้านึกสนุกกับการใช้วงเวียน ก็ลองขยายรัศมีของวงเวียนออกทีละนิด แล้ววาดวงกลมอีกหลายๆ วงก็ได้ครับ โดยแต่ละวงให้มีรัศมีที่โตกว่าเดิมเรื่อยๆ

ผมกำลังจะบอกว่าคนเรามี boundary หลายระดับครับ ลองนึกชื่อเพื่อนหรือคนรู้จักสักสิบ-ยี่สิบคนแล้วบรรจุชื่อคนเหล่านั้นลงในแต่ละระดับของ boundary จะพบว่าสุดท้ายแล้วเราจะมี “เพื่อนสนิท” ที่อยู่ในวงกลมที่เล็กที่สุดและใกล้จุดศูนย์กลางที่สุดอนุมานว่าจุดศูนย์กลางนั้นคือ “ตัวเรา” นะครับ เขียนมาถึงตอนนี้ก็นึกขึ้นมาได้ว่าฝรั่งเค้าใช้คำว่า close friend สำหรับ”เพื่อนสนิท” พอดี

ประเด็นถัดมาก็คือ..แล้ว “คนรัก” เราอยู่ตรงไหน? ในทรรศนะอันต่ำต้อยของผมนั้น ผมเชื่อว่าคนรักนั้นแทบจะ “ซ้อนทับ” อยู่กับจุดศูนย์กลางหรือ “ตัวตน” ของเราเลยนะครับ จึงไม่ยากที่เพื่อนสนิทจะก้าวข้ามพรมแดนมาเป็นคนรักได้อย่างที่คุณ epsilon กล่าวไว้

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจะก้าวข้ามพรมแดนออกไปนี่แหละครับตอนที่คนหนึ่งคนจะก้าวข้ามพรมแดนจากคนทั่วไปมาเป็น คนรู้จัก- เพื่อน- เพื่อนสนิท มาได้นี่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องน่าจะเป็น ความคุ้นเคย/ความไว้เนื้อเชื่อใจ/ความซื่อสัตย์/ความรัก/ความดี

แต่ในขณะที่คนหนึ่งคนจะก้าวข้ามพรมแดน “ออกไป” นี่ผมว่าปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นน่าจะหายไปจนหมด และมีปัจจัยเรื่องของความเกลียดชังเข้ามาแทน

ถ้าเปรียบเทียบกันในทางวิทยาศาสตร์แล้ว การสร้าง bond (พันธะเคมี)ของสสารจะเกิดการปลดปล่อยพลังงานออกมาระดับหนึ่งแต่ถ้าจะสลายพันธะแล้วสสารจำเป็นต้องได้รับพลังงานเข้าไปช่วยในการสลายพันธะนะครับซึ่งผมคิดว่าพลังจาก darkside นั่นแหละเป็นพลังที่ใช้ในการที่ใครบางคนจะก้าวออกมาจากความเป็นคนรักและเราก็มิอาจจะควบคุมพลังจาก darkside นั้นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเราจะเปลี่ยนสภาพจากคนรักเป็นเพื่อนสนิทอีกครั้งนั้นคงเป็นไปได้ลำบากมาก

คุณ epsie ว่าผมมองโลกในแง่ร้ายเกินไปรึเปล่า?

Epsie : ไม่อยากตอบคำถามเรื่องใจร้ายเกินไปหรือเปล่า
แต่อยากจะบอกว่าเราหาวงเวียนไม่เจอ !?!
เราก็เลยใช้วิธีวาด ‘วงกลมวงกลางๆ’ ไม่เล็กไม่ใหญ่นักเพื่อแทนตัวเรา และวาดวงกลมที่มีรัศมีกว้างกว่าออกไปเรื่อยๆ (ให้วงกลมที่เป็นตัวเราเป็น subset ของวงกลมวงที่วาดเพิ่มขึ้น)
ปรากฎว่า คนรัก (ของเรา) คือวงกลมขนาดกลางๆ อีกวงที่ทับซ้อนแบบ intersection กับวงกลมที่เป็นตัวเราอยู่ครึ่งวง


ผมเชื่อว่าคนรักนั้นแทบจะ “ซ้อนทับ” อยู่กับจุดศูนย์กลางหรือ “ตัวตน” ของเราเลยนะครับ

คุณ Natsima ใช้จุดศูนย์กลางของวงกลมเป็นตัวแทนของตัวตน
ส่วนข้าพเจ้าใช้วงกลมเป็นตัวแทนของตัวตน

สัญลักษณ์แห่งการแสดง’ตัวตน’ ของเรา ‘ต่างกัน’ ค่ะ

สาเหตุที่เราใช้วงกลมแทนตัวตนเป็นเพราะ คนแต่ละคนมีคุณลักษณะหลากหลายในตัวเอง
เมื่อวงกลมที่แสดงความเป็นตัวตนซ้อนทับกับวงกลมที่แสดงความเป็นตัวตนของคนรัก ครึ่งวง หมายถึง เรามองเห็นตัวเองครึ่งหนึ่งในคนรักและอีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ซ้อนทับกันแสดงถึงความแตกต่างระหว่างคนสองคนซึ่งต่างเป็นตัวของตัวเองโดยอิสระ

ทัศนะส่วนตัว เราไม่คิดว่าคนรักกันจะมีตัวตนที่ซ้อนทับกับตัวตนของเราได้ เพราะมนุษย์ทุกคนมีความต่าง ถึงแม้ว่าจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คล้อยตามกันในทุก ๆ เรื่อง แต่เราว่าต้องมีข้อยกเว้นบางข้อที่ทุกคนต้องมี ‘ความเป็นตัวของตัวเอง’

ทัศนะส่วนตัว (อีกครั้ง) ถ้ามีคนรักแล้วต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เพื่อที่จะเป็น ‘คนที่เค้าอยากรัก’ — ไม่เป็นไร เป็นเพื่อนกันดีกว่านะ


ขณะที่คนหนึ่งคนจะก้าวข้ามพรมแดน “ออกไป” นี่ผมว่าปัจจัยต่างๆ เหล่านั้นน่าจะหายไปจนหมด และมีปัจจัยเรื่องของความเกลียดชังเข้ามาแทน

เมื่อความสุขชองการเป็น ‘คนรัก’ ของกันและกันลดลงและดูทีท่าว่าพลังจาก darkside จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ เราก็ควรป้องกันไม่ให้พลัง darkside ถูกปล่อยออกมาทำลายความสัมพันธ์ด้วยการลดระดับความสัมพันธ์จากคนรักลงมาเป็นเพื่อนสนิท / เพื่อน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้อง ‘เกลียดกัน’ ไม่ต้องเอาข้าวของทั้งหมดที่เค้าเคยให้ทิ้งลงถังขยะ เพราะเปลี่ยนจาก ‘รัก’ เป็น ‘เกลียด’ ไปซะแล้ว



ในความเป็นจริง ทุกคนต่างมีเป้าหมาย ทัศนคติ ความเชื่อและวิธีดำเนินชีวิตเป็นแบบของตัวเอง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป เราต่างมีความคิดที่เปลี่ยนไป (ทุกวัน) บางครั้งเราจึงได้เห็นวงกลมสองวงที่เคยซ้อนทับกันครึ่งวง ซ้อนทับกันมากขึ้นหรือลดลง หรือบางทีก็หลุดออกจากกัน ไม่แม้แต่เส้นรอบวงแนบกัน

….

อ้อ ! สวัสดีปีใหม่ค่ะ (^.^)V

ให้ความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

%d bloggers like this: